
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ ศธ.ถอดบทเรียนการศึกษา และการปฏิรูปการศึกษาล่าช้า ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ นายกฯ ได้เน้นย้ำเรื่องการพัฒนาครูและนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตร Active Learning เพื่อที่จะพัฒนาเด็กของเราให้ทันกับโลกศตวรรษที่ 21 ซึ่งขณะนี้ ศธ.ได้พัฒนาครูเกี่ยวกับเรื่องการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning แล้วกว่า 2 แสนคน แต่ตนก็ได้มีการย้ำให้มีการอบรมครูทำให้มากขึ้น อีกทั้งเรายังมีโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning ด้วย ซึ่งตนจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและนำมาเป็นต้นแบบ รวมถึงเรื่องการประเมินครูรูปแบบใหม่ด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องการปฏิรูปการศึกษาถือเป็นเรื่องที่อยู่ในแผนปฏิบัติการของทุกหน่วยงานในสังกัดของ ศธ.
ผู้สือข่าวรายงานว่า Active Learning คือเป็นการจัดการเรียนการสอนแบบเน้นพัฒนากระบวนการเรียนรู้ส่งเสริมให้ผู้เรียน ประยุกต์ใช้ทักษะและเชื่อมโยงองค์ความรู้นาไปปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาหรือประกอบอาชีพในอนาคต อีกทั้ง Active Learning ยังมีการกำหนดไว้ในแผนการศึกษาชาติ พ.ศ.2560-2574 ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการให้สอดคล้อง
ที่มา ; ไทยโพสต์ 19 พฤษภาคม 2565
ข่าวเกี่ยวกัน
เปิดเทอมใหม่ต้องเปิดใจครู
บทความโดย จิราพร เณรธรณี
ยุคสมัยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เมื่อก่อนภาพของนักเรียนนั่งฟังครูสอนแล้วจดบันทึกข้อความบนกระดานดำในสมุดบันทึก นอกจากนี้ยังมีแบบวัดและประเมินผล หรือเกณฑ์ที่เป็นเอกสารหลักในการยึดเอามาเพื่อใช้วัดและประเมินผู้เรียน ภาพนี้จะค่อย ๆ เลือนหายไป เมื่อการศึกษาไทยหันมาใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเต็มรูปแบบ ครูจึงควรก้าวทันความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วนี้ให้ได้
การเรียนการสอนที่เน้นความรู้ไม่ตอบโจทย์ชีวิตของนักเรียนในอนาคตอีกต่อไป ในปัจจุบันผู้เรียนสามารถเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ หรือศึกษาความรู้ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การเรียนการสอนปัจจุบันจึงเน้นที่การคิดแก้ไขปัญหาด้วยตัวของผู้เรียนเอง มี 6 กลยุทธ์ที่ครูสามารถนำไปใช้เพื่อช่วยพัฒนาการสอนให้มีความแปลกใหม่จากเดิม ดังนี้
1. การเตรียมการสอน รวมทั้งการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ไม่ได้เกิดจากครูผู้สอนในห้องเรียนนั้น ๆ เพียงคนเดียว แต่เกิดการร่วมมือกันเป็นชุมชนการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (PLC) บนฐานของการทำความเข้าใจผู้เรียนที่มีความหลากหลาย ดังนั้น การวางแผนจึงไม่ได้เริ่มจากตัวผู้สอนว่าอยากสอนเรื่องอะไร หรือเพิ่มเติมเรื่องอะไรเท่านั้น แต่ควรมาจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากแผนโดยตรง คือผู้เรียนนั่นเอง ในทางกลับกัน ครูควรถามผู้เรียนว่า ผู้เรียนอยากรู้อะไรนอกเหนือจากการเรียนรู้ตามตัวชี้วัดในแต่ละระดับชั้น ครูจะได้เติมเต็มส่วนที่ผู้เรียนยังขาดอยู่ได้
2. การร่วมมือกันของผู้สอน หลักการสำคัญในการร่วมมือกัน คือ ควรเน้นไปที่สิ่งที่มีร่วมกัน แล้วมองหาสิ่งที่แตกต่าง ร่วมกันอภิปรายสิ่งเหล่านั้นเพื่อนำผลที่ได้ย้อนกลับไปถึงประเด็นที่เป็นสิ่งสำคัญของการเรียนการสอน หากปฏิบัติตามหลักการข้างต้นจะส่งผลให้ครูทราบถึงประเด็นสำคัญของบทเรียนนั้นได้อย่างรวดเร็วและตรงประเด็นด้วย
