
เมื่อมีระบบโรงเรียนแบบตะวันตกเข้ามา แม้ครูมีวุฒิการศึกษาตามกระทรวงศึกษาธิการกำหนด แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนเป็นครูที่ดีได้ บางคนเรียนเก่งมากแต่สอนไม่เป็น บางคนอาจไม่เก่งมากแต่ถ่ายทอดได้ดี ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ครูต้องมีคือ จิตวิญญาณแห่งความเป็นครูอยู่ในหัวใจ
ผมเขียนเรื่องครู โรงเรียน ตลอดจนเรื่องนโยบายของรัฐเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กและเยาวชน รวมถึงเรื่องเด็กเก่งเด็กไม่เก่ง เป็นบทความลง นสพ.หลายต่อหลายครั้ง บางทีแวะเวียนเข้าไปดูก็พบว่าถูกนำไปอ้างอิงในบทความอื่นๆ ทั้งส่วนตัวและหน่วยงานหลายแห่ง รู้สึกดีที่มีคนเห็น แม้ว่าจะไม่ใช่ทั้งหมด
เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งเมื่อไม่กี่วันนี้ ทำให้สังคมกลับมาวิพากษ์เรื่องการจัดการศึกษาระดับโรงเรียนของเราอีกครั้ง ผมฟังทั้งจาก รมช.ศึกษาฯ ผอ.สำนักงานการศึกษาเอกชน รวมถึงความเห็นของแพทย์ นักจิตวิทยา นักการศึกษา ที่แสดงความเห็นกันหลากหลาย ก็เป็นมุมมองของท่านในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่กับเรื่องเด็กๆ การเรียนการสอน การดูแลพฤติกรรมของเด็กวัยต่างๆ
ผมเองก็มีมุมมองของตัวเอง อย่างที่ผมเคยบอก แม้จะไม่ได้เป็นนักการศึกษา แต่รอบตัวผมตั้งแต่คุณพ่อ คุณแม่ น้องสาวอีกสี่คน และแม้กระทั่งผมเองก็เป็นครูอาจารย์ในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับโรงเรียนถึงมหาวิทยาลัย เรียกว่ามีความเป็นครูอยู่ในสายเลือด
จากประสบการณ์ที่เห็นทุกวัน และจากการศึกษาพบปะพูดคุยกับครูอาจารย์มากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ผมพบว่าจุดประสงค์และเป้าหมายของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างมาก ในสมัยก่อน ก่อนมีระบบการศึกษาในโรงเรียน เราพัฒนาแบบธรรมชาติ เรียนรู้จากพ่อแม่ ผู้ใหญ่ เรียนรู้จากผู้รู้ เรียนที่วัดเรียนกับพระ จากผู้มีภูมิปัญญา พอเรามีระบบโรงเรียนแบบตะวันตก เรามีกระทรวงศึกษาธิการ เด็กๆ ถูกจัดเข้าระบบการศึกษาแบบตะวันตก ครูผู้สอนมีวุฒิทางการศึกษา การเรียนการสอนวิชาการต่างๆ เป็นไปตามที่ประเทศตะวันตกกำหนด จึงเกิดปรากฏการณ์ว่าคนทุกคนเป็นครูที่ดีไม่ได้ทุกคน
ทำไมหรือครับ...บางคนเรียนเก่งมาก แต่สอนไม่เป็น สอนไม่ได้ สอนไม่รู้เรื่อง เด็กๆ ไม่สนุกกับการเรียนกับครูแบบนี้ ในขณะที่คนที่อาจไม่เก่งมาก แต่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้ดี เด็กๆ เรียนรู้อย่างเข้าใจและสนุกกับการเรียนรู้ ผมจึงมองว่าการสอนเด็กให้เรียนรู้สร้างสมประสบการณ์ได้ดีนั้น ครูที่สอนน่าจะต้องมีสิ่งหนึ่งที่ผมเรียกว่า...จิตวิญญาณ...ของความเป็นครู
