
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า จากสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันของโลกที่นับวันจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาคน หรือทุนมนุษย์ ภายใต้มิติที่เชื่อมโยงกับการศึกษา ทั้งใน และนอกระบบ จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ หรือกรอบแนวคิดให้ทันกับสภาวการณ์ ดังนั้น สถาบันการศึกษาต่างๆ โดยเฉพาะในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ผู้มีหน้าที่กำหนดทิศทาง หรือนโยบาย และผู้ปฏิบัติ จำเป็นที่จะต้องผนึกพลังร่วมทลายกำแพง เพื่อนำนวัตกรรม เทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับการเรียนการสอน ไปสู่การปฏิบัติที่ตอบโจทย์ในยุคดิจิทัล ที่สำคัญ การพัฒนาคน หรือการเพาะพันธุ์ทุนมนุษย์ให้เป็นผู้ที่มีความพร้อมรอบด้าน จึงเป็นหนึ่งในมิติที่ถือว่ามีความท้าทายสำหรับผู้นำการศึกษาในยุคนี้เป็นอย่างยิ่ง
ผศ.ดร.รัฐพงศ์กล่าวต่อว่า ที่น่าสนใจกรอบการเรียนการสอนแบบเดิมๆ ที่ครู หรืออาจารย์บางสถาบัน เป็นผู้ชี้นำ หรือผูกขาดแนวคิดแต่เพียงฝ่ายเดียว คงจะไม่ใช่กลยุทธ์ หรือนวัตกรรมที่จะใช้ได้อีกต่อไป วันนี้ถึงเวลาที่จะต้องขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนผ่านการจัดการศึกษให้สอดคล้องกับบริบทของโลก และสังคมยุคใหม่ โดยเฉพาะการนำโมเดล หรือรูปแบบที่ได้รับความนิยมจากนานาประเทศ ที่ประสบความสำเร็จมาดำเนินการ ซึ่งหนึ่งในโมเดลที่น่าสนใจ และไทยมีสถาบันการศึกษา ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษา ได้ดำเนินการจนประสบความสำเร็จมาแล้ว ได้แก่ แนวคิด Mentorship Program สำหรับแนวคิดดังกล่าว คือการสร้างเครือข่ายด้วยการเชิญบุคลากรที่เชี่ยวชาญ และประสบความสำเร็จเฉพาะทาง มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
“รูปแบบนี้จะเป็นหนึ่งในสะพานเชื่อม หรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เพิ่มมุมมองที่กว้างไกล และเป็นกระบวนการเสริมปัญญาด้วยการสร้างมุมมองสะท้อนย้อนคิด และถ่ายทอดความรู้ แนวคิด มุมมอง ทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญสั่งสมมา จากแนวคิดที่ได้นำเสนอนี้ หากสถาบันการศึกษาทุกระดับได้นำโมเดลดังกล่าวไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบ และยั่งยืน เชื่อว่าเด็ก และเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต จะเป็นทุนมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีคุณค่า สามารถเป็นพลังร่วมในการขับเคลื่อนการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และสังคม ให้กับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ผศ.ดร.รัฐพงศ์ กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565
เกี่ยวข้องกัน
โลกเปลี่ยน การศึกษาเปลี่ยน อักษร เอ็ดดูเคชั่น เปิดตัว"Aksorn On-Learn PLUS" สร้างห้องเรียนเสมือนฯ
อักษร เอ็ดดูเคชั่น เดินหน้าต่อยอดพัฒนานวัตกรรมเพื่อการศึกษา เปิดตัว Aksorn On-Learn PLUS ดิจิทัลแพลตฟอร์มที่พร้อมสำหรับทุกการเรียนรู้ ช่วยเพิ่มพลังการสอนให้กับครู สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนในยุคดิจิทัลแบบครบกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ ไปสู่ระบบการวัดและประเมินผล มาพร้อมสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลระดับพรีเมี่ยมกว่า 10,000 ชิ้น อาทิ Interactive 3D ไฟล์เสียงเจ้าของภาษา หรือ e-Book โดดเด่นด้วยฟังก์ชันมอบหมายงานที่ครบโซลูชัน ตั้งแต่การออกแบบกิจกรรมและชุดแบบฝึกหัดกว่า 6,000 ชุด ไปจนกระทั่งการตรวจนับ การสร้างรายงาน และการเก็บคะแนน ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์การเรียนรู้กับผู้เรียนได้มากกว่า ตอบโจทย์การเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับการเรียนได้ทุกอุปกรณ์
