ปี 2563 สกศ.ยึดแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเป็นคัมภีร์
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวถึงแนวทางการทำงานของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในปี 2563 ว่า สกศ.จะยึดแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเป็นคัมภีร์ในการปฏิบัติงานและเดินไปสู่เป้าหมาย โดยแผนปฏิรูปฯดังกล่าวมีแผนการดำเนินงาน 7 แผนหลัก 29 ประเด็นย่อย และโครงการต่าง ๆเกือบ 140 โครงการ แต่เนื่องจากได้มีการเสนอร่างแผนปฏิรูปฯต่อรัฐบาลเมื่อปลายปี 2561 และได้รับการอนุมัติในเดือน พฤษภาคม 2562
ขณะที่หลายเรื่องตามแผนต้องแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม2562 แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่า มีเพียง9 เรื่องเท่านั้นที่ดำเนินการไปได้ใกล้เคียงกับแผนที่กำหนด 11 เรื่องดำเนินการได้เล็กน้อย และอีก 9 ประเด็นยังไม่ดำเนินการอะไรเลย ดังนั้น วันที่ 8-10 ม.ค.นี้ สกศ.จะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับตารางเวลาในการทำงาน และกำหนดแผนงานปี 2563 และ 2564
พร้อมทั้งเน้นงานในแผนปฏิรูปว่าอะไรต้องหยิบขึ้นมาเดินหน้าเป็นการเฉพาะก่อน รวมถึงสื่อสารทำความเข้าใจกับหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ทุกหน่วยงานต้องบรรจุสิ่งที่อยู่ในแผนปฏิรูปฯและถือเป็นเรื่องสำคัญในการจัดทำงบประมาณปีต่อๆไป เพราะปัจจุบันระบบการติดตามงานของรัฐบาลจะยึดแผนปฏิรูปฯเป็นหลัก
เลขาธิการ สกศ. กล่าวต่อไปว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้เข้าชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ต่อคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาติดตามเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการศึกษา ที่มีนางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา เป็นประธาน ซึ่งนางกอบกุล ได้ขอให้ สกศ.เร่งรัด 2-3 เรื่องก่อน เช่น การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา การทำให้สถานศึกษามีอิสระ การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล เป็นต้น
ซึ่งการทำให้สถานศึกษามีอิสระต้องดูความพร้อมและคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ผนวกกับการปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการใช้อำนาจจากส่วนกลาง ที่โครงสร้างใหม่ ศธ.ควรเสร็จกลางปี 2564 ดังนั้น การทำให้สถานศึกษามีอิสระ ควรมีหลายรูปแบบ สถานศึกษาที่พร้อมอาจไปก่อน ยังไม่พร้อมจะต้องพัฒนาให้มีความพร้อม สุดท้ายเป้าหมายการเป็นอิสระเน้นที่คุณภาพผู้เรียน ซึ่งไม่ได้วัดคุณภาพจากฐานความรู้ แต่ต้องเปิดเรื่องการวัดศักยภาพของเด็กว่า มีสมรรถนะด้านอื่น เช่น ศิลปะ ดนตรี กีฬา เพื่อนำมาใช้ส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพของตนเอง
สรุป ; เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดแนวทางการทำงาน ปี 2563 ยึดแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเป็นคัมภีร์ในการปฏิบัติงานและเดินไปสู่เป้าหมาย ชี้ทุกหน่วยงานใน ศธ.ต้องช่วยกันเคลื่อน 7 แผนหลัก 29 ประเด็นย่อย
ที่มา ; เดลินิวส์ จันทร์ที่ 6 มกราคม 2563
สรุปสาระสำคัญ
