
1 มิ.ย.64- รศ.ยืน ภู่วรวรรณ อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความฉลาดทางดิจิทัล กับ ความสามารถในการอ่าน
ปัญหาเรื่องการอ่าน และการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นเรื่องสำคัญ อยากเชิญชวนคุณครู ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ซึ่งเชื่อมโยงกับความฉลาดทางดิจิทัล ที่ผมได้ทำบทเรียน โดยอยากชวนคุณครูนำไปให้นักเรียน เรียนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นหลักสูตร มีแปดบท ที่ https://learningdq-dc.ku.ac.th
OECD ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยมองไปในอนาคต จึงทดสอบกับ เด็กอายุ 15 ปี (ประมาณ ม 4) ซึ่งทำแบบวิจัย โดยสุ่มนักเรียนประมาณ หกแสนคน ที่เป็นตัวแทนนักเรียนอายุ 15 ปี ประมาณ 32 ล้านคน ตัวแทนของประเทศต่างๆ 79 ประเทศ
สำหรับประเทศไทย ทำร่วมกับ สสวท โดยสุ่มนักเรียนอายุ 15 ปี ประมาณ 8633 คน เพื่อเป็นตัวแทน จากทุกกลุ่มสังกัดโรงเรียนทั่วประเทศ
ที่เป็นข่าวดราม่า เพราะเด็กไทยเป็นรองท้ายสุดในการแยกแยะ Fake news ซึ่งทาง OECD เพิ่งพิมพ์รายงานเรื่องนี้เมื่อต้นเดือน พค.
เรื่องขีดความสามารถการอ่าน ได้ผลคะแนนไปตั้งแต่ ธันวา 62 แล้ว เด็กไทยมีขีดความสามารถในการอ่าน ได้คะแนนเฉลี่ย 393 คะแนน ซึ่งต่ำมาก โดยค่าเฉลี่ยของ OECD อยู่ที่ 487 คะแนน ขณะประเทศได้ผลการอ่านสูงสุด ห้าลำดับแรก คือ จีนสี่มณฑล (555 คะแนน) สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า และเอสโทเนีย
OECD แบ่งผลคะแนนจัดเป็น หกระดับ ระดับหนึ่งต่ำสุด คือคะแนนจาก 407 คะแนนลงมา มีเด็กไทยอยู่ในระดับหนึ่งถึง 59.5 % และได้คะแนนอยู่ระดับ 5-6 เพียง 0.2 % ซึ่งเทียบกับค่าเฉลี่ยของ OECD ที่มีเด็กอยู่ระดับหนึ่งเพียง 22.6%
ผลการวิเคราะห์ของ OECD ทาง สสวท สรุปไว้ในเว็บเพจ https://pisathailand.ipst.ac.th/
สำหรับเรื่องการแยกแยะ Fake news ดูผลการวิเคราะห์ ได้ที่ https://pisathailand.ipst.ac.th/issue-2021-58/
อนึ่งหากศึกษาและดูแนวทางของ OECD เห็นชัดว่า OECD ให้ความสำคัญกับการอ่านดิจิทัล และความฉลาดทางดิจิทัลควบคู่ไปกับการอ่านด้วย ซึ่งมีอยู่ในรายงานของ OECD แล้ว
ที่มา ; ไทยโพสต์ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2564
ข่าวเกี่ยวกัน
ถึงว่า! 77 ประเทศทั่วโลก 'เด็กไทย' รองบ๊วยรับมือ 'เฟคนิวส์'
7 พ.ค.64 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ "ดร.นิว" นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว Suphanat Aphinyan มีเนื้อหาดังนี้
เด็กไทยรองบ๊วยรับมือ Fake News
OECD (The Organisation for Economic Co-operation and Development) เผยความสามารถในการรับมือกับ Fake News และข้อมูลข่าวสารอันเป็จเท็จของเด็กอายุ 15 ปี จากทั่วโลก พบว่าเด็กไทยมีศักยภาพต่ำมาก อยู่ในลำดับที่ 76 จาก 77 ประเทศทั่วโลกที่ OECD ประเมิน

จึงไม่แปลกว่าทำไมเด็กไทยทุกวันนี้กำลังตกเป็นเหยื่อของเครือข่าย นักการเมือง นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักเคลื่อนไหว และสื่อ ซึ่งสมคบคิดกับต่างชาติในการแทรกแซงประเทศไทย โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นอาวุธ ปั่นกระแสบิดเบือนมอมเมาคนรุ่นใหม่ แล้วหลอกใช้ทางความคิดเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ ให้ทำผิดติดคุกติดตะรางแทนพวกเขา
ประเทศไทยจะพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างไร ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากอนาคตของชาติยังขาดทักษะในการใช้สื่อดิจิทัลอย่างรู้เท่าทัน ขาดวิจารณญาณในการแยกแยะข้อมูลข่าวสาร และขาดความสามารถในการประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล ตลอดจนขาดทักษะในการตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองอย่างถูกต้อง
; ไทยโพสต์ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
