สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M061_รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เห็นชอบร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย

พ.ค.64-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 รอบล่าสุดนี้ได้ส่งผลกระทบในวงกว้าง แต่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ยังเดินหน้าขับเคลื่อนต่อยอดพัฒนาระบบการศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ สกศ.ได้จัดทำร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 - 2570 นำเสนอ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงนามเห็นชอบในหลักการแล้ว ซึ่งจะได้รายงานเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  พิจารณาตามลำดับต่อไป

โดยที่ผ่านมา สกศ.ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการขับเคลื่อนงานเด็กปฐมวัยตามพระราชบัญัติ (พ.ร.บ.) การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2562 ภายใต้ความร่วมมือ 4 หน่วยงานหลัก กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผ่านกลไกขับเคลื่อนสำคัญคือคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 6 คณะ และมีผลดำเนินงานความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องที่มีเป้าหมายร่วมกันปฏิรูปการศึกษาส่งเสริมผลักดันเต็มที่ เด็กเล็กต้องได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัยจึงต้องสร้างกลไกความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพพัฒนากลไกการตรวจสอบที่มีคุณภาพ พิจารณานําเครื่องมือดําเนินงานใหม่ๆ มาปรับใช้ และผลักดันให้เกิดศูนย์รับเลี้ยงเด็กอ่อนที่มีคุณภาพ  

สำหรับวิสัยทัศน์ของแผนคือ จะมุ่งเน้นเด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านเต็มตามศักยภาพ

โดยมียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน 7 ด้าน ดังนี้

1.การจัดและการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย

2.การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัวในการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย

3.การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการพัฒนาเด็กปฐมวัย

4.การพัฒนาระบบและกลไกการบูรณาการสารสนเทศเด็กปฐมวัย และการนำไปใช้ประโยชน์

5.การจัดทำและปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยและการดำเนินการตามกฎหมาย

6.การวิจัยพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้

7.การบริหารจัดการ การสร้างกลไก การประสานการดำเนินงาน และการติดตามประเมินผล

ซึ่ง สกศ. เห็นว่าการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผล ต้องพัฒนาความเข้มแข็งในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างครอบครัวคุณภาพ การยกระดับโรงเรียนพ่อแม่ และการกําหนดนโยบายที่เป็นมิตรกับครอบครัวในสถานประกอบการ  

แนวคิดสำคัญคือยกระดับแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เป็นแผนบูรณาการทั้งด้านบริการสาธารณสุขการจัดการศึกษา การจัดสวัสดิการ และด้านการคุ้มครองสิทธิแก่เด็กปฐมวัย ต้องเร่งสร้างระบบจูงใจให้ท้องถิ่นพัฒนาคุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และกระตุ้นพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยใช้แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ฯ ฉบับนี้ไปใช้เป็นกรอบแนวทางภายใต้เป้าหมายร่วมกันทั้งระบบเลขาฯ สกศ. กล่าว 

ที่มา ; ไทยโพสต์ 05 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 

สรุปสาระสำคัญ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาไทยอย่างกว้างขวาง แต่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดทำร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564–2570 ซึ่งผ่านความเห็นชอบในหลักการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

แผนดังกล่าวดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 โดยมีความร่วมมือจาก 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ ศธ. พม. มท. และ สธ. เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กอย่างบูรณาการ เป้าหมายสำคัญคือให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาอย่างเหมาะสมตามวัย

วิสัยทัศน์ของแผนมุ่งให้เด็กทุกคนได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ โดยมียุทธศาสตร์ 7 ด้าน เช่น การพัฒนาบริการ การเสริมสร้างครอบครัว การยกระดับมาตรฐาน การใช้ข้อมูลสารสนเทศ การปรับปรุงกฎหมาย การวิจัย และการบริหารจัดการ

ทั้งนี้ การนำแผนสู่การปฏิบัติจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งในหลายมิติ เช่น ครอบครัวคุณภาพ โรงเรียนพ่อแม่ และนโยบายที่เอื้อต่อครอบครัว รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้ท้องถิ่นพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมทั้งระบบ

ข้อสอบ

ข้อ 1

ข้อใดเป็นเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564–2570
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียนอนุบาล
ข. พัฒนาเด็กให้เก่งวิชาการ
ค. พัฒนาเด็กอย่างรอบด้านเต็มศักยภาพ
ง. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

 

ข้อ 2

หน่วยงานใด “ไม่ใช่” 1 ใน 4 กระทรวงหลักที่ร่วมดำเนินงาน
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. กระทรวงสาธารณสุข
ค. กระทรวงแรงงาน
ง. กระทรวงมหาดไทย

 

ข้อ 3

ข้อใดสะท้อน “แนวคิดเชิงระบบ” ของแผนได้ดีที่สุด
ก. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. บูรณาการด้านสุขภาพ การศึกษา และสวัสดิการ
ค. เพิ่มจำนวนครูปฐมวัย
ง. จัดสอบมาตรฐานระดับชาติ

 

ข้อ 4

หากผู้บริหารต้องการยกระดับคุณภาพเด็กปฐมวัย ควรดำเนินการข้อใด
ก. เน้นการสอบแข่งขัน
ข. ลดกิจกรรมเล่น
ค. ส่งเสริมความร่วมมือครอบครัว
ง. เพิ่มการบ้า

 

ข้อ 5

ยุทธศาสตร์ด้านใดช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ก. การจัดบริการ
ข. การพัฒนาครอบครัว
ค. ระบบสารสนเทศ
ง. การวิจัย

 

ข้อ 6

การตั้ง “โรงเรียนพ่อแม่” สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใด
ก. การบริหารจัดการ
ข. การพัฒนาครอบครัว
ค. การวิจัย
ง. กฎหมาย

 

ข้อ 7

ข้อใดเป็น “ปัจจัยความสำเร็จ” ของการนำแผนไปปฏิบัติ
ก. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ข. ความเข้มแข็งหลายมิติ
ค. การสอบวัดผล
ง. การเพิ่มหลักสูตร

 

ข้อ 8

หากท้องถิ่นไม่พัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ควรใช้มาตรการใด
ก. ลงโทษทันที
ข. ลดงบประมาณ
ค. สร้างแรงจูงใจ
ง. ยกเลิกศูนย์

 

ข้อ 9

ข้อใดสะท้อนการพัฒนา “รอบด้าน” ได้ดีที่สุด
ก. เน้น IQ
ข. เน้น EQ
ค. เน้นร่างกาย
ง. ครอบคลุมทุกมิติ

 

ข้อ 10

บทบาทสำคัญของ สกศ. คือข้อใด
ก. จัดการเรียนการสอน
ข. ออกข้อสอบ
ค. ขับเคลื่อนนโยบายและแผน
ง. ควบคุมโรงเรียน

 

คลิกเฉลย >>>

 

ความเห็นของผู้ชม