สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M578_เร่งผลักดันการเรียนรู้แบบ Active Learning ครอบคลุมทุกภาค

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งผลักดันการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้ครอบคลุมทุกภาค ทุกโรงเรียน หวังส่งเสริมให้นักเรียนตั้งคำถามและหาคำตอบเอง แทนการท่องจำแบบเดิม มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพด้วยกิจกรรมปฏิบัติครูจะเป็นผู้นำในการสอนแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใหม่ ขยายผลโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปการเรียนการสอนเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบที่มุ่งเสริมสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของนักเรียน โดยมุ่งเน้นแนวทางการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ หรือ Active Learning โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนตั้งคำถามและหาคำตอบด้วยตนเอง แทนที่จะเน้นการท่องจำแบบเดิมที่ไม่ได้ส่งเสริมความเข้าใจในเนื้อหาสาระอย่างแท้จริง โดยแนวทางดังกล่าวได้รับการผลักดันจากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้ระบุถึงปัญหาการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองในอดีต ที่เน้นการท่องจำโดยไม่เข้าใจความหมาย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน แนวคิดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ ได้ถูกนำมาใช้เป็นแนวทางใหม่ เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาอย่างลึกซึ้งและยั่งยืนมากขึ้น Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นกิจกรรมกลุ่มและการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในกระบวนการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการสืบค้นข้อมูล การคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยงคุณธรรมค่านิยม การลงมือปฏิบัติจริงการแก้ปัญหาจนเกิดผลผลิตและนวัตกรรม อันเป็นการสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับชีวิตในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังได้ย้ำถึงความท้าทายในการนำ Active Learning โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบมาใช้ในระบบการศึกษาไทยว่า การเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงทั้งระบบ โดยเฉพาะการฝึกอบรมครูในทักษะการสอนแบบ Active Learning โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ ซึ่งครูบางกลุ่มยังขาดความเข้าใจ หรือไม่ได้รับการอบรมที่เพียงพอในแนวทางนี้ นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนบุคลากรครูอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่ต้องแก้ไข เพื่อให้การเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ สามารถขยายผลและเป็นระบบที่ยั่งยืนส่งผลให้ผู้เรียนเกิดเป็นนวัตกร 

สำหรับนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ : ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” ซึ่งเป็นนโยบายที่เน้นย้ำการพัฒนาโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น และพร้อมในการรับการเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ ทั้งนี้ โรงเรียนคุณภาพจะได้รับการสนับสนุนจากครูแม่ข่าย และนำแบบแผนไปใช้กับการพัฒนาเทคโนโลยีการสอนเพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

การปฏิรูปการเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ เป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ แม้ว่างบประมาณที่มีอยู่ยังจำกัดจะเป็นอุปสรรค แต่ทางกระทรวงก็ได้พยายามผลักดันให้โครงการนี้ไปถึงทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังขาดโอกาสและประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างภาคอีสานและภาคใต้ และต้องการผลักดันให้เข้าถึงทุกๆภาคอย่างจริงจัง หลังการลงพื้นที่อบรมครูหลายจังหวัดภาคกลางเห็นผลการพัฒนาชัดเจน ภาคอื่นๆ ตรงไหนพร้อมหรืออีกทั้งถ้าโรงเรียนไหนเร่งพัฒนาให้รีบแจ้งมาเพื่อเข้าร่วมในการพัฒนาขับเคลื่อนได้ทันที กระทรวงศึกษาธิการพร้อมสนับสนุน ซึ่งถ้าโรงเรียนพร้อมทำได้ ก็ถือว่าสุดยอด

อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีมาผสานกับการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเชื่อมั่นว่าแนวทางนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การศึกษาไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนแน่นอน และตรงนี้เองจะสร้างเด็กไทยสู่การเป็นนวัตกรที่ดีได้สมบูรณ์แบบ

