สมาชิกเข้าสู่ระบบ

20 อันดับประเทศที่มีระบบเงินบำนาญดีที่สุดในโลกปี 2023

ถ้าถามว่าประเทศไหนบ้างที่มีระบบเงินบำนาญดีติดอันดับต้น ๆ ของโลก คำตอบของหลาย ๆ คนคงจะเป็นประเทศในยุโรป …แล้วการเปรียบเทียบจัดอันดับโดยมีการจัดทำดัชนีชี้วัดอย่างเป็นทางการได้คำตอบออกมาเป็นอย่างที่เราคิดหรือเปล่า ขอชวนมาดูกัน 

เมอร์เซอร์ (Mercer) บริษัทให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลและการเงินรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และ ซีเอฟเอ อินสทิทิวท์ (CFA Institute) ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพผู้ให้คำปรึกษาทางการเงินการลงทุนระดับโลกได้เผยแพร่ Mercer CFA Institute Global Pension Index (MCGPI)” หรือดัชนีระบบเงินบำนาญทั่วโลกประจำปี 2023 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา 

ดัชนีเงินบำนาญทั่วโลกของเมอร์เซอร์และซีเอฟเอ (MCGPI) ซึ่งจัดทำมาเป็นปีที่ 15 คำนวณโดยใช้ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของดัชนี 3 ด้าน ประกอบด้วย ความเพียงพอ (adequacy) ความยั่งยืน (sustainability) และความซื่อตรง โปร่งใส น่าเชื่อถือ (integrity) ซึ่งมีตัวชี้วัดย่อย ๆ รวมมากกว่า 50 ตัวชี้วัด 

สำหรับดัชนีเงินบำนาญทั่วโลก (MCGPI) ในปีนี้เปรียบเทียบระบบรายได้หลังเกษียณ 47 ระบบของ 47 ประเทศ/เขตการปกครอง ซึ่งครอบคลุม 64 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก ระบบเงินบำเหน็จบำนาญของประเทศไทยก็เป็น 1 ใน 47 ระบบที่ถูกประเมินด้วยเช่นกัน  

20 อันดับประเทศที่มีระบบเงินบำนาญที่ดีที่สุดในปีนี้ ได้แก่ 

1.เนเธอร์แลนด์ ค่าดัชนีรวม 85.0

2.ไอซ์แลนด์ ค่าดัชนีรวม 83.5 

3.เดนมาร์ก ค่าดัชนีรวม 81.3 

4.อิสราเอล ค่าดัชนีรวม 80.8 

5.ออสเตรเลีย ค่าดัชนีรวม 77.3 

6.ฟินแลนด์ ค่าดัชนีรวม 76.6 

7.สิงคโปร์ ค่าดัชนีรวม 76.3 

8.นอร์เวย์ ค่าดัชนีรวม 74.4

9.สวีเดน ค่าดัชนีรวม 74.0 

10.สหราชอาณาจักร ค่าดัชนีรวม 73.0 

11.สวิตเซอร์แลนด์ ค่าดัชนีรวม 72.0

12.แคนาดา ค่าดัชนีรวม 70.2

12.ไอร์แลนด์ ค่าดัชนีรวม 70.2 

14.ชิลี ค่าดัชนีรวม 69.9

15.อุรุกวัย ค่าดัชนีรวม 68.9

16.เบลเยียม ค่าดัชนีรวม 68.6 

17.นิวซีแลนด์ ค่าดัชนีรวม 68.3

18.โปรตุเกส ค่าดัชนีรวม 67.4

19.เยอรมนี ค่าดัชนีรวม 66.8 

20.คาซัคสถาน ค่าดัชนีรวม 64.9  

สำหรับเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีระบบเงินบำนาญดีที่สุดในโลกในปี 2023 นี้ ด้วยค่าดัชนีรวม 85.0  ได้รับการกล่าวถึงในข้อมูลเผยแพร่ของเมอร์เซอร์ว่า ถึงแม้ว่าปัจจุบันเนเธอร์แลนด์กำลังดำเนินการปฏิรูประบบเงินบำนาญ แต่ระบบเดิมที่ยังปฏิรูปไม่แล้วเสร็จก็อยู่ในสถานะที่ดีพอที่จะให้ผลประโยชน์ที่ดีเยี่ยม 