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กำหนดแนวทางการดำเนินงานปี 2563 โดยยึดแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเป็นกรอบหลักในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วย 7 แผนหลัก 29 ประเด็นย่อย และเกือบ 140 โครงการ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามแผน โดยมีเพียง 9 เรื่องที่ดำเนินการได้ใกล้เคียงเป้าหมาย 11 เรื่องดำเนินการได้น้อย และอีก 9 เรื่องยังไม่เริ่มดำเนินการ ส่งผลให้ต้องมีการปรับแผนและเร่งรัดการดำเนินงานในปี 2563–2564
สกศ.เน้นให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการบูรณาการแผนปฏิรูปเข้าสู่การจัดทำงบประมาณ และใช้เป็นเครื่องมือหลักในการติดตามผลของรัฐบาล โดยมีการเร่งรัดประเด็นสำคัญ เช่น การปรับโครงสร้างระบบการศึกษา การเพิ่มอิสระให้สถานศึกษา และการพลิกโฉมการเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล
การให้อิสระสถานศึกษาจะดำเนินการตามระดับความพร้อม โดยสถานศึกษาที่มีศักยภาพสามารถดำเนินการได้ก่อน ขณะที่สถานศึกษาที่ยังไม่พร้อมต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยเน้นการพัฒนาสมรรถนะรอบด้าน ไม่จำกัดเพียงความรู้เชิงวิชาการ แต่รวมถึงศักยภาพด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาได้เต็มศักยภาพ
ข้อสอบ
ข้อ 1 แนวคิดหลักของการดำเนินงานของ สกศ. ในปี 2563 คือข้อใด
ก. เน้นการกระจายงบประมาณ
ข. ยึดแผนปฏิรูปการศึกษาเป็นหลัก
ค. เพิ่มจำนวนครู
ง. ปรับหลักสูตรทันที
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าใช้แผนปฏิรูปฯ เป็น “คัมภีร์” การทำงาน
ข้อ 2 ปัญหาสำคัญของการดำเนินงานตามแผนคืออะไร
ก. ขาดงบประมาณ
ข. ขาดบุคลากร
ค. ดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผน
ง. นโยบายไม่ชัดเจน
เฉลย: ค
เหตุผล: มีหลายประเด็นที่ทำได้น้อยหรือยังไม่เริ่ม
ข้อ 3 การแก้ปัญหาความล่าช้า สกศ. ใช้วิธีใด
ก. ยกเลิกแผน
ข. ปรับตารางและแผนงานใหม่
ค. ลดโครงการ
ง. เปลี่ยนผู้บริหาร
เฉลย: ข
เหตุผล: มีการจัดประชุมเพื่อปรับแผนปี 2563–2564
ข้อ 4 เหตุใดหน่วยงานต้องบรรจุแผนปฏิรูปในงบประมาณ
ก. เพื่อเพิ่มงบ
ข. เพื่อความสอดคล้องกับการติดตามของรัฐบาล
ค. เพื่อแข่งขัน
ง. เพื่อรายงาน
เฉลย: ข
เหตุผล: ระบบติดตามของรัฐยึดแผนนี้เป็นหลัก
ข้อ 5 แนวทางการให้อิสระสถานศึกษาควรเป็นอย่างไร
ก. ให้ทุกแห่งพร้อมกัน
ข. ให้เฉพาะโรงเรียนใหญ่
ค. ให้ตามความพร้อม
ง. ไม่ควรให้
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องพิจารณาความพร้อมและคุณภาพ
ข้อ 6 หากโรงเรียนยังไม่พร้อม ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ยกเลิกนโยบาย
ข. พัฒนาให้พร้อม
ค. รวมโรงเรียน
ง. เปลี่ยนผู้บริหาร
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการพัฒนาเพื่อเข้าสู่ความพร้อม
ข้อ 7 เป้าหมายหลักของการให้อิสระสถานศึกษาคืออะไร
ก. ลดภาระครู
ข. เพิ่มงบประมาณ
ค. ยกระดับคุณภาพผู้เรียน
ง. ลดการควบคุม
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งผลลัพธ์ที่ผู้เรียน
ข้อ 8 การวัดคุณภาพผู้เรียนควรเปลี่ยนไปอย่างไร
ก. เน้นข้อสอบ
ข. เน้นความจำ
ค. เน้นสมรรถนะหลากหลาย
ง. เน้นคะแนนเฉลี่ย
เฉลย: ค
เหตุผล: รวมศิลปะ ดนตรี กีฬา
ข้อ 9 การใช้ระบบดิจิทัลมีบทบาทอย่างไร
ก. ลดครู
ข. แทนโรงเรียน
ค. พลิกโฉมการเรียนรู้
ง. เพิ่มงานเอกสาร
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นเครื่องมือปฏิรูปการเรียนรู้
ข้อ 10 ผู้บริหารสถานศึกษาควรนำแนวคิดนี้ไปใช้อย่างไร
ก. ทำตามคำสั่ง
ข. เน้นเอกสาร
ค. วิเคราะห์บริบทและพัฒนาตามแผน
ง. รอคำสั่งส่วนกลาง
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องใช้วิจารณญาณเชิงบริหารและบริบทจริง**
ความเห็นของผู้ชม