
วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาธิการ กกศ.) กล่าวว่า การศึกษาของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด– 19 ค่อนข้างมาก เพื่อส่งเสริมคุณภาพการเรียนรู้และลดการสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้ของผู้เรียน สกศ. จึงขอเสนอแนวทางการรับมือและฟื้นฟูการศึกษาให้ตอบสนองการเปลี่ยนแปลง มีสาระสำคัญ อาทิ
“ซึ่งข้อเสนอดังกล่าว จะเป็นแนวทางฟื้นฟูและพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อลดผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ต่อการจัดการศึกษาในด้านคุณภาพผู้เรียน อินเทอร์เน็ต และภาระผู้ปกครอง
สภาการศึกษา (สกศ.) ยังได้ศึกษาแนวทางของต่างประเทศในการจัดการศึกษาช่วงโควิด-19 พบว่า
หลายประเทศจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ พร้อมทั้งการศึกษาทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือวิธีการอื่นๆ เพื่อปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีที่มี และให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้จากทุกที่ เช่น
บางประเทศมีการจ้างบุคลากรและอาสาสมัครเพื่อช่วยการเรียนรู้ของผู้เรียน เช่น
จากการศึกษาแนวทางการดำเนินงานของต่างประเทศ พบว่ามียุทธศาสตร์สำคัญ คือ
สำหรับแนวทางการฟื้นฟูการศึกษาหลังโควิด-19 นั้น OECD ร่วมกับ EI (Education International) ได้เสนอหลักการเพื่อการฟื้นตัวทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและเท่าเทียมกัน เช่น
สำหรับยุทธศาสตร์สนับสนุนการศึกษาในสถานการณ์วิกฤติ อาทิ
ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ ควรระดมความร่วมมืออย่างจริงจังจากหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกกระทรวง ภาคเอกชน ภาคประชาชน พ่อแม่ผู้ปกครอง และอาสาสมัคร เพื่อระดมพลังและทรัพยากรทางการศึกษาต่าง ๆ ช่วยกันพัฒนาการศึกษายุค New Normal ให้มีคุณภาพที่ดีทั้งในช่วงสถานการณ์วิกฤติและในอนาคตระยะยาว“ นายอำนาจ กล่าว
ที่มา ; แนวหน้า วันศุกร์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
สรุปสาระสำคัญ
สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของไทยอย่างมาก ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและการสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้ สภาการศึกษาเสนอแนวทางฟื้นฟูทั้งระยะสั้นและยาว โดยเน้นการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาครูให้มีสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ยุคใหม่ การปรับหลักสูตร วิธีสอน สื่อ และการประเมินให้ยืดหยุ่น รวมถึงจัดตั้งศูนย์สื่อในพื้นที่และดูแลความปลอดภัยของผู้เรียนและบุคลากร
จากการศึกษาต่างประเทศ พบว่าหลายประเทศใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และสื่อหลายรูปแบบเพื่อให้เข้าถึงการเรียนรู้ได้ทั่วถึง พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต และบุคลากรช่วยสอน เช่น ครูเกษียณหรืออาสาสมัคร ยุทธศาสตร์สำคัญคือการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลร่วมกัน
OECD และ EI เสนอหลักการฟื้นฟูที่เน้นความเท่าเทียม เช่น การเข้าถึงการเรียนทางไกล การสนับสนุนครู ผู้ปกครอง และผู้เรียนทั้งด้านวิชาการและสังคมอารมณ์ รวมถึงการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การยกระดับการศึกษาในยุค New Normal จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มีคุณภาพ และยั่งยืน
ข้อ 1 แนวทางใดสำคัญที่สุดในการลดความเหลื่อมล้ำทางการเรียนรู้ช่วงโควิด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียน
ข. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ค. ลดเนื้อหาหลักสูตร
ง. เพิ่มการสอบ
ข้อ 2 การพัฒนาครูควรมุ่งเน้นด้านใด
ก. การวิจัย
ข. การบริหาร
ค. สมรรถนะดิจิทัล
ง. วินัย
ข้อ 3 จุดเด่นของต่างประเทศคืออะไร
ก. ลดบทบาทครู
ข. ใช้สื่อเดียว
ค. ใช้หลายช่องทางเรียนรู้
ง. เน้นสอบ
ข้อ 4 มาตรการช่วยผู้เรียนด้อยโอกาสที่เหมาะสมคือ
ก. เพิ่มการบ้าน
ข. แจกอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เพิ่มครู
ข้อ 5 ยุทธศาสตร์สำคัญคืออะไร
ก. การแข่งขัน
ข. การรวมศูนย์
ค. การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
ง. การควบคุม
ข้อ 6 บทบาทผู้ปกครองควรเป็นอย่างไร
ก. ไม่เกี่ยวข้อง
ข. ตรวจสอบคะแนน
ค. สนับสนุนการเรียนรู้
ง. จัดสอบ
ข้อ 7 การปรับหลักสูตรควรมีลักษณะใด
ก. เข้มงวด
ข. ยืดหยุ่น
ค. ยาวขึ้น
ง. ตายตัว
ข้อ 8 การจ้างอาสาสมัครช่วยสอนสะท้อนแนวคิดใด
ก. ลดงบ
ข. เพิ่มแรงงาน
ค. การมีส่วนร่วมชุมชน
ง. ลดคุณภาพ
ข้อ 9 หลักการของ OECD เน้นอะไร
ก. การสอบ
ข. ความเท่าเทียม
ค. การแข่งขัน
ง. การคัดเลือก
ข้อ 10 หากเป็นผู้บริหารควรตัดสินใจอย่างไร
ก. รอคำสั่ง
ข. ใช้รูปแบบเดิม
ค. สร้างเครือข่ายความร่วมมือ
ง. ลดกิจกรรม
คลิกเฉลย >>>