สมาชิกเข้าสู่ระบบ

บุกจับครูเปิดกลุ่มลับใน VK ขายคลิปลามกเด็ก

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. สั่งการ พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.ตอท. พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. นำกำลังจับกุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) ข้าราชการครู รร.ดังแห่งหนึ่งย่านสมุทรปราการ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ซิมโทรศัพท์ และบัญชีธนาคาร 

สืบเนื่องด้วยกลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. ได้รับแจ้งจากโครงการฮัก ประเทศไทย (Hug Project Thailand) ว่ามีผู้เสียหาย อายุ 17 ปีเศษ ถูกคนร้ายใช้โปรแกรม vk (วีเค) ชื่อ WAKANDA และ T’Challa เผยแพร่ภาพลามกอนาจารของผู้เสียหายสู่สาธารณะ และเมื่อมีผู้เสียหายติดต่อมาขอลบคลิป จะให้ผู้เสียหายโอนเงิน หรือให้วิดีโอคอลเสียว และให้ยืนยันตัวตนด้วยการถ่ายรูปคู่กับบัตรประชาชน หลังจากนั้นจะทำการโพสต์ประจาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า ผู้ที่ทำหน้าที่แอดมินเพจดังกล่าวคือ นายเอ ข้าราชการครู สอนวิชาสังคม รร.ดังแห่งหนึ่งย่านสมุทรปราการ 

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเปิดเพจใน VK รวม 7 เพจ มาแล้ว 1 ปี รายได้รวมประมาณ 1,000,000 บาท มีผู้ติดตามรวมกว่า 200,000 คน มีการโพสต์สื่อลามกอนาจารทั้งเด็กและผู้ใหญ่จำนวนมาก รวมแล้ว 1,823 โพสต์ โดยต้องเสียค่าสมาชิกในราคา 1,500 บาท รับชำระเงินค่าสมาชิกผ่านบัญชีม้า และ cryptocurrency เมื่อได้รับชำระเงินแล้ว จะทำการดึงเข้ากลุ่มลับซึ่งมีคลิปลามกเด็กจำนวนมาก และพบว่ามีการติดตั้งกล้องแอบถ่ายภายในห้องนอน พบคลิปที่ผู้ต้องหามีเพศสัมพันธ์กับเด็กนักเรียนในชุดเนตรนารี โดยอยู่ระหว่างติดตามผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติม 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บางนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ตำรวจไซเบอร์ บุกจับข้าราชการครู รร.ดัง เปิดกลุ่มลับใน VK ตั้งชื่อตามหนังดัง WAKANDA และ T’Challa เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก และล่วงละเมิดทางเพศเด็ก 

ที่มา ; เดลินิวส์ออนไลน์ 9 พฤศจิกายน 2565

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ สั่งสอบด่วน! ครูรร.ดังเปิดกลุ่มลับขายคลิปลามก-ลวงเด็กอนาจาร

จากกรณีตำรวจไซเบอร์ บุกจับข้าราชการครูโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท เปิดกลุ่มลับใน VK ตั้งชื่อตามหนังดัง WAKANDA และ T’Challa เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก และล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 9 พ.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ตนได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จริงว่าข้อมูลมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งหากพบมีการอนาจจารหรือล่อล่วงนักเรียนไปทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมก็จะต้องโดนลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน เพราะครูจะต้องเป็นมีพฤติกรรมและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกศิษย์ 

"ตรีนุช" สั่งสอบด่วนครูโรงเรียนดังย่านสุขุมวิท เปิดกลุ่มลับขายคลิปลามก ลวงเด็กอนาจาร หากพบผิดลงโทษทางวินัย ย้ำครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกศิษย์ 

ที่มา ; เดลินิวส์ 9 พฤศจิกายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ สั่ง สพฐ.สอบข้อเท็จจริง ครู ร..ดัง เปิดกรุ๊ปลับขายคลิปลามกเด็ก หากผิดจริงเตรียมลงโทษวินัย

..ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณี ตำรวจเข้าจับกุมนายเจ ข้าราชการครู สอนวิชาสังคม โรงเรียนดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยครูรายดังกล่าว ถูกตั้งข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะลามก ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นนั้น ว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ขณะนี้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน ถ้าพบว่าครูรายดังกล่าวกระทำผิด ให้ดำเนินการตามระเบียบวินัย 

นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นพบว่าเป็นครูในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร (สพป.กทม.ซึ่งขณะนี้ทาง สพป.กทม.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่ามีมูล ก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อไป 

