
วันที่ 3 ต.ค. 2568 ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีมีการกล่าวอ้างว่าโรงเรียนบางแห่งในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 อาจมีพฤติกรรม “ปั่นยอดจำนวนนักเรียน” โดยการเคลื่อนย้ายนักเรียนเข้า–ออกชั่วคราว เพื่อให้จำนวนถึงเกณฑ์และนำไปใช้ในการคำนวณอัตรากำลังครูเกินจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในการจัดสรรบุคลากรครูและคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน
ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการ เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยแต่งตั้งคณะกรรมการส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่สืบสวนโดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้าน โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมกำชับว่าหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเด็ดขาด
ในประเด็นนี้ มีการตั้งข้อสังเกตจากสังคมว่าอาจเกี่ยวโยงกับกรณีร้องเรียนเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการบรรจุครูผู้ช่วยที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองกรณีได้ และอยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ได้เน้นย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และยึดหลักนิติธรรม หากผลการตรวจสอบพบว่ามีพฤติกรรมที่เข้าข่ายการทุจริต จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความเป็นธรรมในการจัดสรรอัตรากำลังครู และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมว่าระบบการศึกษาจะถูกขับเคลื่อนอย่างตรงไปตรงมาเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน
ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 3 ตุลาคม 2568
เกี่ยวข้องกัน
แฉ! ขบวนการโกงอัตราครู สพป.มค.1: ปั่นนักเรียน ล็อคตำแหน่ง ขายเก้าอี้
STRONG ต้านทุจริต เปิดโปงกลโกงที่ทำลายระบบการศึกษาและความเป็นธรรมในระบบราชการครู พบพฤติกรรม "ย้ายนักเรียนวนไป" เพื่อสร้างอัตรากำลังครูเกินจริงในกลุ่มโรงเรียนที่ต้องการหาผลประโยชน์ โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือการ "ขายเก้าอี้ครู"

กลยุทธ์ 3 ขั้นตอน ล็อคตำแหน่งครู
โรงเรียนในกลุ่มนี้ใช้ช่องโหว่ของระบบคำนวณอัตรากำลังจากจำนวนนักเรียน ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน:
1. ขั้นปั่นยอด: สร้างอัตราเกินจริง
• การดำเนินการ: โรงเรียน (โดยมี โรงเรียนบ้านหินลาด เป็นตัวอย่างในเอกสาร) ดำเนินการ ย้ายนักเรียน 4 คน (หรือมากกว่า) เข้า-ออกชั่วคราว เพื่อปั่นยอดจำนวนนักเรียนรวมให้ถึงเกณฑ์ เช่น 121 คน
• ผลที่ได้: ตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างไม่เป็นจริง ทำให้โรงเรียนมีสิทธิ์ได้รับ อัตรากำลังครูเพิ่ม (หรืออัตราครุภัณฑ์เพิ่ม) จากสำนักงานเขตฯ
2. ขั้นย้ายเข้า: ครูสบาย โรงเรียนอื่นเดือดร้อน
• การดำเนินการ: เมื่อมีอัตราครูเพิ่มจากการปั่นยอดแล้ว ครูในกลุ่มผลประโยชน์ก็จะถูกย้ายเข้าโรงเรียนดังกล่าว
• ผลกระทบ:
- โรงเรียนร่วมขบวนการ (เช่น บ้านหินลาด): มีครูเกินเกณฑ์จริง ทำให้ครูมี ภาระงานน้อยกว่า โรงเรียนอื่นอย่างไม่ยุติธรรม
- โรงเรียนอื่นที่ขาดครูจริง: อัตรากำลังครูถูกคิดรวมในภาพรวมของ สพป.มค.1 ทำให้โรงเรียนสุจริตที่ขาดครูจริง ไม่ได้รับการจัดสรรครู เพราะตัวเลข "ดูเหมือนจะพอ" แล้ว
3. ขั้นขายตำแหน่ง: ล็อคสเปก แลกเงิน
• การดำเนินการ: อัตราครูที่ได้มาเกินจริง จะถูกนำไปใช้เพื่อหาผลประโยชน์ โดยโรงเรียนจะกำหนดความต้องการวิชาเอกให้ตรงกับกลุ่มบุคคล ที่ต้องการย้ายเข้ามา หรือต้องการบรรจุ
• เป้าหมาย: ตำแหน่งเหล่านี้ถูกนำไปใช้ รับย้ายครู หรือ บรรจุครู ที่ ยินดีจ่ายเงินซื้อตำแหน่ง เพื่อแลกกับการได้ย้ายเข้าโรงเรียนในพื้นที่ทำเลดี
ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงที่สุดคือ
ขบวนการนี้ไม่ได้แค่ทุจริตเงินหรือตำแหน่ง แต่เป็นการทำลายความยุติธรรม ในการจัดสรรทรัพยากร และ บ่อนทำลายคุณภาพการศึกษาของนักเรียนในโรงเรียนที่ขาดครูจริง ๆ เพราะอัตราครูถูกแช่แข็งหรือนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยกลุ่มบุคคลที่หวังผลประโยชน์ส่วนตน
STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย ขอเรียกร้องให้ กระทรวงศึกษาธิการ และ ป.ป.ช. เร่งตรวจสอบขบวนการ "ปั่นนักเรียน-ขายตำแหน่งครู" ในพื้นที่ สพป.มค.1 และดำเนินการลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาด
ที่มา ; FB ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย
เกี่ยวข้องกัน
สพฐ. สั่งนิติกร ไล่บี้ เช็กข้อมูลปั่นยอดน.ร.เพิ่มอัตราครู ย้ำให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
กรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อมูลกล่าวอ้างว่า โรงเรียนบางแห่งในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 อาจมีพฤติกรรม ปั่นยอดจำนวนนักเรียน โดยการเคลื่อนย้ายนักเรียนเข้า–ออกชั่วคราว เพื่อให้จำนวนถึงเกณฑ์และนำไปใช้ในการคำนวณอัตรากำลังครูเกินจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในการจัดสรรบุคลากรครูและคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน โดยล่าสุด ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งตั้งคณะกรรมการกลาง ของศธ. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตนได้มอบให้นายนายพิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการกพฐ. ซึ่งดูแลงานบุคคล ทางวินัย นิติการ เร่งรัดให้ฝ่าย นิติกร ของสพฐ. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องลงไปดูข้อมูลทั้งการสอบครู และจำนวนนักเรียน ดังนั้นขอให้ทางนิติกรลงไปตรวจสอบรายละเอียดก่อน ทั้งนี้ตนได้กำชับให้เร่งดำเนินการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม
“สพฐ. พร้อมนำนโยบาย ของรัฐมนตรีว่าการศธ. ไปดำเนินการ และกำชับ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่ามีความสำคัญ การสอบครูผู้ช่วยต้องดำเนินการให้ถูกต้อง และเป็นธรรม โปร่งใส” นายพิเชษฐ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีครูที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว แต่ตรวจสอบภายหลังพบว่า มีการปั่นยอดเพื่อเพิ่มอัตราครู จะต้องถูกเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งหรือไม่ เลขาธิการกพฐ. กล่าวว่า ขอรอข้อมูลจากการตรวจสอบก่อน ส่วนจะต้องเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้ง หรือต้องดำเนินการในส่วนใดบ้างนั้น ก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนต่อไป เรื่องนี้ ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะ สพฐ. ดำเนินการให้ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น ทั้งหมดเพื่อคุณภาพและโอกาสทางการศึกษาที่จะเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 4 ตุลาคม 2568