สมาชิกเข้าสู่ระบบ

กก.สถานศึกษา ไม่ทน ผอ.ประถมฯ เบิกงบร.ร.ใช้ส่วนตัว


วันนี้ วันที่ 19 มีนาคม 2567 เป็นเรื่องฉาว ในวงการครูอีกแล้ว เมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ถูกกรรมการสถานศึกษาร้องเรียน ถึงการเบิกเงินไปใช้จ่ายส่วนตัวกว่า 2 แสนบาท และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายรูปแบบ แนบหลักฐานประกอบเพียบ 

แถมมีหญิงสาวส่งคลิปวิดีโอคอลสยิว กับ ผอ. มาทวงเงินค่าบริการทางเพจโรงเรียน ว่า "ผอ.วิดีโอคอลสยิวแล้ว ไม่ยอมจ่ายเงิน" เรื่องนี้ทำให้ครูและผู้ปกครองชักหวั่น ๆ ว่า ผอ. มีพฤติกรรมเป็นภัยกับนักเรียนหรือไม่ 

ส.ต.อ.สมัย สายอ่อนตา กรรมการสถานศึกษาโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยผู้สื่อข่าวว่า คณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 11 คน โรงเรียน ได้ร่วมกันทำหนังสือร้องเรียนยื่น ต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมผอ.โรงเรียน นำงบประมาณไปใช้ส่วนตัวมีความไม่โปเหมาะสมหลายอย่าง 

ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ เปิดสอนชั้นอนุบาล ถึง ป.6 มีนักเรียน 400 กว่าคน ครู 10 กว่าคน และบอกว่า ผอ. จะนำเงินโรงเรียนไปใช้หลายรูปแบบ ดังนี้ 

ผอ.จะให้นักเรียนหยุดเรียนบ่อย เพื่อนำเงินค่าอาหารกลางวัน ที่ต้องจ่ายในวันดังกล่าวไปใช้ส่วนตัว 

มีการเบิกเงินในสมุดบันทึกบัญชีเงินนอกงบประมาณ ไปใช้ส่วนตัวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 66 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2567 จำนวน 70 ครั้ง รวมเป็นเงิน 133,391 บาท ยอดเบิกต่อครั้งสูงสุด 30,000 บาท น้อยสุด 100 บาท น้อยสุด 100 บาท 

นอกจากนี้ ผอ.ยังเบิกเงินสหกรณ์โรงเรียนไปใช้ส่วนตัว ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ปี 2566 จำนวน 16 ครั้ง รวมเป็นเงิน 42,700 บาท ถ้าผู้จัดการสหกรณ์ไม่ให้เบิก ก็จะปลดออกตั้งคนใหม่แทน 

และ ที่ดูจะหนักสุดในการใช้งบโรงเรียน คือ มีการเบิกเงินค่าปัจจัยพื้นฐานยากจน 79,000 บาท เพื่อซื้อของให้นักเรียนยากจน แต่ไม่ได้ซื้อของให้นักเรียนจริง กลับให้นักเรียนลงลายมือชื่อไว้ว่าได้รับเงินแล้ว

เปิดเผยอีกว่า ตอนที่ลูกสาว ผอ. สอบครูผู้ช่วยได้ ก็จัดเลี้ยงที่โรงเรียน ทั้งที่สอนโรงเรียนอื่น ส่วนงบที่นำมาจัดเลี้ยงก็เป็นของโรงเรียนแห่งนี้ เขียนเบิกโครงการส่งเสริมสุขภาพของเด็กปฐมวัย จำนวน 20,000 บาท 

อีกทั้งยังใช้เงินโรงเรียนไปต่อเติมห้องพยาบาล ซื้อเตียงนอน ซื้อแอร์ มาติดตั้งเป็นห้องพักส่วนตัวของผอ. และ ผู้ติดตาม คือ ลูกสาวของ ผอ. ที่เป็นครูเหมือนกัน แต่ไม่ได้สอนที่นี่ ซึ่งลูกเขยเป็นครูอัตราจ้างสอน ในโรงเรียน ผอ. 

นอกจากนี้หวั่นใจว่า ต้นพะยูง ที่อยู่ในโรงเรียน  ให้พวกที่รับซื้อไม้พะยูงมาเจาะดูแก่นต้นไม้  ผู้ร้องเกรงว่าจะถูกขายไปด้วย เพราะสืบทราบมาว่า ตอน ผอ.อยู่โรงเรียนเก่าต้นพะยูง ก็เคยขายมาแล้ว 

อีกเรื่องที่คณะกรรมการสถานศึกษา รู้สึกกังวลไม่แพ้เรื่องที่กล่าวมา คือ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กใช้โปรไฟล์สาวสวย ส่งภาพที่เป็นคลิป ผอ.กำลังวิดีโอคอลช่วยตัวเอง กับสาวสวยมาให้ครูที่โรงเรียน โดยบอกว่า “ผอ.โรงเรียนดูดยาเซ็กซ์โฟนไม่จ่ายเงิน”

ซึ่งทางกรรมการสถานศึกษา ครูผู้หญิง และผู้ปกครองที่รู้เรื่อง รู้สึกไม่สบายใจ เมื่อเห็นพฤติกรรม ผอ. แบบนี้ กลัวว่าจะไปใช้อำนาจทำกับครูผู้หญิงหรือนักเรียนก็ได้ 

นอกจากนี้ ครู อาจารย์ ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับบัญชีโรงเรียน และเบิกจ่ายเงินสหกรณ์อยู่ในโรงเรียนดังกล่าว บอกว่า... 