โดยก่อนหน้านี้ บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกหลังยุคโควิด-19 ตัวเร่งที่มาขับเคลื่อนให้ทุกภาคส่วนไปสู่รูปแบบดิจิทัลให้เร็วขึ้น วิกฤตนี้ลามมาถึงเรื่องของการศึกษา จึงได้จัดทำโครงการโรงเรียนนำร่องเพื่อทดลองใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ ตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดเทอมปีการศึกษา 2564 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาสื่อดิจิทัลสำหรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันอันจะนำไปสู่การยกระดับผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต่อไป
กนกวรรณ แสงสุวรรณ ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ฯ ระดับชั้นประถมศึกษา โรงเรียนนารีวุฒิ จังหวัดราชบุรี หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการโรงเรียนนำร่องดังกล่าว เปิดเผยว่า การเรียนออนไลน์ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม Aksorn On-Learn PLUS ทำให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น เนื่องจากระบบได้มีการออกแบบสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียน อาทิ คลิปวิดีโอ สื่อ Interactive 3D ภาพเสมือนที่ทำให้เด็ก เรียนรู้ได้เหมือนเห็นของจริง ดึงดูดความสนใจ และสอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กในยุคนี้ที่เป็นเด็กช่างคิด ช่างถาม และมีความอยากรู้อยากเห็น นอกจากนั้น แพลตฟอร์มยังถูกออกแบบมาให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของการเรียนการสอนตลอดปีการศึกษา จึงช่วยให้สามารถวางแผนการสอนได้ง่าย และผู้เรียนก็สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งเหมาะกับทั้งการเรียนออนไลน์และการเรียนในชั้นเรียน
ทางด้าน ศิริมา บุญมาก ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ฯ ระดับชั้นประถมศึกษา โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3 (บ้านนา) กล่าวว่า ดิจิทัลแพลตฟอร์ม Aksorn On-Learn PLUS เป็นตัวช่วยสนับสนุนการสอนของครูได้เป็นอย่างดี เพราะมีสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยลดภาระในการเตรียมการสอนมากมาย โดยเฉพาะฟังก์ชันการมอบหมายงานผ่านระบบที่มีทั้งแนวทางคำถาม ชุดกิจกรรม และแบบฝึกหัด สามารถตรวจสอบสถานะการส่งงานของนักเรียน และการตรวจนับคะแนนอัตโนมัติได้ ทั้งนี้ ในการเข้าถึงแพลตฟอร์มสำหรับนักเรียนชั้นเด็กเล็กยังจำเป็นต้องมีผู้ปกครอง หรือครูคอยดูแลการเข้าระบบด้วยการใช้รหัสผ่านอย่างถูกต้อง และจำเป็นต้องมีระบบอินเทอร์เน็ตที่เสถียรทั้งในส่วนของผู้เรียนและผู้สอนเพื่อการเรียนผ่านระบบที่ราบรื่น
ตะวัน เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า Aksorn On-Learn PLUS เป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เราต่อยอดมาจาก Aksorn On-Learn ซึ่งได้จัดทำขึ้นในช่วงที่โควิด-19 ระบาดเมื่อ 2 ปีก่อน โดยเป็นแพลตฟอร์มที่เอาเนื้อหามาผนวกเข้ากับกระบวนการเรียนรู้แล้วเสิร์ฟให้ครูในรูปแบบใหม่ ซึ่งเราได้นำข้อมูลจากการทดลองใช้ของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนนำร่องมาปรับปรุง และพัฒนาระบบเพิ่มเติมเพื่อให้พร้อมที่สุดสำหรับการเรียนการสอนในทุกรูปแบบ ทั้ง on site online และ on demand โดยประกอบไปด้วยสื่อสนับสนุนการสอนดิจิทัลในระดับพรีเมี่ยม ทำให้การสอนเป็นเรื่องง่าย การเรียนเป็นเรื่องน่าสนุก