3.การลองค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ในปัจจุบันมีหลายแนวคิดเกี่ยวกับการนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เช่น วิธีการสอนโดยพัฒนากิจกรรมเป็นรูปแบบเกม (Gamification) ที่ไม่ใช่แค่นำเกมมาใช้เฉย ๆ แต่มีเนื้อหาด้วย หรือ วิธีการสอนแบบเปิด (Open Approach) ที่เป็นวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบยืดหยุ่น ซึ่งใช้ควบคู่กับการศึกษาชั้นเรียน หรือ Lesson Study โดยครูในแต่ละช่วงชั้นจะร่วมมือกันในการศึกษาและแก้ไขปัญหาในชั้นเรียน นอกจากนี้ การสอนผู้เรียนควรเป็นแบบเชิงรุก (active learning) คือให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูและผู้เรียนและกระตุ้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง
4.การเชื่อมโยงกับหลักสูตรการเรียนกับชุมชน การจัดการเรียนรู้เกิดอย่างสมบูรณ์เมื่อทั้งครอบครัว ชุมชน และโรงเรียนร่วมมือกันพัฒนาและดูแลผู้เรียน เพื่อทำความเข้าใจปัญหาของผู้เรียนมากขึ้นนำไปสู่การช่วยเหลือสนับสนุนอย่างถูกวิธี โดยวิธีการเชื่อมโยงหลักสูตรอาจจัดกิจกรรมหรือวิชาเลือกที่มีความสอดคล้องกับบริบทของชุมชนนั้น ๆ
5.การสร้างเป้าหมาย การสร้างเป้าหมายร่วมกันทั้งครอบครัว ชุมชน และโรงเรียน ซึ่งการร่วมมือกันทั้ง 3 ฝ่ายนี้จะทำให้ได้ข้อมูลสำหรับช่วยพัฒนาผู้เรียนที่หลากหลายกว่าที่โรงเรียนจะเป็นผู้ดูแลและพัฒนาผู้เรียนเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น ข้อมูลนี้เป็นสิ่งสำคัญในการวิเคราะห์ผู้เรียนแต่ละคน เพื่อที่จะนำมาวางแผนการสอนได้อย่างเหมาะสม เช่น งานอดิเรกเมื่ออยู่บ้าน รายการทีวี/ช่องยูทูบที่ชื่นชอบ กิจวัตรประจำวันที่ทำในแต่ละวัน ฯลฯ
6.การยอมรับในการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีจุดสิ้นสุดเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าครูก็ควรพัฒนาการเรียนการสอนอย่างไม่มีจุดสิ้นสุดเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงไม่มีคำว่า “ดีที่สุด” เพราะการนำแผนมาปรับใช้กับผู้เรียนที่มีความหลากหลายย่อมมีการปรับปรุงและมีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ ทั้งการปรับเฉพาะหน้าและการปรับเหมาะกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป
การจัดทำแผนการเรียนการสอนนับว่าเป็นส่วนสำคัญในการเป็นหลักปฏิบัติทั้งของครูและผู้เรียน ส่วนรูปแบบ หรือเทคนิคการสอนนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้สอนจะพิจารณาว่ามีความเหมาะสมกับห้องเรียนของตนหรือไม่ เพราะครูแต่ละคนก็มีเทคนิคการสอนที่แตกต่างกันไป บางทีการนำเทคนิคเหล่านี้มาแบ่งปันกันก็เป็นเรื่องที่ไม่แย่เลย เพราะครูในโรงเรียนเดียวกันล้วนเจอผู้เรียนในห้องที่มีลักษณะแตกต่างกัน การร่วมแบ่งปันกัน จะทำให้การสอนของครูไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครูประจำวิชาเพียงผู้เดียว แต่เกิดขึ้นจากครูทุกคนในโรงเรียน
รายการอ้างอิง
ที่มา ; EDUCA