ตั้งแต่มารับผิดชอบดูแลเรื่องการเงินบัญชีโรงเรียน เมื่อปลายปี 2566 ได้พบความผิดปกติเรื่องการเบิกจ่ายเงิน ไปใช้อยู่เป็นประจำหลายรายการ ไม่โปร่งใส จึงไม่ยอมดำเนินการตามข้อสั่งการของ ผอ.จึงโดนคำสั่งย้ายให้ไปรับผิดชอบหน้าที่อื่น ทั้งที่ปฏิบัติงานได้เพียง 2 เดือน จนหลายคนหวาดกลัว   

วันนี้ กรรมการสถานศึกษา จึงออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม อย่างเป็นเอกฉันท์ กับ ทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ

ล่าสุด นางกรรณิกา ซาหยอง รอง ผอ. สพป.ขก.4 กล่าวว่า นายชาญกฤต น้ำใจดี ผู้อำนวยการ สพป.ขก.4 ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นได้ให้นิติกรประจำสำนักงานเข้าทำการสอบสวน และตรวจสอบ ทั้งผู้ร้อง และ ผู้ถูกร้อง พร้อมกันนั้นได้รายงานถึง เลขา สพฐ. ให้ทราบแล้ว 

พร้อมกับได้เรียกตัว ผอ.ผู้ถูกกล่าวหา เข้ามาชี้แจงภายในวันนี้ โดยผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จคาดว่าภายในสัปดาห์นี้. 

ที่มา ; edunewssiam 

เกี่ยวข้องกัน

อีกแล้ว! เด้ง ผอ.รร.ฉาว งุบงิบงบหลวง แถมแชตโชว์ไอ้จ้อนกลุ่มลับ อยู่โรงเรียนเหมือนบ้าน นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว โนสนโนแคร์สายตาครูนักเรียน  

จากกรณี คณะกรรมการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ยื่นหนังสือร้องเรียน ขอให้ตรวจสอบ ผอ.โรงเรียน เนื่องจากอ้างว่ามีพฤติกรรมเบิกงบประมาณของโรงเรียนไปใช้จ่ายส่วนตัว และชอบวิดีโอคอลสยิวในกลุ่มลับ 

ต่อมาวันที่ 19 มี.ค. 67 ที่ จ.ขอนแก่น นาย ชาญกฤต น้ำใจดี ผอ.สำนักงานพื้นที่การประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 ได้เข้าพบ และหารือกับคณะครูโรงเรียนดังกล่าว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชาวบ้าน เพื่อรับทราบ เรื่องการร้องเรียนถึงการบริหารงานที่ไม่โปร่งใสของ ผอ.โรงเรียน รวมทั้งเรื่องแชตโชว์อวัยวะเพศในกลุ่มลับ จนทำให้มีการส่งข้อความเข้ามายังแอดมินเพจโรงเรียน จนต้องมีการลงพื้นที่มาตรวจสอบ พร้อมทำความเข้าใจกับทางบุคลากรของโรงเรียนและชาวบ้าน  

นายชาญกฤต กล่าวว่า สำนักงานเขตฯได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมาโดยมีตัวแทนกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนดังกล่าวยื่นเรื่อง หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนิติกร นำเรื่องร้องเรียนไปสรุป พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบข้อเท็จจริง โดยวันนี้มีหนังสือสั่งการที่มีคำสั่งให้ ผอ.โรงเรียนได้เข้าไปช่วยราชการที่สำนักงานพื้นที่การประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 แล้ว ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นจะใช้ระยะเวลา 15 วัน ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะไม่ให้ทางโรงเรียนได้รับผลกระทบจากการที่มีเรื่องร้องเรียน 

นายชาญกฤต กล่าวต่อว่า หลังจากสรุปผลการตรวจสอบครบ 15 วัน จะไม่ให้ ผอ.โรงเรียนกลับมาปฎิบัติงานที่เดิมอีก แต่จะได้ให้ไปเป็น ผอ.โรงเรียนแห่งอื่นแทน ซึ่งจะเป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานพื้นที่การประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 เท่านั้น เนื่องจากตำแหน่งผอ.เป็นตำแหน่งผู้บริหาร จึงจะต้องมีการย้ายสลับกับตำแหน่งเดียวกัน ซึ่ง ผอ.คนใหม่ของโรงเรียนดังกล่าว จะต้องบริหารงานให้โรงเรียนเกิดความสงบสุข ดูแลบุตรหลานของผู้ปกครองที่ส่งลูกเข้ามาเรียนได้ เมื่อได้ข้อสรุปจะส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้มีคำสั่งทำการย้ายในกรณีพิเศษ เพื่อประโยชน์ของทางราชการต่อไป ซึ่งการโยกย้าย ผอ.ตนเองสามารถใช้ มาตรา 53 ในการโยกย้ายได้ทันที เพราะมีอำนาจแต่จะต้องคำนึงทั้งสองฝ่ายจะต้องได้รับความยุติธรรม โดยจะไม่สามารถให้ใครชี้นำบุคคลที่จะมาเป็นผอ.คนใหม่ได้  

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่โรงเรียนดังกล่าว พบกับนายเจษฎา ตันติบัญชาชัย นายกเทศมนตรีตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ ลงพื้นที่มาให้ขวัญกำลังใจครูผู้สอนในโรงเรียนที่เป็นผู้ที่ถูกกระทำ และรู้ถึงพฤติกรรมของ ผอ.โรงเรียน และได้ร้องเรียนเข้ามาที่เทศบาลตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ว่า เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในพื้นที่ จนทำให้ครูและผู้ปกครองเกิดความเป็นห่วงลูกหลาน เพราะต้องพบเจอหน้า ผอ.ที่มาโรงเรียนทุกวัน 

พร้อมทั้งพาผู้สื่อข่าวดูห้องทำงานของ ผอ.โรงเรียน ซึ่งปิดล็อกกลอนเอาไว้ โดยครูในโรงเรียน เปิดเผยว่า ผอ.ใช้เป็นห้องพักอาศัยหลับนอนอยู่กินภายในโรงเรียน ตั้งแต่มาดำรงตำแหน่ง และมีรองเท้าวางอยู่หน้าประตูห้อง ผอ. 3 คู่  

โดยครูยืนยันว่า เป็นรองเท้าของ ผอ. ซึ่งในห้องทำงาน ผอ.นั้น ครูในโรงเรียนบอกว่า ผอ.ได้ทำการติดแอร์เพิ่ม และมีการดื่มเหล้าทุกวัน จะมีครูบางส่วนที่เป็นเสมือนบริวารคอยซื้อเหล้าให้ดื่มกินกันในนี้ด้วย ด้านล่างชั้น 1 เป็นห้องน้ำในห้องเรียนชั้นระดับอนุบาล ผอ.จะมาใช้ห้องน้ำนี้เป็นประจำ และคลิปที่มีการเผยแพร่ในสื่อนั้น ก็เป็นห้องน้ำห้องนี้ บางครั้งเวลาที่ ผอ.มาอาบน้ำ เดินลงมาจากชั้น 2 ห้องทำงานนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว บางครั้งนุ่งกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียวเข้าห้องน้ำตอนเช้าเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเตรียมทำงาน  

นอกจากนี้ยังมีห้องเรียนที่ชั้น 1 ของอาคารเรียนเ ป็นอาคารติดกันกับอาคารห้องทำงาน ผอ.โรงเรียน คุณครูผู้สอน บอกว่า ผอ.ทำเป็นห้องพักของลูกสาว ซึ่งมาพักอาศัยอยู่กับแฟน แต่พอหลังจากมีข่าว ผอ.ได้ขนย้ายข้าวของทั้งหมดออกไปแล้ว จะเหลือรองเท้า 3 คู่ และยาสีฟันอยู่ในห้องน้ำ ส่วนห้องทั้งหมดทำการล็อกกุแจเอาไว้ ไม่สามารถเปิดเข้าไปดูได้  

นายเจษฎา ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้น มีผู้ปกครองและครูในโรงเรียนร้องเรียนมาหลายคน เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นนานแล้ว ที่ผ่านมาตนได้ทำการตรวจสอบทั้งหมด พบว่าข้อมูลเอกสารหลักฐานที่มีการยื่นข้อร้องเรียนไปที่เขตนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด และจากการตรวจสอบทั้งหมดนั้น ในฐานะที่ตนดูแลพื้นที่นี้อยู่รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก  

นอกจากนี้ยังได้เช็กประวัติไปยังโรงเรียนเก่าที่ ผอ.เคยดำรงตำแหน่ง 2 แห่ง ต่างมีพฤติกรรมเช่นเดียวกันนี้ กระทั่งมาที่ อ.อุบลรัตน์ ก็เกิดเรื่องในลักษณะเช่นเดิมขึ้น และเรื่องดังกล่าวนั้นมองว่าการดำเนินการตรวจสอบของเขตพื้นที่การศึกษาล่าช้าอย่างมาก ทั้งที่มีเรื่องร้องเรียนไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้ทางเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องย้าย ผอ.คนนี้ออกจากพื้นที่ไป และห้ามกลับเข้าพื้นที่อย่างเด็ดขาด เพราะตน รวมทั้งผู้ปกครองและคณะครูในโรงเรียนต่างมองว่าควรคำนึงถึงขวัญและกำลังใจของผู้ที่ทำงานอยู่ร่วมกับ ผอ.คนนี้ และทำการตรวจสอบดำเนินการเอาผิดตามขั้นตอน แต่เรื่องการย้ายออกนอกพื้นที่นั้น ถือเป็นเรื่องที่ควรทำตอนนี้มากที่สุด และควรทำทันที ไม่เช่นนั้นถือว่าเป็นการละเลย 

ด้านครูในโรงเรียน เล่าพฤติกรรมของ ผอ.ว่า เรื่องคลิปนั้นก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงทักเพจของโรงเรียนมาว่าเราจะยอมให้โรงเรียนมี ผอ.แบบนี้หรือที่จะมาอยู่ในสังคมแบบนี้ มันได้เหรอ ก่อนที่จะมีการพูดคุยกัน โดยบอกว่าเป็นเยาวชนและมีคลิปอนาจารซึ่งส่งมาทีหลายคลิป สอบถาม ผอ.แล้วว่าจะแจ้งความไหม แต่ ผอ.บอกไม่ต้องทำอะไรและก็มีคลิปส่งมาเรื่อยๆ รวมแล้วประมาณ 5 คลิป  

ผอ.ไปเข้ากลุ่มเซ็กส์โฟนแล้วสำเร็จความใคร่ แต่ไม่ยอมจ่ายเงิน ซึ่งมี 2 ครั้งที่ใช้บริการ แต่ส่งมา 5 คลิป และมีการลบออกไป เหลือบางส่วนตอนนี้ครูทุกคนรู้สึกไม่ปลอดภัย เราทนมา 1 ปี เหมือนทนมา 10 ปี ไม่มีกระจิตกระใจจะทำงานหลังจากคณะกรรมการไปร้องเรียนที่เขต พอเขตลงพื้นที่มา ทาง ผอ.ได้บอกครูที่จะให้ข้อมูลกับเขตให้พูดตามที่ ผอ.บอก แถมยังมาข่มขู่ครูในโรงเรียนอีกว่าใครอยากย้ายไปทำงานที่เขตให้บอก จะเซ็นต์ให้ตอนนี้ จึงอยู่ด้วยความหวาดกลัวเวลาจะเข้าโรงเรียนต้องโทรนัดเดินเข้าพร้อมกัน ตอนนี้สุดจะทน  

นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมอื่นๆ ที่สร้างความเป็นห่วงให้กับครูผู้ปกครองกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนที่มีในข่าวเป็นโรคจิตคลั่งทำร้ายเด็กทำร้ายครู เรื่องต่างๆ นี้เราได้แจ้งร้องเรียนไปตามขั้นตอน โดยคำนึงที่เขตก่อน แต่เมื่อเขตได้รับข้อมูลผิดๆ ไปจากครูที่ ผอ.สั่งให้พูดตาม เพื่อให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมการเขตที่ลงมาได้นำข้อมูลดังกล่าวไปดำเนินการตามขั้นตอน ทำให้ครูทุกคนต้องหาที่พึ่งคือ อำเภอและนอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมอื่นๆ ทั้งเรื่องงบประมาณโรงเรียน เงินสหกรณ์เงินที่ไม่โปร่งใส และเรื่องที่มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของ ผอ. นั้นมันเกิดขึ้นในโรงเรียน ซึ่งเรื่องส่วนตัวไม่ควรเกิดขึ้นในโรงเรียน

ข่าวต้นฉบับ: อมรินทร์ทีวี

ที่มา ; MSN

เกี่ยวกัน

เด้งแล้ว! ผอ.เบิกเงินร.ร. 70 ครั้งใช้ส่วนตัว ซ้ำเจอสาวแฉคลิป ‘คอลสยิว’ แล้วไม่จ่าย 

ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ถูกร้องเรียนว่าใช้เงินของโรงเรียน ไปใช้จ่ายส่วนตัว 2 แสนกว่าบาท นอกจากนี้ยังมีผู้อ้างเป็นหญิงสาวส่งคลิปวิดีโอคอลสยิวกับ ผอ. มาประจาน ว่า ผอ.วิดีโอคอลสยิวแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน ทำให้ครูและผู้ปกครองที่รู้ เกรงว่าพฤติกรรมเช่นนี้จะเป็นภัยกับครูผู้หญิงและนักเรียน ล่าสุด ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 สั่งให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกร้องเรียนพฤติกรรม เข้าไปช่วยราชการที่สำนักงาน พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบภายใน 15 วันทราบผล 

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม จากกรณี ส.ต.อ.สมัย สายอ่อนตา กรรมการสถานศึกษาโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คณะกรรมการสถานศึกษา 11 คน ของโรงเรียนแห่งนี้ ได้ร่วมกันทำหนังสือร้องเรียนไปยื่นต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 เพื่อให้ตรวจสอบ ผู้อำนวยการโรงเรียน นำงบประมาณโรงเรียนไปใช้ส่วนตัวและมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง 

ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ เปิดสอนชั้นอนุบาลถึง ป.6 มีนักเรียน 400 กว่าคน ครู 10 กว่าคน โดย ผอ.จะนำเงินโรงเรียนไปใช้หลายรูปแบบ เช่น ผอ.จะให้นักเรียนหยุดเรียนบ่อย เพื่อนำเงินค่าอาหารกลางวันที่ต้องจ่ายในวันดังกล่าวไปใช้ส่วนตัว มีการเบิกเงินในสมุดบันทึกบัญชีเงินนอกงบประมาณไปใช้ส่วนตัวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 66 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2567 จำนวน 70 ครั้ง รวมเป็นเงิน 133,391 บาท ยอดเบิกต่อครั้งสูงสุด 30,000 บาท น้อยสุด 100 บาท 

ผอ.ยังเบิกเงินสหกรณ์โรงเรียนไปใช้ส่วนตัวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายนปี 2566 จำนวน 16 ครั้ง รวมเป็นเงิน 42,700 บาท ถ้าผู้จัดการสหกรณ์ไม่ให้เบิกก็จะปลดออกตั้งคนใหม่แทน ที่หนักสุดในการใช้งบโรงเรียน ก็คือ เบิกเงินค่าปัจจัยพื้นฐานยากจน 79,000 บาท เพื่อซื้อของให้นักเรียนยากจน แต่ไม่ได้ซื้อของให้นักเรียนจริง กลับให้นักเรียนลงลายมือชื่อไว้ว่าได้รับเงินแล้ว  

ผอ. ยังใช้เงินโรงเรียน ไปต่อเติมห้องพยาบาล ซื้อเตียงนอน ซื้อแอร์ มาติดตั้งเป็นห้องพักส่วนตัวของ ผอ. และผู้ติดตาม ซึ่งผู้ติดตาม ก็คือลูกสาวของ ผอ.ที่เป็นครูเหมือนกัน แต่ไม่ได้สอนที่โรงเรียนเดียวกัน แต่ว่าลูกเขยก็คือสามีของลูกสาว เป็นครูอัตราจ้างสอนที่เดียวกันกับ ผอ. นอกจากนี้ยังมีเรื่องทรัพย์สินภายในโรงเรียน เช่น ต้นพะยูงที่อยู่ในโรงเรียน ผอ.ก็ให้พวกที่รับซื้อไม้พะยูงมาเจาะดูแก่นต้นไม้เกรงว่าจะถูกขายไปด้วย เพราะไปสืบทราบมาว่าตอนอยู่โรงเรียนเก่า ก็เคยขายต้นพะยูงมาแล้ว 

ส.ต.อ.สมัย กล่าวอีกว่า อีกเรื่องที่คณะกรรมการสถานศึกษารู้สึกกังวลไม่แพ้เรื่องที่กล่าวมา ก็คือ มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ใช้โปรไฟล์สาวสวย ส่งคลิปที่เป็นคลิป ผอ.กำลังวิดีโอคอลช่วยตัวเอง กับสาวสวย มาให้ครูที่โรงเรียน โดยบอกว่า “ผอ.โรงเรียนดูดยาเซ็กซ์โฟนไม่จ่ายเงิน” ซึ่งทางกรรมการสถานศึกษา ครูผู้หญิงและผู้ปกครองที่รู้เรื่องก็รู้สึกไม่สบายใจ เมื่อเห็นพฤติกรรม ผอ.แบบนี้ กลัวว่าจะไปใช้อำนาจทำกับครูผู้หญิงหรือนักเรียน ความเห็นส่วนตัว กรณีนี้ ผอ.อาจโดนพวกแก๊งหลอกให้ช่วยตัวเองตบทรัพย์ พอไม่ได้แล้วจะส่งคลิปคนรู้จักเพื่อประจาน 

ขณะที่ครู อาจารย์ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับบัญชีโรงเรียนและเบิกจ่ายเงินสหกรณ์อยู่ในโรงเรียนดังกล่าว บอกว่าตั้งแต่มารับผิดชอบดูแลเรื่องการเงินบัญชีโรงเรียนเมื่อปลายปี 2566 พบความผิดปกติเรื่องการเบิกจ่ายเงินหลายรายการจึงไม่ยอมดำเนินการตามข้อสั่งการของ ผอ. เพราะการเบิกจ่ายเงินไม่โปร่งใส จึงมีคำสั่งย้ายให้ไปรับผิดชอบหน้าที่อื่นทั้งที่ปฏิบัติงานได้เพียง 2 เดือน เช่นเดียวกับครูที่ดูแลเงินสหกรณ์โรงเรียน ก็พบมีการขอเบิกจ่ายเงินไปใช้อยู่เป็นประจำ จนพบความผิดปกติ และไม่ยอมทำตามคำสั่ง ผอ. จนถูกข่มขู่ต่างๆ นานา จนหลายคนหวาดกลัวจะได้รับผลกระทบกับตำแหน่งหน้าที่การงานและขั้นเงินเดือน วันนี้จึงออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับทางผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ 