พร้อมด้วยฟังก์ชันมอบหมายงานที่จะช่วยให้เด็กๆ ได้ฝึกฝน และพัฒนาได้ทุกที่ไปกับชุดแบบฝึกหัด และกิจกรรมที่หลากหลาย มาพร้อมระบบตรวจคำตอบอัตโนมัติ และยังสามารถตรวจสอบความรู้ของนักเรียนด้วยแบบทดสอบทั้งก่อนเรียน และหลังเรียน พร้อมระบบบันทึกหลังการสอนและรายงานผล โดยมุ่งหวังว่า Aksorn On-Learn PLUS จะเข้าไปมีส่วนช่วยสนับสนุน และเพิ่มพลังในการเรียนรู้ให้กับครูและนักเรียนทุกคน ที่แม้รูปแบบของห้องเรียนจะเปลี่ยนไปแต่ยังคงมีกระบวนการเรียนรู้ที่ดี
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปชมรายละเอียดได้ที่ www.aksorn.com/aksornonlearn หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2622-2999
ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 16 กุมภาพันธ์ 2565
เกี่ยวข้องกัน
สกศ. ลงพื้นที่ฟังเสียงสะท้อนจากโรงเรียนในระยอง-ชลบุรี ต่อยอดพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม โดยการมีส่วนร่วมกับภาคเอกชน
เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) (นางรัชนี พึ่งพาณิชย์กุล) นำทีมคณะทำงานและบุคลากรของ สกศ. ศึกษาดูงานและจัดการประชุม เรื่อง "การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มโดยการมีส่วนร่วมกับภาคเอกชน ในพื้นที่ ๔ ภูมิภาค" ภาคตะวันออก (ครั้งที่ ๒) ระหว่างวันที่ ๓ - ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ณ จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี
การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของสถานศึกษา พร้อมทั้งศึกษาแนวทางพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มโดยการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการผลิตและพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพและทักษะใหม่ที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานและความเปลี่ยนแปลงของโลก
โดยในช่วงเช้า ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ โรงเรียนบ้านน้ำกร่อย อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง โดยมี นางอิงกมล บุญลือ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำกร่อย และคณะครู ให้การต้อนรับและนำเสนอผลจัดการเรียนการสอน
โรงเรียนบ้านน้ำกร่อยเป็นสถานศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยองที่ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยจัดการเรียนการสอนใน ๓ แพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่
๑) ClassStart : ระบบชั้นเรียนออนไลน์ ที่ให้ครูและนักเรียนสามารถเขียนบันทึกการเรียนรู้ในการปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาให้นักเรียนมีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
๒) Startdee : แอปพลิเคชันที่ช่วยออกแบบการเรียนรู้รายบุคคล ให้นักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ ทดสอบระดับความยากง่ายของข้อสอบ และช่วยทบทวนความรู้ให้คุณครูด้วยเนื้อหาครบทุกรายวิชา ครบทุกระดับชั้น
๓) IXL : เว็บไซต์ด้านการทดสอบ ซึ่งโรงเรียน ฯ นำมาใช้วิเคราะห์ทักษะด้านคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษของนักเรียน ที่แสดงสถานะการทำแบบทดสอบของนักเรียนแบบ Real-Time ให้คุณครูได้สังเกตและสามารถสนทนาเพื่อช่วยแก้ปัญหาการทำโจทย์ต่างๆ ให้นักเรียนได้ทันที
.jpg)