แน่นอนว่าคนที่เรียนครูต้องเรียนวิชาบังคับหลายวิชาที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน การทดสอบ การแนะแนว จิตวิทยาเด็ก และอื่นๆ นอกเหนือจากวิชาการเฉพาะ หรือวิชาเอก แต่ถ้าคนที่เรียนครูไม่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูอยู่ในหัวใจ ก็คงปฏิบัติตัวเพียงเท่าที่ครูจะต้องทำในฐานะครูหรือข้าราชครูเท่านั้น ส่วนเด็กจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่ตัวเด็กเองเป็นหลัก
เด็กทุกคนมาจากครอบครัวที่ต่างกัน บริบททางสังคมต่างกัน นอกเหนือจากเรื่องสติปัญญาที่ต่างกัน ดังนั้น แม้จะมีมือมีเท้าเหมือนกัน แต่ก็คงมีศักยภาพต่างกัน สิ่งที่ครูจะต้องลงไปทำก็คือการเข้าถึงจิตใจของเด็ก เข้าใจเด็ก และพัฒนาเด็กแต่ละคนในชั้นเรียน คนจะทำอย่างนี้ได้ไม่ใช่ทุกคน ต้องมีใจรัก มีจิตวิญญาณ
ปัจจุบัน โรงเรียนและสถาบันการศึกษาของเราได้ก้าวขึ้นมาเป็นรูปแบบใหม่ นั่นคือธุรกิจทางการศึกษา ไม่ใช่แค่โรงเรียนเอกชน แต่รวมถึงระดับวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเอกชน สถาบันเอกชน เมื่อเป็นธุรกิจก็ต้องคำนึงถึงต้นทุนและกำไร โรงเรียนเอกชนจึงมีการจัดรูปแบบที่เน้นช่องทางการตลาด ตั้งแต่โรงเรียนเอกชนธรรมดาๆ มาเป็นโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนเน้นภาษาต่างประเทศ โรงเรียนธุรกิจ โรงเรียนวิชาชีพ และอื่นๆ อีกมากมาย
โรงเรียนสมัยใหม่เน้นการอยู่รอด ผลกำไร การขยายกิจการ เจ้าของโรงเรียนแบบดั้งเดิมที่เน้นการเรียนการสอนให้เด็กเป็นทั้งคนดีคนเก่ง กลายเป็นโรงเรียนสมัยใหม่เน้นให้เป็นคนเก่งเป็นหลัก แข่งขันสอบเข้าสถาบันที่มีการแข่งขันสูงๆ ได้ พ่อแม่ผู้ปกครองก็ยินดีจ่ายไม่อั้นเพื่อให้ลูกหลานของตัวเองขึ้นไปเหนือคนอื่น
การบริหารจัดการโรงเรียนก็ฉีกแนว จัดระดับครูและบุคลากรของโรงเรียนต่างกัน มีครูบริหาร ครูสอนวิชาการ ครูประจำชั้น ครูพี่เลี้ยง รวมถึงนักการต่างๆ ที่ทำหน้าที่เฉพาะเรื่องเตรียมอาหาร ทำความสะอาด รวมทั้งเรื่องที่พักที่อาศัย ที่นอน ที่เล่นและอื่นๆ วิธีการเช่นนี้ทำให้การบริหารโรงเรียนต้องลงลึกในรายละเอียดเรื่องต้นทุน การจัดการเรื่องต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนเด็ก
ผมมองเห็นปัญหาเหล่านี้ทั้งโรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชน ผิดกันแค่โรงเรียนของรัฐได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจากงบประมาณแผ่นดิน แต่โรงเรียนเอกชนก็ได้จากค่าเทอมและเงินพิเศษต่างๆ ที่เรียกเก็บ เพื่อพัฒนาเด็กให้เก่งเท่าหรือเก่งกว่าเด็กอื่น ก็ตรงนี้แหละที่เป็นต้นกำเนิดของการการกระทำที่ไม่ชอบ เกิดการทุจริตในเรื่องต่างๆ และกลายเป็นช่องทางให้คนจากภายนอกเข้ามาแสวงหาประโยชน์ จนเป็นเรื่องเป็นราวอย่างที่เห็นๆ กัน
ส่วนเรื่องของความเป็นครู หรือจิตวิญญาณของความเป็นครูก็ลดน้อยลง เหลือเพียงการทำหน้าที่ตามที่กำหนด ตามระเบียบ ตามเกณฑ์ ตามเงินเดือนค่าตอบแทน และตำแหน่งหน้าที่ เรื่องของจิตวิญญาณ ความรัก ความเมตตา สงสารห่วงใย ทุ่มเทเพื่อให้เด็กพัฒนาตัวเองกลายเป็นเรื่องรอง ไม่ใช่เรื่องหลักอีกต่อไป
