สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M072_วิธีการรับมือโควิด-19 และการฟื้นฟูการศึกษาให้ทันการเปลี่ยนแปลง

วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาธิการ กกศ.) กล่าวว่า การศึกษาของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด– 19 ค่อนข้างมาก เพื่อส่งเสริมคุณภาพการเรียนรู้และลดการสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้ของผู้เรียน สกศ. จึงขอเสนอแนวทางการรับมือและฟื้นฟูการศึกษาให้ตอบสนองการเปลี่ยนแปลง มีสาระสำคัญ อาทิ

  • เร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยี
  • เร่งรัดพัฒนาครูและผลิตครูให้มีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
  • เร่งรัดการพัฒนาหลักสูตร วิธีการเรียนรู้ เนื้อหา กิจกรรม สื่อ และการวัดประเมินผลให้ยืดหยุ่นเหมาะสมกับสถานการณ์วิกฤติ
  • จัดให้มีศูนย์สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาในระดับพื้นที่
  • จัดให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยแก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เช่น อุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรค วัคซีน 

ซึ่งข้อเสนอดังกล่าว จะเป็นแนวทางฟื้นฟูและพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อลดผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ต่อการจัดการศึกษาในด้านคุณภาพผู้เรียน อินเทอร์เน็ต และภาระผู้ปกครอง

สภาการศึกษา (สกศ.) ยังได้ศึกษาแนวทางของต่างประเทศในการจัดการศึกษาช่วงโควิด-19 พบว่า

ลายประเทศจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ พร้อมทั้งการศึกษาทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือวิธีการอื่นๆ เพื่อปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีที่มี และให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้จากทุกที่ เช่น

  • ฟินแลนด์ ได้เปิดให้บริการทรัพยากรทางการศึกษา/แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ต่างๆ โดยครูที่มีชื่อเสียง
  • ฝรั่งเศส ขยายโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ดิจิทัลที่มีอยู่และสนับสนุนให้มีที่ปรึกษาด้านดิจิทัลแก่ครู
  • เกาหลี จัดหาอุปกรณ์ดิจิทัลและค่าอินเทอร์เน็ตให้กับผู้เรียนที่ด้อยโอกาส
  • สหรัฐอเมริกา จัดทำแหล่งข้อมูลและทรัพยากรในการเรียนรู้สำหรับนักการศึกษาและครอบครัว

บางประเทศมีการจ้างบุคลากรและอาสาสมัครเพื่อช่วยการเรียนรู้ของผู้เรียน เช่น

  • อังกฤษ สนับสนุนให้โรงเรียนจ้างพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษาด้านวิชาการ เพื่อช่วยผู้เรียนให้เรียนทันและเรียนทดแทนในช่วงที่การเรียนรู้ขาดหายไป
  • ญี่ปุ่น จ้างครูที่เกษียณ นักศึกษาในมหาวิทยาลัย และคนในชุมชนเข้ามาช่วยในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนที่ไม่ได้เข้าเรียน

จากการศึกษาแนวทางการดำเนินงานของต่างประเทศ พบว่ามียุทธศาสตร์สำคัญ คือ

  • การระดมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน NGOs ชุมชน ครูเกษียณ และอาสาสมัคร เข้ามาช่วยออกแบบและจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน
  • ร่วมมือพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ สื่อ อุปกรณ์ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ของผู้เรียน

สำหรับแนวทางการฟื้นฟูการศึกษาหลังโควิด-19 นั้น OECD ร่วมกับ EI (Education International) ได้เสนอหลักการเพื่อการฟื้นตัวทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและเท่าเทียมกัน เช่น

  • การจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเรียนรู้ทางไกลที่ออกแบบเพื่อให้นักเรียนทุกคนเข้าถึงได้
  • การสนับสนุนครูให้สามารถทำงานได้ในสถานการณ์วิกฤติ
  • การส่งเสริมผู้ปกครองให้ทำงานร่วมกันในการสนับสนุนผู้เรียน
  • การส่งเสริมผู้เรียนให้ตรงตามความต้องการด้านการเรียนรู้ สังคมและอารมณ์
  • การส่งเสริมให้ครูและผู้เกี่ยวข้องร่วมออกแบบและสร้างความเข้มแข็งให้กับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเรียนรู้ด้วยดิจิทัล
  • การส่งเสริมครูให้ได้รับการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