นอกจากนี้ โรงเรียนยังมุ่งเน้นการสอนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ ไม่เน้นการเรียนรายชั่วโมง แต่มีการคำนวณว่าในแต่ละสมรรถนะจะต้องใช้เวลาการเรียนเท่าไหร่ และบูรณาการโครงการในแต่ละรายวิชา ให้สามารถวัดผลร่วมกับวิชาอื่นๆ ได้อย่างครบถ้วน
สำหรับโครงสร้างพื้นฐนด้านดิจิทัล โรงเรียนต้องการได้รับการสนับสนุนด้านระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ตเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยเบื้องต้น สกศ. และทีมวิทยากรจากภาคเอกชนได้เสนอแนวทางการเข้าร่วมโครงการคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษาจากมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา (Connext Ed) เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงดิจิทัลแพลตฟอร์มของนักเรียนให้มากขึ้น ทั้งนี้ สกศ. จะนำข้อคิดเห็นและผลสำเร็จของโรงเรียนบ้านน้ำกร่อย มาจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนาการศึกษาต่อไป
ในช่วงบ่าย ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (นางรัชนี พึ่งพาณิชย์กุล) และคณะ ลงพื้นที่ศึกษาการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มโดยการมีส่วนร่วมกับภาคเอกชน ณ โรงเรียนวัดตโปทาราม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมี นายธรรมศักดิ์ นิติธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตโปทาราม คณะครู และนักเรียน ให้การต้อนรับและนำเสนอผลจัดการเรียนการสอน
โรงเรียนวัดตโปทาราม เป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่ร่วมโครงการสานพลังประชารัฐ (CONNEXT ED) ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและงบประมาณเพื่อเสริมสมรรถนะผู้เรียน จากภาคเอกชนหลากหลายแห่ง อาทิ Google Thailand ทรู คอร์ปอเรชั่น และธนาคารกรุงเทพ
โรงเรียน ฯ ได้พัฒนาโครงการในรายวิชาโค้ดดิ้ง มาเป็นแอปพลิเคชัน Tapo Smart App เพื่อเชื่อมโยงนักเรียนและครูผู้สอนให้สามารถอัปเดตข่าวสารความรู้ พร้อมทั้งจำลองศูนย์การเรียนรู้ต่าง ๆ ภายในโรงเรียนให้ผู้เรียนได้เข้ามาทำกิจกรรมค้นหาตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ทำให้แอปพลิเคชันดังกล่าวได้รับรางวัลในการประกวดหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม ประจำปี ๒๕๖๔ ด้วยนอกจากนี้ยังมีการต่อยอดอาชีพในชุมชน ด้วยการส่งเสริมผลิตภัณฑ์กาแฟของนักเรียน โครงการสร้างแหล่งการเรียนรู้การให้บริการที่พัก • ที่นักเรียนจะได้เรียนรู้การให้บริการนักท่องเที่ยว ทั้งการฝึกภาษาต่างประเทศ การใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มตั้งแต่ระบบจองห้องพัก การชำระเงินออนไลน์ รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ปรับตัวตามรูปแบบการท่องเที่ยวแบบ New Normal ในปัจจุบัน
สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โรงเรียนต้องการได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ หรือการจัดอบรมจากภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญใน ๒ ประเด็นสำคัญ คือ
๑) การสร้างแบรนด์ และแพลตฟอร์มการขายยุคดิจิทัล เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ของผู้เรียนผ่านการขายออนไลน์ และ
๒) นวัตกรรมโซล่าเซลล์ พลังงานสะอาด เพื่อผลิตไฟฟ้าเพื่อการเรียนการสอนในโรงเรียน รวมถึงเป็นอุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อการศึกษาของนักเรียน