ที่มา ; มติชนออนไลน์

ข่าวเกี่ยวกัน

สั่งพัก ‘ตั๋วครูหื่น’ เปิดกรุ๊ปลับขายคลิปอนาจารเด็ก

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีตำรวจเข้าจับกุม นายเจ ข้าราชการครู สอนวิชาสังคม โรงเรียนดังสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กรุงเทพมหานคร โดยครูรายดังกล่าว ถูกตั้งข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่นนั้น ว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลครูรายดังกล่าวแล้ว พบว่ามีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จึงได้ทำการพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไว้ก่อน และทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการตรวจสอบทางวินัยต่อไป

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ตนมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนที่เป็นครู จะต้องเป็นครูมืออาชีพ ไม่ใช่ทำอาชีพครู การเป็นครูมืออาชีพ นอกจากจะถ่ายทอดความรู้แล้ว ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มีศรัทธาในความเป็นครู และมีจรรยาบรรณในวิชาชีพตามที่คุรุสภากำหนด เรื่องที่ครูบางคนก่อเหตุนั้น มองว่ามาจากพฤติกรรมส่วนตัว แต่เมื่อเป็นพฤติกรรมส่วนตัวแล้วคนเหล่านี้เข้ามาอยู่ในวงการศึกษาได้อย่างไร เราควรต้องหันกลับมามองวิธีการคัดเลือกครูใหม่ อาจจะต้องเพิ่มจรรยายบรรณวิชาชีพครู และอาจจะต้องเชื่อมโยงกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อดูแลด้านจิตวิทยาครูด้วย นอกจากจะมองวิธีการคัดเลือกครูใหม่แล้ว สถาบันผลิตครูควรเพิ่มเติมการเรียนการสอนเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ เพราะองค์ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบันได้แล้ว ดังนั้น ต้องเติมจรรยาบรรณวิชาชีพให้คนที่จะมาเป็นครูในอนาคตให้มากขึ้นด้วย

ผมได้ส่งการให้คุรุสภา เน้นย้ำสถานศึกษา โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษา ที่ต้องใส่ใจดูแลครู เพราะผู้บริหารเหมือนเจ้าอาวาสที่ต้องอยู่วัด ต้องดูแลบ้านและองค์กรของตน ไม่ใช่ออกไปข้างนอก จนขาดการกำกับดูแล และผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบลำดับแรก หากปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในบ้านของตน ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารสถานศึกษามีศักยภาพในการดูแลสถานศึกษาหรือไม่ ดังนั้น หากสถานศึกษาไหนเกิดปัญหา ต้องโทษผู้บริหารสถานศึกษาด้วยว่าได้กำกับดูแลสถานศึกษามากน้อยแค่ไหน และกำกับดูแลอย่างไร ผู้บริหารและรองฝ่ายต่างๆ ได้ทำการสุ่มตรวจครูบ้างหรือไม่ และฝ่ายแนะแนวได้ทำความเข้าใจกับเด็กหรือไม่ ว่าหากมีปัญหาอะไรสามารถเข้ามาหา และปรึกษาครูได้ทันที ผมมองว่า ถ้าผู้บริหารใส่ใจการทำงาน ติดตามดูแล ตรวจตราดูแลจะไม่เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น” นายอรรถพล กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 

ข่าวเกี่ยวกัน

คุรุสภา’ ตั้งวอร์รูมติดตามข่าวหากพบครูกระทำผิดเร่งสอบสวนเอาผิดจรรยาบรรณทันที 

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยกรณีนายเจ ข้าราชการครู สอนวิชาสังคม โรงเรียนดังสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กรุงเทพมหานคร โดยครูรายดังกล่าว ถูกจับกุมและตั้งข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่นนั้น ว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานกรรมการคุรุสภา ได้กำชับให้คุรุสภาให้เร่งประสานและตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ที่สามารถดำเนินการทางจรรยาบรรณวิชาชีพได้ 

นางอมลวรรณ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าครูคนดังกล่าวมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และจากพฤติกรรมที่ปรากฎตามข่าวเข้าข่ายเกี่ยวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตนจึงได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการชุดนี้จะสืบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลเสนอมายังเลขาธิการคุรุสภา และจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนฯ เพื่อวินิจฉัยชี้ขาดพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของผู้กระทำผิดอย่างเร่งด่วนเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของเยาวชนและวิชาชีพ 

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องที่เกิดขึ้น ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สถานศึกษาเป็นที่ ที่ปลอดภัยซึ่ง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้เน้นย้ำเรื่องนี้อยู่เสมอ คุรุสภาในฐานะองค์กรวิชาชีพที่ดูแลจรรยาบรรณครู หากมีผู้กระทำความผิดต้องดำเนินการให้เร็วที่สุดและชัดเจนต่อสังคมเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ให้ทุกภาคส่วนและให้สังคมให้ความเชื่อมั่นภาคการศึกษาต่อไป ขณะนี้เราได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามข่าวครูทุกวัน ทั้งข่าวดี และข่าวไม่ดี ถ้าพบครูดีก็จะยกย่อง หากพบครูไม่ดี ก็จะดำเนินการอย่างเร่งด่วนไม่นิ่งนอนใจ นอกจากนี้ จะหารือกับสถาบันผลิตครู และหน่วยงานที่ใช้ครู ว่าต่อไปเราน่าจะมีความเข้มข้นเรื่องการตรวจสุขภาพจิตของคนที่จะมาเรียนครู และคนที่จะเป็นครูด้วย” นางอมลวรรณ กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สำนึกผิดไม่ทัน! ต้นสังกัดตั้งกก.สอบครูสาวอัดคลิปกินค้างคาว หลังถูกจับผิดพ.ร.บ.สัตว์ป่าคุ้มครอง(มีคลิป)

จาการที่มีสาวรายหนึ่ง ชาว จ.สกลนคร ซึ่งเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก (กินแซบแบบนัวนัว) คอนเทนต์เกี่ยวกับการโชว์รับประทานอาหารด้วยเมนูต่างๆ จนมีผู้ติดตามเพจเกือบ 4 แสน คน และมีคลิปหนึ่งที่เรียกทัวส์ไปลง เนื่องจากเป็นคอนเทนต์ปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบจากค้างคาว กระแสวิพากย์วิจารณ์อย่างหนักเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรครวมไปถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ออกมาเตือนเนื่องจากค้างคาวนั้นเป็นพาหะเชื้อโรคกว่า 60 ชนิด ซึ่งบางชนิดก็ก่อโรคในคนได้ และยังแพร่ระบาดไม่หายถึงทุกวันนี้ เช่น ไวรัสโรคพิษสุนัขบ้า, ไวรัสอีโบล่า, ไวรัสซาร์ส, ไวรัสเมอร์ส, ไวรัสนิปาห์ ที่ทำให้เกิดโรคสมองอักเสบ โดยเฉพาะโคโรนา โควิด-19 

ล่าสุดเมื่อวานนี้ 9 พ.ย.เจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความสาวคอนเทนต์กินค้างคาวที่ สภ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ทราบต่อมาเป็นค้างคาวเพดานเล็ก ซึ่งอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ถ้าพิสูจน์ชัดเจนผู้โพสต์คลิปกินซุปค้างคาวจะเข้าข่ายล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง จะมีความผิดโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 1 ล้านบาท และถ้าครอบครองซากสัตว์ป่าโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 500,000 บาท ต่อมาเจ้าตัวมามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ทั้ง พ.ร.บ.สัตว์ป่าคุ้มครองและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในคดีอาญา 241/2565 และเมื่อตรวจสอบคลิปดังกล่าวถูกลบไปแล้วจากเพจเฟซบุ๊ก 

ต่อมาวันเดียวกันในช่วงดึก ครูสาวได้ไลฟ์ขอโทษถึงการกระทำดังกล่าว โดยระบุว่า ดิฉันครูจุ๋ยเพจก่อนแซบแบบนัวนัว ก่อนต้องขอโทษทุกหน่วยงาน สังคม คุณหมอ นักข่าว แฟนคลับ เพื่อนร่วมงานและครอบครัว การกระทำดิฉันที่ทำลงไปไม่เจตนาให้เป็นแบบนั้น ขอโทษกับความขาดสติและความคิด ต่อไปจะไม่ทำแบบในคลิปอีกแล้วและจะไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีก ขอโทษที่ขาดสติและทำให้ผิดหวัง ผิดก็ว่ากันไปตามผิดไม่มีอะไรมากกว่าคำว่าขอโทษ 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายไพรวัลย์ จันทะนะ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต 1 ทราบว่าครูดังกล่าวนั้นเป็นครูสอนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.โพนนาแก้ว เบื้องต้นได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งคณะนี้ผู้บริหารของโรงเรียนต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นมาเพื่อพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะตักเตือนหรือลงโทษทางวินัยทั้งนี้ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ส่วนคดีเกี่ยวกับ พรบ.คุ้มครองสัตว์ป่า ก็ให้ว่าไปตามกฎหมายตามที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร้องทุกข์ได้ไปแจ้งความ 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2565

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น