เมื่อดูดัชนีย่อย 3 ด้าน ในด้านความเพียงพอนั้นระบบเงินบำนาญที่มีความเพียงพอมากที่สุด คือ ระบบของโปรตุเกส ค่าดัชนีอยู่ที่ 86.7 ด้านความยั่งยืน ระบบไอซ์แลนด์ครองอันดับ 1 ด้วยค่าดัชนี 83.8 ส่วนด้านความซื่อตรง โปร่งใส น่าเชื่อถือ แชมป์ตกเป็นของฟินแลนด์ มีค่าดัชนีอยู่ที่ 90.9  

ส่วนโซนท้ายตาราง ระบบเงินบำนาญที่มีความเพียงพอน้อยที่สุด คือ ระบบของเกาหลีใต้ ค่าดัชนีอยู่ที่ 39.0 ด้านความยั่งยืน ระบบที่มีความยั่งยืนน้อยที่สุดคือระบบของออสเตรีย ค่าดัชนี 22.6 ส่วนด้านความซื่อตรง โปร่งใส เชื่อถือได้น้อยที่สุด คือ ฟิลิปปินส์ ค่าดัชนีอยู่ที่ 25.7

แถมปิดท้าย ประเทศไทยของเราอยู่อันดับที่ 43 หรืออันดับ 5 จากท้ายตาราง ด้วยค่าดัชนีรวม 46.4 

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 18 ตุลาคม 2566

สรุปสาระสำคัญ

ดัชนี Mercer CFA Institute Global Pension Index (MCGPI) ปี 2023 เป็นการจัดอันดับระบบเงินบำนาญของ 47 ประเทศ/เขตปกครอง โดยประเมินจาก 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความเพียงพอของผลประโยชน์ (adequacy) ความยั่งยืนของระบบ (sustainability) และความซื่อตรง โปร่งใส น่าเชื่อถือ (integrity) รวมมากกว่า 50 ตัวชี้วัด ครอบคลุมประชากรราว 64% ของโลก

ผลการจัดอันดับพบว่า ประเทศที่มีระบบบำนาญดีที่สุดอันดับ 1 คือ เนเธอร์แลนด์ รองลงมาได้แก่ ไอซ์แลนด์ เดนมาร์ก อิสราเอล และออสเตรเลีย ขณะที่ประเทศในกลุ่มท็อป 10 ส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้วในยุโรปและโอเชียเนีย รวมถึงสิงคโปร์และแคนาดา

เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า โปรตุเกสมีความเพียงพอของบำนาญสูงสุด ไอซ์แลนด์มีความยั่งยืนดีที่สุด และฟินแลนด์โดดเด่นด้านความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ ส่วนประเทศที่มีคะแนนต่ำ เช่น เกาหลีใต้ (ความเพียงพอ), ออสเตรีย (ความยั่งยืน) และฟิลิปปินส์ (ความโปร่งใส)

ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 43 จาก 47 ประเทศ สะท้อนว่าระบบบำนาญยังมีข้อจำกัด โดยมีคะแนนรวม 46.4 ซึ่งอยู่ในกลุ่มท้ายตารางเมื่อเทียบกับประเทศอื่นทั่วโลก

โดยภาพรวม ดัชนีชี้ให้เห็นว่าระบบบำนาญที่ดีไม่ใช่แค่ให้ผลประโยชน์สูง แต่ต้องมีความยั่งยืนทางการเงินและความโปร่งใสควบคู่กัน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