ทั้งนี้ ทีมวิทยากรจากภาคเอกชนชื่นชมแนวคิดดังกล่าว และเตรียมหารือกับองค์กรเพื่อให้การสนับสนุนและต่อยอดสู่การออกร้านในตลาดนัดจริงใจของกลุ่มเซ็นทรัล โดย สกศ. จะรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในการสำรวจ Smart Device ตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) รวมถึงนำมาจัดทำข้อเสนอแนะทางนโยบายเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
สรุปสาระสำคัญ
บทความสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลและการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้การพัฒนาทุนมนุษย์ผ่านระบบการศึกษาไม่สามารถใช้กรอบแนวคิดแบบเดิมได้อีกต่อไป สถาบันการศึกษาทุกระดับต้องปรับบทบาทจากการถ่ายทอดความรู้แบบครูเป็นศูนย์กลาง ไปสู่การจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะรอบด้าน เชื่อมโยงกับโลกจริง เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและภาคเอกชน
แนวคิดสำคัญที่นำเสนอคือ Mentorship Program ซึ่งเป็นกลไกเชื่อมผู้เรียนกับผู้มีประสบการณ์จริง เพื่อเสริมมุมมอง การคิดสะท้อน และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ควบคู่กับการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม เช่น Aksorn On-Learn PLUS และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ช่วยออกแบบการเรียนรู้รายบุคคล ลดภาระครู เพิ่มปฏิสัมพันธ์ และสนับสนุนการวัดผลอย่างเป็นระบบ
กรณีศึกษาจากโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การบูรณาการหลักสูตรฐานสมรรถนะ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และความร่วมมือกับภาคเอกชน สามารถยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ เชื่อมโยงอาชีพ ชุมชน และเศรษฐกิจได้จริง ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการพัฒนาศักยภาพครู ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง
ข้อสอบ
สาระสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนบทบาทครูตามบทความคือข้อใด
ก. ลดภาระงานเอกสารของครู
ข. เปลี่ยนครูจากผู้สอนเป็นผู้อำนวยความรู้และเชื่อมโยงเครือข่าย
ค. เพิ่มการใช้สื่อดิจิทัลแทนหนังสือเรียน
ง. เพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนออนไลน์
Mentorship Program มีคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์ต่อการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างไร
ก. เพิ่มความรวดเร็วในการจัดการเรียนการสอน
ข. ลดต้นทุนการจัดการศึกษา
ค. เสริมทักษะจากประสบการณ์จริงและมุมมองนอกห้องเรียน
ง. ใช้ทดแทนครูประจำชั้นได้
จากกรณี Aksorn On-Learn PLUS ประโยชน์เชิงระบบที่เด่นที่สุดคือข้อใด
ก. ทำให้ผู้เรียนเรียนเร็วขึ้น
ข. ช่วยจัดการเรียนรู้ครบวงจรตั้งแต่แผนจนถึงประเมินผล
ค. ลดการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน
ง. เพิ่มการแข่งขันระหว่างนักเรียน
แนวทางของโรงเรียนบ้านน้ำกร่อยสะท้อนการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะอย่างไร
ก. เน้นจำนวนชั่วโมงเรียนเป็นหลัก
ข. แยกรายวิชาออกจากกันชัดเจน
ค. บูรณาการสมรรถนะข้ามวิชาและใช้ข้อมูลการเรียนรู้แบบเรียลไทม์
ง. ลดบทบาทครูในการติดตามผู้เรียน
หากผู้บริหารต้องการต่อยอดแนวคิดในบทความให้ยั่งยืน ควรให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากที่สุด
ก. จัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยีให้ครบทุกโรงเรียน
ข. ออกคำสั่งให้ครูใช้แพลตฟอร์มเดียวกัน
ค. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลควบคู่การพัฒนาครูและเครือข่าย
ง. เพิ่มงบประมาณด้านสื่อการสอนเพียงอย่างเดียว
คลิกเฉลย >>>