บทความกล่าวถึงความสำคัญของความฉลาดทางดิจิทัลและความสามารถในการอ่านของนักเรียนไทย โดยอ้างอิงผลการประเมิน PISA ของ OECD ซึ่งทดสอบนักเรียนอายุ 15 ปีจาก 79 ประเทศ รวมถึงไทยที่สุ่มตัวอย่าง 8,633 คน ผลพบว่านักเรียนไทยมีคะแนนการอ่านเฉลี่ย 393 คะแนน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ที่ 487 คะแนน และอยู่ในกลุ่มระดับ 1 ถึง 59.5% ขณะที่ระดับสูง 5-6 มีเพียง 0.2% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย OECD ที่ระดับต่ำมีเพียง 22.6% นอกจากนี้รายงานยังชี้ว่านักเรียนไทยมีความสามารถในการแยกแยะข่าวปลอม (Fake news) ต่ำมาก อยู่เกือบลำดับท้ายของโลก แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนปัญหาการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ยังไม่เข้มแข็ง ผู้เขียนจึงเชิญชวนครูให้ส่งเสริมการเรียนรู้ดิจิทัล โดยใช้หลักสูตรความฉลาดทางดิจิทัล 8 บทเรียนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งผลการวิเคราะห์ของ สสวท. เพื่อพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันสื่อและข้อมูลข่าวสาร OECD เน้นว่าการศึกษาในอนาคตต้องเชื่อมโยงการอ่านกับความฉลาดทางดิจิทัลเพื่อสร้างผู้เรียนที่มีวิจารณญาณ สามารถตรวจสอบข้อมูลและใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน ในอนาคต ด้วย
ผลการประเมิน PISA ด้านการอ่านของนักเรียนไทยอยู่ในระดับใด?
ก. สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD
ข. เท่ากับค่าเฉลี่ย OECD
ค. ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD
ง. สูงสุดในเอเชียตะวันออก
เฉลย: ค
เหตุผล: คะแนนไทย 393 ต่ำกว่า OECD (487) ชัดเจน สะท้อนความสามารถด้านการอ่านยังต่ำ
คะแนนเฉลี่ยการอ่านของ OECD คือข้อใด?
ก. 393 คะแนน
ข. 487 คะแนน
ค. 555 คะแนน
ง. 450 คะแนน
เฉลย: ข
เหตุผล: OECD ใช้เป็นค่าเฉลี่ยมาตรฐาน 487 คะแนนในการเปรียบเทียบประเทศ
ประเทศไทยมีนักเรียนระดับความสามารถอ่านระดับสูง (5-6) ประมาณเท่าใด?
ก. 22.6%
ข. 10%
ค. 0.2%
ง. 5.5%
เฉลย: ค
เหตุผล: มีเพียง 0.2% สะท้อนว่าผู้เรียนระดับสูงมีน้อยมาก
นักเรียนไทยส่วนใหญ่อยู่ในระดับใดของการอ่าน?
ก. ระดับ 3-4
ข. ระดับ 5-6
ค. ระดับ 1
ง. ระดับสูงสุด
เฉลย: ค
เหตุผล: 59.5% อยู่ระดับ 1 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด
การศึกษาของ OECD ใช้กลุ่มตัวอย่างนักเรียนอายุเท่าใด?
ก. 12 ปี
ข. 15 ปี
ค. 18 ปี
ง. 20 ปี
เฉลย: ข
เหตุผล: PISA เน้นนักเรียนอายุ 15 ปี (มัธยมปลายต้น)
ประเด็นสำคัญที่บทความเน้นควบคู่กับการอ่านคืออะไร?
ก. กีฬา
ข. ความฉลาดทางดิจิทัล
ค. ภาษาอังกฤษ
ง. ศิลปะ
เฉลย: ข
เหตุผล: Digital Literacy เป็นหัวใจของการพัฒนาในยุคข้อมูลข่าวสาร
ปัญหาที่สำคัญของนักเรียนไทยตามบทความคืออะไร?
ก. ขาดอุปกรณ์การเรียน
ข. ขาดความสามารถด้านกีฬา
ค. ขาดการอ่านและคิดวิเคราะห์
ง. ขาดครูผู้สอน
เฉลย: ค
เหตุผล: ปัญหาหลักคือการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเรียนรู้ด้วยตนเอง
หลักสูตรความฉลาดทางดิจิทัลที่กล่าวถึงมีจำนวนกี่บทเรียน?
ก. 5 บท
ข. 6 บท
ค. 8 บท
ง. 10 บท
เฉลย: ค
เหตุผล: หลักสูตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มี 8 บทเรียน
เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาการศึกษาตาม OECD คือข้อใด?
ก. เน้นสอบแข่งขัน
ข. เน้นท่องจำ
ค. เชื่อมโยงการอ่านกับดิจิทัล
ง. เน้นจำนวนครู
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องบูรณาการการอ่านกับความฉลาดทางดิจิทัล
ความสามารถในการแยกแยะ Fake news ของนักเรียนไทยอยู่ในระดับใด?
ก. ดีมาก
ข. ดี
ค. ต่ำมากเกือบท้ายโลก
ง. สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก
เฉลย: ค
เหตุผล: OECD ระบุว่าไทยอยู่ลำดับเกือบท้าย (ประมาณ 76 จาก 77 ประเทศ)