ล่าสุด วันนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นายชาญกฤต น้ำใจดี ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 ได้เข้าพบและหารือกับคณะครูโรงเรียนอนุบาลอุบลรัตน์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชาวบ้าน เพื่อรับทราบเรื่องการร้องเรียน ถึงการบริหารงานที่ไม่โปร่งใสของผู้อำนวยการโรงเรียน ในการบริหารที่ไม่โปร่งใส และรวมทั้งการแชตโชว์อวัยวะเพศในกลุ่มลับ จนทำให้มีการส่งข้อความเข้ามายังแอดมินเพจโรงเรียน ทำให้ต้องมีการลงพื้นที่มาตรวจสอบพร้อมทำความเข้าใจ กับทางบุคลากรของโรงเรียน และชาวบ้าน 

นายชาญกฤต น้ำใจดี ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 กล่าวว่า ทางสำนักงานเขตได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อวันที่ 13 มี.ค.67 ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนกรรมการ สถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลอุบลนรัตน์ไปยื่นเรื่อง หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนิติกร นำเรื่องร้องเรียนไปสรุป พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบข้อเท็จจริง โดยวันนี้มีหนังสือสั่งการ ที่มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้เข้าไปช่วยราชการที่สำนักงานพื้นที่การประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 แล้ว ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นจะใช้ระยะ 15 วัน ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยจะไม่ให้ทางโรงเรียนได้รับผลกระทบจากการที่มีเรื่องร้องเรียน

ส่วนหลังจากสรุปผลการตรวจสอบครบ 15 วัน จะไม่ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนกลับมาปฏิบัติงานที่เดิมอีก แต่จะได้ให้ไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งอื่นแทน ซึ่งจะเป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานพื้นที่การประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 เท่านั้น เนื่องจาก ตำแหน่งผู้อำนวยการเป็นตำแหน่งผู้บริหารจึงจะต้องมีการย้ายสลับ กับตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งผู้อำนวยการคนใหม่ของโรงเรียนอนุบาลอุบลรัตน์ จะต้องบริหารงานให้โรงเรียนเกิดความสงบสุข ดูแลบุตรหลานของผู้ปกครองที่ส่งลูกเข้ามาเรียนได้ 

เมื่อได้ข้อสรุปจะส่งเรื่องไปยัง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ค.ศ. ได้มีคำสั่งทำการย้ายในกรณีพิเศษ เพื่อประโยชน์ของทางราชการต่อไป ซึ่งการโยกย้ายผู้อำนวยการตนเองสามารถใช้มาตรา 53 ในการโยกย้ายได้ทันที เพราะมีอำนาจในการโยกย้ายแต่จะต้องคำนึงทั้งสองฝ่าย จะต้องได้รับความยุติธรรมในการโยกย้าย โดยจะไม่สามารถให้ใครชี้นำบุคคลที่จะมาเป็นผู้อำนวยการคนใหม่ได้ 


เกี่ยวข้องกัน

ป.ป.ช.ลุยตรวจแล้ว ผอ.แชทโชว์ของลับ ทุจริตเงินช่วยนร.ยากจน-บังคับครูจัดซื้อของทิพย์ เอาเงินไปจัดเลี้ยงให้ลูกสาวได้บรรจุข้าราชการครู 

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 มี.ค. 2567 ที่โรงเรียนอนุบาลอนุบาลอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นายธีรัตน์ บางเพ็ชร รักษาการ ผู้อำนวยการ ป.ป.ช.ขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสารการจัดซื้อ จัดจ้าง ครุภัณฑ์และเอกสารการเบิกจ่ายต่างๆ ในช่วงที่ผู้อำนวยการฯ ดำรงตำแหน่ง หลังพบการร้องเรียนการทุจริตเบิกจ่ายเงินโรงเรียนมาใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้ยังมีพฤติกรรมแชทโชว์ของลับในกลุ่ม ต่อมามีคำสั่งย้าย ผอ. เข้าไปช่วยราชการที่สำนักงานพื้นที่การประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 

นายธีรัตน์ กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนให้ตรวจสอบการบริหารโรงเรียนของผู้อำนวยการโรงเรียนว่าน่าจะมีการทุจริตในโครงการต่างๆ รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ของโรงเรียน แต่ไม่มีการซื้อจริง และเอาเงินไปใช้ส่วนตัว

รวมถึงการเบิกเงินค่าปัจจัยพื้นฐานยากจนของนักเรียน จำนวน 79,000 บาท จากเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้ซื้อของให้นักเรียน โดยบังคับให้ครูเจ้าของโครงการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุครุภัณฑ์โดยใช้ใบเสนอราคาโดยไม่มีการจัดซื้อจริง และให้เจ้าหน้าที่ตรวจรับพัสดุทำเอกสารตรวจรับเท็จโดยไม่มีวัสดุที่ตรวจรับจริงในโครงการของปฐมวัย 2 โครงการเป็นเงิน 20,000 บาท โดยนำเงินไปจัดงานเลี้ยงให้กับบุตรสาวของตนเนื่องในวาระบรรจุข้าราชการครู ซึ่งไปบรรจุที่โรงเรียนอื่น แต่ใช้สถานที่จัดเลี้ยงและเงินงบประมาณของโรงเรียนอนุบาลอุบลรัตน์ และโครงการอื่นๆ และรายการอื่นๆ รวม 12 รายการ

ป.ป.ช.รับเรื่องตามคำร้องไว้แล้ว และลงพื้นที่มาขอเอกสารตามคำร้อง เพื่อนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งขณะนี้รับเอกสารมาแล้วจำนวนมาก ตามเอกสารที่รับเรื่องไว้นั้น จะมีความผิดทั้งวินัยและอาญาหรือไม่ ต้องทำการตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน” นายธีรัตน์ กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันมีนิติกรจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 (สพป.ขอนแก่น เขต 4) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับครูในโรงเรียน โดยใช้ห้องทำงานของ ผอ.เป็นห้องสอบสวน

ที่มา ; msn

 

เกี่ยวข้องกัน

สพฐ.เล็งชงอ.ก.ค.ศ.อนุมัติย้าย ‘ผอ.ฉาว’ กรณีพิเศษหลังเขตพื้นที่ฯ เด้งเข้ากรุ 

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ต้องสงสัยว่านำเงินงบประมาณของโรงเรียนไปใช้ส่วนตัวและมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง จนมีตัวแทนกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนดังกล่าวเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)ขอนแก่น เขต 4 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา นั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวและไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. ร่วมกับสพป.ขอนแก่น เขต 4 เร่งติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึกในทันที โดยในเบื้องต้นทาง สพป.ขอนแก่น เขต 4 ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว มารายงานตัวและปฏิบัติราชการที่เขตพื้นที่โดยทันที เป็นเวลา 15 วัน เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการสืบสวน และรายงานต่อ สพฐ. เป็นระยะ 

ว่าที่ร้อนตรีธนุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้ทำการประชุมร่วมกับครูในโรงเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ โดยในระหว่างนี้จะสลับผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีความเหมาะสมเข้าไปปฏิบัติงานในโรงเรียนดังกล่าว เพื่อเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนให้โรงเรียนสามารถเข้าสู่สภาวะปกติ จากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการสืบสวน จะดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และนำเสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.)เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เพื่อขออนุมัติย้ายผู้บริหารในกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ของทางราชการต่อไป 

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีประเด็นเรื่องการบริหารของผอ.โรงเรียนคนดังกล่าว ก่อให้เกิดการแยกฝักฝ่ายระหว่างผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียนเป็น 2 ฝ่ายด้วย สพป.ขอนแก่น เขต 4 จึงได้ทำการประชุมครูทั้งหมดและผู้มีส่วนร่วม และได้มอบนโยบายให้ครูได้นำไปปฎิบัติ กล่าวคือ ให้ทั้งสองฝ่ายยุติข้อพิพาทและทำงานร่วมกันด้วยความสมัครสมานสามัคคี ทำหน้าที่รักษาประโยชน์ของนักเรียนอย่างเต็มที่ โดยกำชับให้ครูและบุคลากรในโรงเรียนให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 4 ได้ให้การรับรองความปลอดภัย ขอให้ทุกคนทำงานด้วยความสบายใจ และขอให้แน่ใจว่าความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นกับทุกคน 

ในประเด็นดังกล่าว สพฐ. ได้เน้นย้ำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบ ได้ข้อมูลครบถ้วน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและได้กำชับให้คณะกรรมการเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงและรายงานผลต่อ สพฐ. โดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียน รวมถึงนักเรียนและผู้ปกครองที่เกิดความกังวลใจต่อผอ.คนดังกล่าว อีกทั้งเรื่องสวัสดิภาพของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงเรื่องความโปร่งใสไร้ทุจริตและประพฤติมิชอบ ก็เป็นเรื่องที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม หากผู้บริหารโรงเรียนประพฤติตนไม่เหมาะสม ก็ยากที่จะพัฒนาการศึกษาให้เกิดคุณภาพกับผู้เรียนได้ ซึ่งก็ต้องมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงให้กระจ่างเสียก่อน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งนี้ หากพบเหตุที่ไม่เหมาะสมใดๆ ขอให้ส่งข่าวแจ้งเหตุมายัง สพฐ. เราพร้อมดำเนินทุกมาตรการเพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยของทุกคนต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 21 มีนาคม 2567

 

เกี่ยวข้องกัน

กรรมาธิการศึกษาฯ เล็งเอาผิดสพป.ขอนแก่น เขต 4 "สั่งย้ายเอื้อประโยชน์ " ผอ.'คอลสยิว-อมเงินหลวง'

...การที่ สพป.ขอนแก่น เขต 4 มีคำสั่งย้าย ผอ.ร.ร. ที่ถูกร้องเรียนไปปฏิบัติหน้าที่อีกโรงเรียน และคนในชุมชนไม่ต้องการ และมีคำสั่งย้ายไปช่วยราชการที่ สพป.ขอนแก่น เขต 4 โดยมีคำสั่งระบุว่า ย้ายไปดำเนินโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ โดยไม่ได้เป็นการย้ายเพื่อสืบสวนสอบสวน หรือย้ายเพราะถูกร้องเรียน ในประเด็นนี้ ได้รับทราบเรื่องและจะมีการตรวจสอบว่าเอื้อประโยชน์ให้กันด้วยหรือไม่ เพิ่มเติมเข้าไปด้วย… 

สืบเนื่องจาก กรณี ผอ.โรงเรียนในจังหวัดขอนแก่น แห่งหนึ่ง มีตัวแทนกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนดังกล่าว ถูกร้องเรียนด้วยสงสัยว่านำเงินงบประมาณของโรงเรียนไปใช้ส่วนตัว และ ประพฤติตนที่ผิดจริยธรรม ตลอดมีการทวงถามเงินของผู้ให้บริการคอลสยิวผ่านโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มีพฤติกรรมหลายอย่างไม่เหมาะสม จึงเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ขอนแก่น เขต 4 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา 

ในเบื้องต้น ทาง สพป.ขอนแก่น เขต 4 ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ไปรายงานตัวและปฏิบัติราชการที่เขตพื้นที่แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการสืบสวน และรายงานต่อ สพฐ. เป็นระยะ หากเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการสืบสวน จะดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น 

รายงานจากผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 17 เม.ย.แจ้งว่า นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร นำคณะที่ปรึกษาและคณะทำงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามการสืบสวนสอบสวน โดยมี นายชาญกฤต น้ำใจดี ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 4นายพิทักษ์ พงษ์ธรรม ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาฯ รวมทั้งคณะครูและผู้ปกครองในพื้นที่เข้าร่วมให้ปากคำและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ชาวชุมชน-กรรมการสถานศึกษาให้ข้อมูลแน่น พบเอกสารทางการเงินหายหลายรายการ 

นายเอกราช กล่าวว่า จากการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ผอ.ร.ร.ดังกล่าว ตามคำร้องเรียนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด 12 เรื่อง ซึ่งในการลงพื้นที่ พบว่ามีข้อมูลที่มีมูลอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการทุจริตนำเงินของทางราชการไปใช้ในประโยชน์ส่วนตัว การกระทำที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และยังคงพบว่ามีเอกสารทางการเงิน ซึ่งเป็นเอกสารของทางราชการหลายรายการหายไปในช่วงที่มีการสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่พัสดุ และในช่วงที่ ผอ.คนดังกล่าวมาดำรงตำแหน่ง 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ และมีมูลความผิด และมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ ข้อมูลทั้งหมด จะถูกนำมาสรุปในชั้นกรรมาธิการ ทั้งยังคงมีการประสานงานร่วมกับ ป.ป.ช.สพป.ขอนแก่น เขต 4 และทุกหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ เพื่อที่จะสรุปสำนวนเสนอต่อเลขาฯ สพฐ. และ รมว.ศึกษาธิการ 

“ ได้กำชับให้ สพป.ขอนแก่น เขต 4 ทำการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนทั้ง 12 ข้อและการกระทำที่ฉาวโฉ่ ซึ่งผิดจริยธรมอย่างชัดเจนตามพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน เพื่อให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ พิจารณาความผิด ” นายเอกราช กล่าว  

 

กล่าวอีกว่า เมื่อผู้นำหน่วยกระทำการในลักษณะเช่นนี้ โดยมีพยานคณะกรรมการสถานศึกษา และ ประชาชนในพื้นที่พร้อมที่จะให้ข้อมูล ให้ความร่วมมือกับแนวทางการสืบสวนสอบสวนการ ดังนั้น การดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะที่กำกับและควบคุมบุคลากรทางการศึกษา จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำทันทีไม่สืบจนลืม 

การที่ สพป.ขอนแก่น เขต 4 มีคำสั่งย้าย ผอ.ร.ร. ที่ถูกร้องเรียนไปปฏิบัติหน้าที่อีกโรงเรียน และคนในชุมชนไม่ต้องการ และมีคำสั่งย้ายไปช่วยราชการที่ สพป.ขอนแก่น เขต 4 โดยมีคำสั่งระบุว่าย้ายไปดำเนินโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ โดยไม่ได้เป็นการย้ายเพื่อสืบสวนสอบสวน หรือย้ายเพราะถูกร้องเรียน ในประเด็นนี้ ได้รับทราบเรื่องและจะมีการตรวจสอบว่า เอื้อประโยชน์ให้กันด้วยหรือไม่ เพิ่มเติมเข้าไปด้วย 

อีกทั้ง สถานศึกษาเป็นสถานที่ที่สร้างคน เป็นต้นแบบที่ให้เด็กและเยาวชนต้องเข้ารับการศึกษา เมื่อผู้นำกระทำการในลักษณะเช่นนี้ จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจัง รัดกุมและดำเนินการให้แล้วเสร็จอย่างรอบคอบที่สุด 

 

 

ที่มา ; EDUNEWSSIAM