 ที่มา; มติชนออนไลน์ วันที่ 20 ตุลาคม 2567

เกี่ยวข้องกัน

Active Learning GPAS 5 Steps พลังใหม่การศึกษาไทย สพฐ.เน้นครู–เด็กก้าวสู่อนาคต 

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่ ห้องประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน( ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง) จังหวัดนครราชสีมา ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการพัฒนานวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ด้วยรูปแบบ Active Learning”สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ระดับมัธยมศึกษา สร้างต้นแบบพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ยโสธร มหาสารคาม ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และนครราชสีมา จาก 61 โรงเรียน จำนวนทั้งสิ้น 1,283 คน โดยมี ผศ.วรวัฒน์ ทิพจ้อย ผู้อำนวยการสำนักวิชาการศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กล่าวรายงาน ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการด้วยการจัดสัมมนาทางวิชาการการสะท้อนผลการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะการคิดขั้นสูงเชิงระบบ สู่การพัฒนานวัตกรรมและเผยแพร่กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงในระดับชั้นเรียนต่อไป โดยการประชุมวิชาการครั้งนี้ มีการนำเสนอผลงานนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู และนวัตกรรมนักเรียนมากกว่า 367 รายการ สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ(ฉบับปรับปรุง)และสนองกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่21 ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นการตอกย้ำนโยบายกระทรวงศึกษาธิการและสพฐ. ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จ 

ดร.พิเชฐ กล่าวว่า โลกแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลต้องการผู้เรียนที่คิดวิเคราะห์เป็น แก้ปัญหาเป็น มีความคิดสร้างสรรค์ และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของศตวรรษที่ 21 และ GPAS 5 Steps เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่มีกิจกรรมให้ผู้เรียนต้องสังเกต วิเคราะห์ข้อมูล ตั้งคำถาม ลงมือทดลอง นำความรู้มาใช้ ออกแบบแนวทางแก้ปัญหา สื่อสารนำเสนอ ตรวจสอบและกำกับตนเองทุกขั้นตอน ทำให้ผู้เรียนมีบทบาทเป็น “เจ้าของการเรียนรู้” มากขึ้น ที่สำคัญ กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps สอดคล้องกับการพัฒนาความฉลาดรู้ให้กับผู้เรียน มุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการคิดขั้นสูง ภาษา ดิจิทัล และการดำรงชีวิตอย่างเป็นองค์รวม ด้วยเหตุนี้ จึงต้องการผลักดันการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นกลไกสำคัญของการปฏิรูปการเรียนรู้ระดับห้องเรียนทั่วประเทศ 

วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จัดอบรมพัฒนาครูให้เข้าใจการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Stepsและจัดให้มีการประกวดนวัตกรรมนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เพื่อที่จะให้เกิดการเรียนรู้แบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งเด็กจะต้องเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับมัธยมศึกษา ไม่จำเป็นต้องรอให้จบมหาวิทยาลัย ครูต้องคิดสร้างสรรค์ให้โอกาสกับนักเรียนทุกคน”เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาครูและพัฒนานักเรียนโดยเฉพาะระดับห้องเรียน ดังนั้นศักยภาพของผู้เรียนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ตามบัญญัติของกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ มาตรา 22 ที่บอกว่าผู้เรียนสำคัญที่สุดนั่นก็หมายความว่าผู้เรียนทุกคนมีความหมาย ผู้เรียนทุกคนมีอนาคต แต่อนาคตของพวกเขาจะไปถึงฝัน จะไปถึงสิ่งที่เขามุ่งหวังได้แค่ไหนเพียงใด อยู่ที่การพัฒนาครู พัฒนาผู้บริหารที่จะสร้างขวัญกำลังใจของพวกเขาให้เป็นจริง ซึ่งการออกแบบการจัดการเรียนการสอนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้น เราจึงต้องออกแบบให้เด็กได้เรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการปฏิรูปการเรียนรู้ระดับห้องเรียน 

ดร.พิเชฐ กล่าวอีกว่า นักเรียนทุกคนมีความฝัน มีศักยภาพด้วยตัวเองตามหลักพหุปัญญา ครูบาอาจารย์ก็มีความเก่ง มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนา อย่างไรก็ตามการที่จะพัฒนาให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนจะต้องมีการขยายผลการพัฒนา ตอนนี้เรานำร่องภาคอีสานตอนกลางและตอนล่าง ซึ่งทางอีสานตอนบนอีก 10 จังหวัด ก็มีความสนใจ รวมถึงภาคอื่น ๆ ด้วย ดังนั้น สพฐ.ก็จะขยายผลการเรียนการสอนแบบ Active Learning GPAS 5 Steps ให้ทั่วทุกภูมิภาคตามบริบทของพื้นที่ เพราะต้องการสร้างเวทีให้การเรียนรู้ระหว่าง ครู นักเรียน ระหว่างนักเรียนด้วยกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เราจะต้องขยายผลให้เหมาะสมให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคตามบริบทของพื้นที่ อย่างไรก็ตามหัวใจของ Active Learning เป็นหัวใจของการเรียนการสอนที่บูรณาการในทุกวิชา ถ้าครูเข้าใจหัวใจของการสอนการวัดประเมินผล การเสนอผลงาน สามารถนำไปใช้กับทุกวิชาซึ่งเรามีทั้งหมด 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ บวกประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ถ้าหากครูได้เรียนรู้อย่างถ่องแท้และได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ภาคไหนของประเทศไทยก็จะนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนได้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งตนเชื่อว่า 245 เขตพื้นที่การศึกษาจะร่วมใจการสร้างสรรค์นวัตกรรมครู นักเรียนและมีเวทีให้กับเด็ก ๆ โดยการสนับสนุนของ สพฐ.ร่วมมือกับภาครัฐภาคเอกชน โดยเฉพาะ สถาบันอุดมศึกษา 

ผศ.วรวัฒน์ กล่าวว่า ในนามของมหาลัยวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี เราได้เห็นภาพและผลงานที่เกิดขึ้นจากกระบวนการพัฒนานวัตกรรมครู สู่นวัตกรรมนักเรียนผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps มีความตื้นตันใจ ซึ่งภาพการทำงานว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มีภารกิจส่วนหนึ่งคือการยกระดับคุณภาพการศึกษา พัฒนาครูซึ่งเป็นหนึ่งภารกิจ บทบาทหน้าที่ที่พวกเราได้มีส่วนร่วมดำเนินการในการขับเคลื่อนที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่โรงเรียนซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ก็จะสามารถต่อยอดนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษาต่อไป อีกทั้งเป็นการสร้างพื้นที่ในการเรียนรู้ตลอดจนผลิตภัณฑ์ต่างๆให้เกิดเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นในชุมชน ท้องถิ่น เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระดับชุมชนท้องถิ่นและเข้าสู่ระดับประเทศต่อไป 

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวว่า พว.มีความภูมิใจมาก เพราะผู้บริหาร สพฐ.ให้ความสำคัญในการพัฒนาครูและนักเรียนอย่างมาก โดยเฉพาะคุณภาพที่เป็นรูปธรรมและผลที่ออกมาก็เป็นผลเชิงประจักษ์ว่า นักเรียนเป็นผู้สร้างขึ้นมา เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า เวลานี้เด็กประถมศึกษาสามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพอาชีพของพ่อแม่ได้ ส่วนเด็กมัธยมสามารถสร้างนวัตกรรมผ่านกระบวนการวิจัย ทำให้ประเทศไทยสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ และคุณภาพที่เกิดขึ้นจากโรงเรียนที่ได้พัฒนามาเป็นรูปแบบมาตรฐานสอดคล้องกับยูเนสโกและโออีซีดีทุกประการซึ่งเป็นมาตรฐานของโลก แสดงว่าเราสามารถสร้างโรงเรียนให้เป็นมาตรฐานของโลกได้แล้ว

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวว่า ขณะนี้ทางภาคอีสานตอนล่างมีความตื่นตัวมากในการใช้ทรัพยากรของท้องถิ่นมาสร้างนวัตกรรม ซึ่งถ้าเราสามารถขยับขยายและพัฒนาต่อไปเด็กเหล่านี้จะเป็นผู้ปลุกเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้เป็นเศรษฐกิจระดับชาติได้อย่างมั่นคง เพราะฉะนั้นเด็กที่มีความรู้ในเรื่องของนวัตกรรม รับรองได้ว่าอนาคตจะไม่พบกับความยากจนอย่างแน่นอน และการเรียนรู้ในเรื่องของการสร้างนวัตกรรมนั้น หัวใจสำคัญที่สุดคือกระบวนการและกระบวนการนอกจากจะสร้างนวัตกรรมได้ตั้งแต่ผลงานชิ้นเล็ก ๆ ในระดับอนุบาลจนถึงงานวิจัยในระดับ ม.ปลาย จะสามารถนำไปใช้เรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้ เพราะขณะนี้เด็ก ม.ปลายได้เรียนผ่านกระบวนการวิจัยจนสามารถสร้างนวัตกรรมได้แล้ว เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องปรับหลักสูตรเป็นActive Learning GPAS 5 Steps แล้วเพราะการเรียนรู้ทุกอย่างต้องใช้กระบวนการ

กระบวนการจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสอบพิซา ซึ่งเราตกพิซ่ามา 20 ปี ทุกปีจะมีการติวก่อนสอบยิ่งติวยิ่งสอบไม่ได้ เพราะข้อสอบพิซ่าเป็นเนื้อหาที่ใกล้ตัว เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะนำไปใช้ในการสอบพิซ่าคือกระบวนการ แม้แต่โอเน็ตถ้าใช้กระบวนการไปวิเคราะห์ข้อสอบรับรองเด็กจะทำข้อสอบได้ แต่ที่ผ่านมาเด็กเราไม่มีกระบวนการก็ทำข้อสอบไม่ได้ เพราะคนไทยเข้าใจว่า หนังสือเรียนคือความรู้ อ่านมาก ๆ เรียนมาก ๆ ท่องมาก ๆ จำได้ จะได้อันดับที่ดี เด็กจะมีความรู้มากแต่สอบผ่านไปสองวันก็จะลืมหมด แต่ถ้าเด็กได้ฝึกสร้างโครงงานรู้จักกระบวนการจนเกิดเป็นนวัตกรรมขึ้นมา เขาจะไม่ลืมตลอดชีวิต เพราะการท่องเนื้อหาจากหนังสือ ไม่ใช่ความรู้ แต่พ่อแม่เด็กเข้าใจว่า การที่เด็กจำได้มาก ๆ นั่นคือความรู้ ดังนั้นเราต้องเอาเนื้อหาไปเปลี่ยนเป็นความรู้ ซึ่งต้องมีกระบวนการหรือเครื่องมือในการเอาเนื้อหาไปสร้างสมรรถนะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ครูจะต้องมาปรับ มิฉะนั้นเด็กเรียนไปแล้วจะไม่ได้อะไรเลย”ดร.ศักดิ์สินกล่าว 

ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 20 ธันวาคม 2568 

สรุปสาระสำคัญ 

กระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งขยายการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้แบบท่องจำ ส่งเสริมให้นักเรียนตั้งคำถาม คิดวิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูเป็นผู้นำจัดกิจกรรมและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แนวทางนี้ช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการสร้างนวัตกรรม
ศธ. ยังดำเนินโครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” เพื่อเป็นศูนย์ต้นแบบขับเคลื่อน Active Learning โดยใช้ครูแม่ข่ายเป็นผู้สนับสนุน ทั้งนี้ การขับเคลื่อนต้องควบคู่กับการพัฒนาและอบรมครูให้เข้าใจแนวทางการสอนแบบใหม่ รวมถึงลดอุปสรรคจากการโยกย้ายบุคลากร การขาดงบประมาณ และความไม่ทั่วถึงของพื้นที่ รัฐมนตรีฯ เชื่อมั่นว่า เมื่อผสานเทคโนโลยีกับการเรียนรู้แบบ Active Learning จะทำให้การศึกษาไทยยั่งยืนและสร้าง “เด็กไทยเป็นนวัตกร” ได้อย่างแท้จริง
 

ข้อสอบ 

1.จุดมุ่งหมายหลักของการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning คืออะไร
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนทฤษฎี
ข. ส่งเสริมให้นักเรียนท่องจำเนื้อหา
ค. พัฒนาการคิด วิเคราะห์ และการลงมือปฏิบัติ
ง. ลดจำนวนวิชาที่เรียนในแต่ละภาคเรียน

2.กระทรวงศึกษาธิการขับเคลื่อนโครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” เพื่ออะไร
ก. ลดจำนวนโรงเรียนในพื้นที่
ข. สร้างโรงเรียนต้นแบบในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
ค. เพิ่มงบประมาณรายหัวนักเรียน
ง. ส่งเสริมการศึกษานอกระบบ

3.อุปสรรคสำคัญของการขับเคลื่อน Active Learning คือข้อใด
ก. ครูยังขาดความเข้าใจและการอบรมที่เพียงพอ
ข. นักเรียนไม่สนใจเข้าชั้นเรียน
ค. ขาดหลักสูตรกลางที่ชัดเจน
ง. ไม่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีในโรงเรียน

4.ผลลัพธ์ที่กระทรวงศึกษาธิการคาดหวังจากการขยาย Active Learning คือข้อใด
ก. นักเรียนมีผลสอบสูงขึ้นในทุกวิชา
ข. เด็กไทยสามารถเป็นนวัตกรและเรียนรู้อย่างยั่งยืน
ค. ครูมีเวลาว่างเพิ่มขึ้น
ง. โรงเรียนลดค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอน

คลิกเฉลย >>>