ผมสนใจการศึกษาระดับโรงเรียนในหลายประเทศ ซึ่งมีระบบการศึกษาต่างกัน บางประเทศการเรียนการสอนเข้มงวดมากเช่น จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ขณะที่บางประเทศเน้นเรื่องการพัฒนาเด็กที่นอกเหนือจากการเรียนการสอนในชั้นเรียน เอาเด็กเป็นศูนย์กลาง เด็กเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน การพัฒนาเด็กเป็นเรื่องของแต่ละคน ไม่เหมารวมทุกคนเหมือนกันหมด อย่างเช่นฟินแลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐ แน่นอนว่าระดับของความเข้มข้นย่อมต่างกัน แม้แนวคิดจะไปในแนวทางเดียวกัน
โลกเราเปลี่ยนแปลงเร็วมาก พฤติกรรมของเด็กและเยาวชนนอกห้องเรียนต่างจากในชั้นเรียนชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ กิจกรรมของเด็กนอกห้องเรียนที่สามารถสื่อสารกันได้กว้างไกล ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ แม้ว่าจะอยู่คนละพื้นที่ก็เกือบจะไม่เป็นอุปสรรค
ผมคิดว่าการศึกษาของเราได้ก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว วัตถุนิยมรวมถึงเทคโนโลยี ทำให้การเข้าถึงกันเป็นเรื่องง่าย ในขณะเรื่องจิตวิญญาณกลายเป็นเรื่องที่ถดถอยลดน้อยลงไปเรื่อยๆ จิตวิญญาณของความเป็นครู (Spirit of teachers) ในอดีต ก็เปลี่ยนเช่นกัน
บทความโดย ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร
ที่มา ; คอลัมน์ บทความพิเศษ กรุงเทพธุรกิจ 3 ตุลาคม 2563
บทความสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาไทยจากอดีตที่เน้นการเรียนรู้ตามธรรมชาติและคุณค่าความเป็นมนุษย์ สู่ระบบโรงเรียนแบบตะวันตกที่มีโครงสร้างชัดเจนและวัดผลตามมาตรฐาน แม้ครูจะมีวุฒิการศึกษาตามเกณฑ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นครูที่ดีได้ทุกคน เพราะความสามารถในการถ่ายทอดและ “จิตวิญญาณความเป็นครู” เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งกว่าความรู้เพียงอย่างเดียว ครูที่ดีต้องเข้าใจความแตกต่างของผู้เรียนทั้งด้านสติปัญญา ครอบครัว และบริบททางสังคม พร้อมทั้งเข้าถึงจิตใจและพัฒนาศักยภาพรายบุคคล
ในปัจจุบัน การศึกษาเปลี่ยนไปสู่ลักษณะ “ธุรกิจ” มากขึ้น โรงเรียนมุ่งแข่งขัน เน้นผลลัพธ์ทางวิชาการและชื่อเสียง ส่งผลให้จิตวิญญาณความเป็นครูลดลง เหลือเพียงการปฏิบัติตามหน้าที่ ขณะที่ปัญหาทางระบบ เช่น การบริหารต้นทุน การแสวงหากำไร และการแข่งขันสูง อาจนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
ผู้เขียนเสนอว่าการศึกษาไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและค่านิยมวัตถุนิยม สิ่งที่ควรฟื้นฟูคือ “จิตวิญญาณความเป็นครู” ควบคู่กับการปรับระบบให้ตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน เพื่อพัฒนาเด็กให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดีอย่างสมดุล