บทความ กล่าวถึง นโยบาย ศธ. ใน การ ขับเคลื่อน Active Learning ตาม การ สั่งการ นายก ให้ ปฏิรูป การศึกษา เน้น พัฒนา ครู สู่ การ จัดการเรียนรู้ ศตวรรษ ที่ 21 มี การ อบรม ครู กว่า 2 แสน คน และ ขยาย ผล พร้อม โรงเรียน ต้นแบบ และ ประเมิน ครู รูปแบบ ใหม่ Active Learning มุ่ง ให้ ผู้เรียน ลงมือ ปฏิบัติ เชื่อมโยง ความรู้ แก้ปัญหา และ ประยุกต์ ใช้ ใน ชีวิต สอดคล้อง แผน การศึกษา ชาติ 2560–2574 บทความ ชี้ การ เปลี่ยน จาก การ สอน บรรยาย สู่ การ เรียนรู้ เชิงรุก ที่ ผู้เรียน แสวงหา ความรู้ เอง ครู เป็น ผู้อำนวย การ เรียนรู้ ส่งเสริม การ มี ส่วนร่วม และ PLC ใช้ วิธี ใหม่ เช่น เกม การ สอน เปิด และ โครงงาน เชื่อมโยง โรงเรียน ชุมชน ครอบครัว เพื่อ เข้าใจ ผู้เรียน การ ร่วมมือ หลาย ฝ่าย ช่วย พัฒนา คุณภาพ การศึกษา และ การ ยอมรับ การ เปลี่ยนแปลง อย่าง ต่อเนื่อง เป็น หัวใจ การ ปรับตัว ของ ครู ใน ยุค ใหม่ เพื่อ พัฒนา ผู้เรียน ให้ มี ทักษะ คิด วิเคราะห์ และ แก้ปัญหา ได้ จริง ครู ต้อง ปรับ บทบาท จาก ผู้สอน เป็น ผู้ ชี้แนะ และ ออกแบบ การเรียนรู้ ให้ เหมาะสม กับ ความ แตกต่าง ของ ผู้เรียน การ วางแผน ร่วมกัน ระหว่าง ครู ผู้ปกครอง และ ชุมชน ทำให้ การ เรียนรู้ สมบูรณ์ มากขึ้น การ พัฒนา การศึกษา ต้อง ดำเนิน อย่าง ต่อเนื่อง และ สอดคล้อง กับ บริบท สังคม ที่ เปลี่ยนแปลง อย่าง รวดเร็ว การ ปรับปรุง อย่าง ต่อเนื่อง เป็น สิ่ง สำคัญ ยิ่ง
หัวใจสำคัญของ Active Learning ตามบทความคือข้อใด
ก. การท่องจำเนื้อหา
ข. การบรรยายของครูเป็นหลัก
ค. ผู้เรียนลงมือปฏิบัติและแก้ปัญหา
ง. การสอบปลายภาค
เฉลย: ก
เหตุผล: Active Learning เน้นผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริง ไม่ใช่การท่องจำหรือฟังบรรยาย
บทบาทใหม่ของครูตามบทความคือข้อใด
ก. ผู้ควบคุมชั้นเรียน
ข. ผู้อำนวยการเรียนรู้และผู้ชี้แนะ
ค. ผู้ให้คะแนนสอบ
ง. ผู้บรรยายเนื้อหา
เฉลย: ข
เหตุผล: ครูต้องเปลี่ยนจากผู้สอนเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้และโค้ชผู้เรียน
PLC ในบทความหมายถึงอะไร
ก. การสอนรายบุคคล
ข. การสอบร่วมกัน
ค. ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
ง. ระบบประเมินผลนักเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: PLC คือ Professional Learning Community
แนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบใดสอดคล้อง Active Learning มากที่สุด
ก. การท่องจำสูตร
ข. การสอนแบบบรรยาย
ค. การเรียนผ่านการลงมือทำ
ง. การคัดลอกจากหนังสือ
เฉลย: ง
เหตุผล: Active Learning ต้องการการปฏิบัติจริง ไม่ใช่คัดลอกหรือท่องจำ
เหตุผลสำคัญที่ต้องปฏิรูปการศึกษาคืออะไร
ก. ลดจำนวนครู
ข. ให้ทันศตวรรษที่ 21
ค. ลดการบ้าน
ง. เพิ่มเวลาเรียน
เฉลย: ก
เหตุผล: การศึกษาเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้องพัฒนาผู้เรียนให้ทันโลก
การเชื่อมโยงโรงเรียนกับชุมชนช่วยอะไร
ก. เพิ่มภาระครู
ข. ลดเวลาเรียน
ค. เข้าใจผู้เรียนรอบด้าน
ง. เพิ่มคะแนนสอบ
เฉลย: ข
เหตุผล: ช่วยให้เข้าใจผู้เรียนจากบริบทจริงของชีวิต
วิธีการสอนใดเป็นนวัตกรรมตามบทความ
ก. การท่องจำ
ข. การอ่านอย่างเดียว
ค. Gamification และ Open Approach
ง. การคัดลอกงาน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นวิธีสอนสมัยใหม่ที่เน้นการมีส่วนร่วม
การประเมินครูรูปแบบใหม่มุ่งเน้นอะไร
ก. จำนวนชั่วโมงสอน
ข. ความสามารถในการสอนเชิงรุก
ค. การลงโทษ
ง. การสอบข้อเขียน
เฉลย: ง
เหตุผล: บทความเน้นการพัฒนาคุณภาพการสอน ไม่ใช่แค่เอกสาร
การวางแผนการเรียนรู้ควรเริ่มจากอะไร
ก. ความต้องการครู
ข. ความสนใจผู้เรียน
ค. หนังสือเรียน
ง. ข้อสอบกลาง
เฉลย: ก
เหตุผล: การเรียนรู้ที่ดีต้องยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ข้อใดสะท้อน “การยอมรับการเปลี่ยนแปลง”
ก. ใช้วิธีสอนเดิมตลอด
ข. ไม่ปรับแผนการสอน
ค. พัฒนาและปรับปรุงต่อเนื่อง
ง. ยึดตำราเพียงอย่างเดียว
เฉลย: ข
เหตุผล: การศึกษาไม่มีวิธีที่ดีที่สุดถาวร ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง