
เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ศ.ดร.มังกร โรจน์ประภากร รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการสกสค.ที่มีน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดทำหนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือ E-book ซึ่งได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโชว์การจัดหนังสือ E-book ในกลุ่มวิชาต่างๆให้ที่ประชุมพิจารณา เนื่องจากขณะนี้การจัดพิมพ์แบบเรียนขององค์การค้าฯอาจจะต้องเดินหน้าไปสู่การจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหนังสือ E-book ที่นำมาโชว์นั้นถือเป็นหนังสือระดับท็อบของโลก มีการจัดทำภาพสามมิติที่ทันสมัย นำเสนอบทเรียนได้อย่างน่าสนใจ รวมถึงมีองค์ประกอบของเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างมาก และทำให้เด็กสามารถเข้าใจบทเรียนได้ดี
รองเลขาธิการสกสค.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้การจัดทำหนังสือเรียน E-book ขององค์การค้าฯนั้นอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งรมว.ศึกษาธิการ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่เราจะต้องเน้นกระบวนการจัดทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนสูงสุด ขณะเดียวกันการจัดทำหนังสือ E-book ขององค์การค้าฯนั้นที่ประชุมได้เน้นถึงหนังสือ E-book ในวิชาประวัติศาสตร์ เพราะอยากให้เด็กไทยได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์อย่างสนุกสนาน และได้ความรู้ประวัติศาสตร์ของไทยอย่างเต็มที่ เนื่องจากที่ผ่านมาการเรียนวิชาประวัติศาสตร์จะเน้นท่องจำ หนังสือเรียนจะมีเพียงภาพประกอบ ซึ่งส่งผลให้การเรียนประวัติศาสตร์น่าเบื่อ ดังนั้นหนังสือ E-book ในกลุ่มวิชาประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งจะอิงหลักสูตร แต่รูปแบบการนำเสนอจะเน้นความทันสมัย เช่น เมื่อผู้เรียนอยากรู้เรื่องประวัตินิราศภูเขาทอง สามารถกดไปที่เนื้อหาจะขึ้นภาพประกอบสามมิติ พร้อมกับเสียงการอ่านนิราศอย่างถูกต้อง เป็นต้น ส่วนประเด็นที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะนั้นที่ประชุมยังไม่ได้กำชับนโยบายนี้มาเป็นพิเศษ แต่ด้วยบทบาทขององค์การค้าฯในการจัดพิมพ์แบบเรียนก็ต้องปรับตาม เพื่อให้เหมาะสมกับหลักสูตรใหม่เช่นเดียวกัน
ที่มา ; เดลินิวส์ 3 สิงหาคม 2564
สรุปสาระสำคัญ
สกสค.หารือการพัฒนาหนังสือเรียนรูปแบบ E-book เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของยุคดิจิทัล โดยมีการนำเสนอผลงาน E-book ระดับสากลที่ใช้ภาพสามมิติ เสียง และสื่อผสม ช่วยให้บทเรียนมีความน่าสนใจและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น นโยบายนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่เน้นว่าการพัฒนาต้องยึดประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนเป็นหลัก โดยเฉพาะวิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมาเน้นการท่องจำและขาดความน่าสนใจ จึงควรปรับรูปแบบให้มีความทันสมัย เช่น การใช้ภาพ 3 มิติ เสียงบรรยาย และการโต้ตอบ เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้เชิงลึกและความเข้าใจ ทั้งนี้ การพัฒนา E-book ต้องสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง และเตรียมปรับให้เข้ากับหลักสูตรฐานสมรรถนะในอนาคต ซึ่งจะเน้นการพัฒนาทักษะและความสามารถของผู้เรียนมากกว่าการจำเนื้อหา บทบาทขององค์การค้าฯ จึงต้องปรับตัวทั้งด้านเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอ เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทการศึกษาไทยในยุคใหม่
ข้อ 1 จุดมุ่งหมายหลักของการพัฒนา E-book คืออะไร
ก. ลดต้นทุนการพิมพ์
ข. เพิ่มความทันสมัยและประสิทธิภาพการเรียนรู้
ค. แข่งขันกับต่างประเทศ
ง. ลดบทบาทครู
ข้อ 2 จุดอ่อนของการเรียนประวัติศาสตร์เดิมคืออะไร
ก. เนื้อหาน้อย
ข. ใช้เทคโนโลยีมากเกินไป
ค. เน้นท่องจำและไม่น่าสนใจ
ง. ยากเกินระดับวัย
ข้อ 3 คุณลักษณะเด่นของ E-book คือข้อใด
ก. ราคาถูก
ข. มีเฉพาะข้อความ
ค. มีภาพ 3 มิติและเสียง
ง. ใช้เฉพาะในเมือง
ข้อ 4 หากเป็นผู้บริหาร ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ยกเลิกหนังสือเดิมทันที
ข. ใช้เฉพาะ E-book
ค. ผสมผสานและพัฒนาตามบริบท
ง. รอคำสั่ง
ข้อ 5 การพัฒนา E-book ต้องคำนึงถึงสิ่งใดมากที่สุด
ก. งบประมาณ
ข. ครู
ค. ผู้เรียน
ง. เทคโนโลยี
ข้อ 6 ความเชื่อมโยงกับหลักสูตรฐานสมรรถนะคืออะไร
ก. เน้นการสอบ
ข. เน้นท่องจำ
ค. เน้นทักษะและการปฏิบัติ
ง. เน้นตำรา
ข้อ 7 หากครูใช้ E-book ควรปรับบทบาทอย่างไร
ก. เป็นผู้บรรยาย
ข. เป็นผู้อำนวยความสะดวก
ค. เป็นผู้ตรวจงาน
ง. เป็นผู้สั่งการ
ข้อ 8 ตัวอย่างการใช้ E-book ในบทความคือข้อใด
ก. อ่านนิทาน
ข. ฟังเพลง
ค. ดูภาพ 3 มิติพร้อมเสียงนิราศ
ง. เขียนเรียงความ
ข้อ 9 ความท้าทายของการใช้ E-book คืออะไร
ก. ไม่มีเนื้อหา
ข. ขาดการออกแบบที่เหมาะสม
ค. ผู้เรียนไม่สนใจ
ง. ไม่มีครู
ข้อ 10 บทบาทขององค์การค้าฯ ในอนาคตคืออะไร
ก. ผลิตหนังสือเท่านั้น
ข. ยกเลิกบทบาท
ค. ปรับตัวตามหลักสูตรและเทคโนโลยี
ง. ทำงานเฉพาะเอกชน
คลิกเฉลย >>>