ดัชนี MCGPI ใช้ประเมินระบบบำนาญจากองค์ประกอบหลักใด
ก. รายได้ประชากร เงินเฟ้อ และ GDP
ข. ความเพียงพอ ความยั่งยืน และความโปร่งใส
ค. อัตราการออมและการลงทุนภาครัฐ
ง. จำนวนผู้สูงอายุและแรงงาน

เฉลย: ข
เหตุผล: ดัชนีใช้ 3 ด้านหลักตามที่กำหนดอย่างเป็นทางการ

 

ข้อ 2

ประเทศใดได้อันดับ 1 ระบบบำนาญดีที่สุดปี 2023
ก. เดนมาร์ก
ข. ไอซ์แลนด์
ค. เนเธอร์แลนด์
ง. สวิตเซอร์แลนด์

เฉลย: ค
เหตุผล: เนเธอร์แลนด์มีคะแนนรวมสูงสุด 85.0

 

ข้อ 3

ประเทศที่มี “ความยั่งยืน” ของระบบบำนาญดีที่สุดคือ
ก. ไอซ์แลนด์
ข. ฟินแลนด์
ค. สิงคโปร์
ง. นอร์เวย์

เฉลย: ก
เหตุผล: ไอซ์แลนด์ได้คะแนนด้านความยั่งยืนสูงสุด

 

ข้อ 4

ประเทศไทยอยู่ในอันดับใดของการจัดอันดับ
ก. 40
ข. 41
ค. 42
ง. 43

เฉลย: ง
เหตุผล: ไทยอยู่อันดับที่ 43 จาก 47

 

ข้อ 5

ประเทศที่มี “ความเพียงพอ” ของบำนาญสูงที่สุดคือ
ก. โปรตุเกส
ข. สเปน
ค. อิตาลี
ง. ฝรั่งเศส

เฉลย: ก
เหตุผล: โปรตุเกสมีคะแนนความเพียงพอสูงสุด 86.7

 

ข้อ 6

ประเทศใดมีระบบบำนาญด้านความโปร่งใสดีที่สุด
ก. เดนมาร์ก
ข. ฟินแลนด์
ค. สวีเดน
ง. นอร์เวย์

เฉลย: ข
เหตุผล: ฟินแลนด์ได้คะแนน integrity สูงสุด 90.9

 

ข้อ 7

ข้อใดสะท้อนวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดอันดับนี้
ก. จัดอันดับความร่ำรวยประเทศ
ข. เปรียบเทียบประสิทธิภาพระบบบำนาญ
ค. วัดอัตราการจ้างงาน
ง. วิเคราะห์ค่าแรงขั้นต่ำ

เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งเปรียบเทียบคุณภาพระบบบำนาญโลก

 

ข้อ 8

ประเทศใดอยู่ในกลุ่ม TOP 10 ของระบบบำนาญ
ก. ญี่ปุ่น
ข. เกาหลีใต้
ค. สิงคโปร์
ง. จีน

เฉลย: ค
เหตุผล: สิงคโปร์อยู่ในอันดับ 7

 

ข้อ 9

ประเทศที่มีคะแนนต่ำสุดด้านความเพียงพอคือ
ก. ฟิลิปปินส์
ข. เกาหลีใต้
ค. ไทย
ง. อินเดีย

เฉลย: ข
เหตุผล: เกาหลีใต้มีคะแนนความเพียงพอต่ำสุด

 

ข้อ 10

ข้อใดเป็นข้อคิดเชิงนโยบายจากผลการจัดอันดับนี้
ก. เน้นเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ
ข. เน้นลดการออมของประชาชน
ค. ต้องพัฒนา “ความยั่งยืนควบคู่ความโปร่งใส”
ง. ลดระบบบำนาญทั้งหมด

เฉลย: ค
เหตุผล: ระบบที่ดีต้องสมดุลทั้ง 3 มิติ ไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่ง

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น