ข้อ 1 ข้อใดสะท้อนสาระสำคัญของบทความได้ดีที่สุด
ก. การพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย
ข. การเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษา
ค. ความสำคัญของจิตวิญญาณความเป็นครู
ง. การใช้เทคโนโลยีในการเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นว่าจิตวิญญาณครูสำคัญกว่าวุฒิหรือระบบ
ข้อ 2 ปัญหาหลักของครูบางคนตามบทความคืออะไร
ก. ขาดความรู้เนื้อหา
ข. ขาดทักษะการถ่ายทอด
ค. ขาดประสบการณ์ชีวิต
ง. ขาดโอกาสพัฒนา
เฉลย: ข
เหตุผล: แม้เรียนเก่งแต่สอนไม่เป็น คือประเด็นสำคัญ
ข้อ 3 การเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนสมัยใหม่ส่งผลอย่างไร
ก. เน้นคุณธรรมมากขึ้น
ข. เน้นความเป็นชุมชน
ค. เน้นการแข่งขันและกำไร
ง. ลดความเหลื่อมล้ำ
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความชี้ชัดเรื่อง “ธุรกิจการศึกษา”
ข้อ 4 ครูควรพัฒนาเด็กอย่างไรตามแนวคิดผู้เขียน
ก. เหมือนกันทุกคน
ข. เน้นเด็กเก่ง
ค. ตามศักยภาพรายบุคคล
ง. ตามหลักสูตรเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคล
ข้อ 5 สาเหตุหนึ่งของพฤติกรรมไม่เหมาะสมในระบบการศึกษาคือ
ก. ครูไม่เพียงพอ
ข. การแข่งขันสูงและผลประโยชน์
ค. หลักสูตรยากเกินไป
ง. นักเรียนไม่ตั้งใจ
เฉลย: ข
เหตุผล: เชื่อมโยงกับผลประโยชน์และธุรกิจ
ข้อ 6 “จิตวิญญาณความเป็นครู” หมายถึงข้อใด
ก. การทำตามระเบียบ
ข. ความรู้ทางวิชาการ
ค. ความรักและความทุ่มเทต่อผู้เรียน
ง. การสอบผ่านมาตรฐาน
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นความเมตตาและความใส่ใจเด็ก
ข้อ 7 ระบบการศึกษาแบบตะวันตกส่งผลอย่างไร
ก. ทำให้ทุกคนเป็นครูที่ดี
ข. ลดความสำคัญของครู
ค. ทำให้มีมาตรฐานแต่ไม่รับประกันคุณภาพครู
ง. ทำให้เด็กเรียนง่ายขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: มีวุฒิแต่ไม่ใช่ทุกคนสอนได้ดี
ข้อ 8 หากเป็นผู้บริหาร ควรแก้ปัญหานี้อย่างไร
ก. เพิ่มการสอบ
ข. เพิ่มเงินเดือน
ค. พัฒนาจิตวิญญาณและทักษะครู
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ตรงกับข้อเสนอหลักของบทความ
ข้อ 9 ประเทศที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางสะท้อนแนวคิดใด
ก. ความเท่าเทียม
ข. การแข่งขัน
ค. การพัฒนาเฉพาะบุคคล
ง. การควบคุมเข้มงวด
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ข้อ 10 แนวโน้มสำคัญของการศึกษาในอนาคตตามบทความคืออะไร
ก. ลดบทบาทครู
ข. เพิ่มการท่องจำ
ค. ฟื้นฟูจิตวิญญาณควบคู่เทคโนโลยี
ง. ยกเลิกโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้เขียนชี้ว่าต้องรักษาสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับคุณค่าความเป็นครู