สำหรับยุทธศาสตร์สนับสนุนการศึกษาในสถานการณ์วิกฤติ อาทิ

  • การมีส่วนร่วมอย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน
  • การจัดบุคลากรและอาสาสมัครเข้ามาช่วยการเรียนรู้ของผู้เรียน
  • การมีที่ปรึกษาให้แก่ครูในด้านเทคโนโลยีการศึกษา

ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ ควรระดมความร่วมมืออย่างจริงจังจากหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกกระทรวง ภาคเอกชน ภาคประชาชน พ่อแม่ผู้ปกครอง และอาสาสมัคร เพื่อระดมพลังและทรัพยากรทางการศึกษาต่าง ๆ ช่วยกันพัฒนาการศึกษายุค New Normal ให้มีคุณภาพที่ดีทั้งในช่วงสถานการณ์วิกฤติและในอนาคตระยะยาวนายอำนาจ กล่าว  

ที่มา ; แนวหน้า วันศุกร์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

สรุปสาระสำคัญ
สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของไทยอย่างมาก ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและการสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้ สภาการศึกษาเสนอแนวทางฟื้นฟูทั้งระยะสั้นและยาว โดยเน้นการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาครูให้มีสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ยุคใหม่ การปรับหลักสูตร วิธีสอน สื่อ และการประเมินให้ยืดหยุ่น รวมถึงจัดตั้งศูนย์สื่อในพื้นที่และดูแลความปลอดภัยของผู้เรียนและบุคลากร

จากการศึกษาต่างประเทศ พบว่าหลายประเทศใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และสื่อหลายรูปแบบเพื่อให้เข้าถึงการเรียนรู้ได้ทั่วถึง พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต และบุคลากรช่วยสอน เช่น ครูเกษียณหรืออาสาสมัคร ยุทธศาสตร์สำคัญคือการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลร่วมกัน

OECD และ EI เสนอหลักการฟื้นฟูที่เน้นความเท่าเทียม เช่น การเข้าถึงการเรียนทางไกล การสนับสนุนครู ผู้ปกครอง และผู้เรียนทั้งด้านวิชาการและสังคมอารมณ์ รวมถึงการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การยกระดับการศึกษาในยุค New Normal จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มีคุณภาพ และยั่งยืน

ข้อสอบ

ข้อ 1 แนวทางใดสำคัญที่สุดในการลดความเหลื่อมล้ำทางการเรียนรู้ช่วงโควิด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียน
ข. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ค. ลดเนื้อหาหลักสูตร
ง. เพิ่มการสอบ

ข้อ 2 การพัฒนาครูควรมุ่งเน้นด้านใด
ก. การวิจัย
ข. การบริหาร
ค. สมรรถนะดิจิทัล
ง. วินัย

ข้อ 3 จุดเด่นของต่างประเทศคืออะไร
ก. ลดบทบาทครู
ข. ใช้สื่อเดียว
ค. ใช้หลายช่องทางเรียนรู้
ง. เน้นสอบ

ข้อ 4 มาตรการช่วยผู้เรียนด้อยโอกาสที่เหมาะสมคือ
ก. เพิ่มการบ้าน
ข. แจกอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เพิ่มครู

ข้อ 5 ยุทธศาสตร์สำคัญคืออะไร
ก. การแข่งขัน
ข. การรวมศูนย์
ค. การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
ง. การควบคุม

ข้อ 6 บทบาทผู้ปกครองควรเป็นอย่างไร
ก. ไม่เกี่ยวข้อง
ข. ตรวจสอบคะแนน
ค. สนับสนุนการเรียนรู้
ง. จัดสอบ

ข้อ 7 การปรับหลักสูตรควรมีลักษณะใด
ก. เข้มงวด
ข. ยืดหยุ่น
ค. ยาวขึ้น
ง. ตายตัว

ข้อ 8 การจ้างอาสาสมัครช่วยสอนสะท้อนแนวคิดใด
ก. ลดงบ
ข. เพิ่มแรงงาน
ค. การมีส่วนร่วมชุมชน
ง. ลดคุณภาพ

ข้อ 9 หลักการของ OECD เน้นอะไร
ก. การสอบ
ข. ความเท่าเทียม
ค. การแข่งขัน
ง. การคัดเลือก

ข้อ 10 หากเป็นผู้บริหารควรตัดสินใจอย่างไร
ก. รอคำสั่ง
ข. ใช้รูปแบบเดิม
ค. สร้างเครือข่ายความร่วมมือ
ง. ลดกิจกรรม

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม