สมาชิกเข้าสู่ระบบ

สั่งย้ายด่วน ผอ.รร. เซ่นรุ่นน้องบุกหอกักตัวขยี้กามรุ่นพี่

จากกรณีปรากฏข่าว มีนักเรียนหญิง อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนชื่อดังใน จ.เพชรบูรณ์ ถูกนักเรียนชายรุ่นน้องชั้นมัธยมศึกษาอายุ 15 ปี บุกขึ้นมาที่หอกักตัวเด็กหญิงที่ติดโควิดภายในโรงเรียน แล้วบังคับข่มขืนต่อหน้าเพื่อนนักเรียนกว่า 30 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลา 23.00 น. แต่ทางโรงเรียนขอให้ปิดข่าว และบังคับให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการสมยอมของเด็กนักเรียน เนื่องจากกลัวจะเสียชื่อเสียง จึงได้ร้องไปที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้านั้น 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งตนได้สั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้วไล่ตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงเรียน ครูเวรประจำวัน ครูประจำหอพักนอน ว่าที่มาที่ไปเรื่องนี้เป็นอย่างไร และสาเหตุใดถึงมีความหละหลวมต่อมาตรการหอพักนักเรียนจนเกิดเหตุการณ์กับนักเรียนหญิงขึ้น ซึ่งตนได้สั่งให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการที่เขตพื้นที่แล้ว เพื่อให้การสอบสวนมีความเป็นธรรมเกิดขึ้น 

รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยต่อไปว่า นอกจากนี้ได้ส่งนักจิตวิทยาเข้าไปดูแลสภาพจิตใจของนักเรียน รวมถึงดูแลเรื่องการจัดการศึกษา ซึ่งตนจะไม่ทิ้งเด็กนักเรียนอย่างแน่นอน เด็กจะต้องได้รับการศึกษาต่อ โดยขอให้ผู้ปกครองไม่ต้องกังวล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และพร้อมดูแลสภาพจิตใจนักเรียนอย่างเต็มที่ และนักเรียนจะต้องได้รับความเป็นธรรม เพราะเท่าที่รับรายงานเบื้องต้น เป็นมาตรการของโรงเรียนที่หละหลวม ดังนั้นต่อจากนี้ไป โรงเรียนในสังกัด ศธ. ที่เป็นโรงเรียนประจำลักษณะพักนอน จะต้องมีกฎระเบียบการจัดครูเวรดูแลนักเรียนหญิงและชายให้มีความปลอดภัย และจะต้องไม่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกอย่างเด็ดขาด 

เสื่อมเสียชื่อเสียงหนัก “ตรีนุช” รมว.ศึกษาธิการ เดือด! สั่งย้ายด่วน ผอ.รร.ดังเพชรบูรณ์ เซ่นรุ่นน้องบุกหอกักตัวโควิด ข่มขืนรุ่นพี่สาววัย 17 ปี ต่อหน้านักเรียนกว่า 30 คน 

ที่มา ; เดลินิวส์ 23 กันยายน 2565 

ข่าวเกี่ยวกัน

หวั่นไม่ปลอดภัยประท้วงไล่ผอ. ฉกมือถือ โร่พบ ‘ตรีนุช’ เร่งเอาผิดด่วน

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. เวลา 14.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อขอให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้อำนวยการโรงเรียนในการละเมิดสิทธิเด็กจากกรณีนักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ แจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.หนองสองห้อง ว่ามือถือที่ชาร์จเอาไว้ในห้องเรียนหายไป ก่อนจะใช้แอพตรวจหาตำแหน่งจนพบว่ามือถือไปอยู่ที่ ผอ.โรงเรียน กระทั่งผ่านไป 3 วัน ผอ.จึงนำมือถือมาส่งให้ตำรวจ แต่อ้างว่าไม่มีเจตนาจะเอาไปแค่ยึดไว้เท่านั้น จนทำให้ผู้ปกครองได้พาบุตรชาย เข้ายื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ เพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ย้าย ผอ.คู่กรณีออกจากโรงเรียน เพราะเกรงว่าลูกชายจะถูกกลั่นแกล้งและไม่ได้รับความเป็นธรรมเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งมี น.ส.อรพินท์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ. ออกมารับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว 

โดยทนายรณณรงค์ กล่าวว่า ตนได้นำกลุ่มนักเรียนมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก รมว.ศึกษาธิการ เนื่องจากเมื่อคืนตนได้รับข้อมูลจากในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ว่า มีการพูดจาข่มนักเรียนและขอให้ถอนแจ้งความไม่ให้มีการดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าว ซึ่งนักเรียนและผู้ปกครองจึงหวั่นเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเกิดขึ้น รวมถึงต้องการให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้ออกจากพื้นที่ เพราะเกรงว่าจะมีการช่วยเหลือกันเกิดขึ้น โดยตนมองว่าเป็นสิทธิของเด็กที่ต้องได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่มาไกล่เกลี่ยเพื่อขอให้ยุติเรื่อง ทั้งนี้ขอให้ รมว.ศึกษาธิการ ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจากส่วนกลางด้วย เนื่องจากตนไม่ไว้ใจการสอบของเขตพื้นที่ 

ด้านตัวแทนนักเรียนมัธยมศึกษารายหนึ่ง กล่าวว่า เพื่อนนักเรียนที่โดน ผอ.โรงเรียน เอาโทรศัพท์ไป กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรมเกิดขึ้น จึงมาร้องเรียนให้ รมว.ศึกษาธิการ ให้มีการตั้งคณะกรรมการจากส่วนลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งพวกเราเข้าใจกฎระเบียบดีว่าไม่ให้นำโทรศัพท์มาใช้ในห้องเรียน แต่การเรียนการสอนบางวิชาครูผู้สอนบางคนอนุโลมให้ใช้โทรศัพท์หาข้อมูลเสริมการเรียนในห้องเรียนได้ ขณะเดียวกันตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้เข้ามารับตำแหน่งได้ประมาณ 2 ปี ได้มีการละเมิดสิทธิเด็กหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกฎระเบียบที่เข้มงวด เช่น การสั่งพักการเรียนนักเรียนที่มาสาย เป็นต้น ซึ่งพวกตนมองว่าเรื่องนี้ผู้อำนวยการทำเกินกว่าเหตุ นักเรียนมีความหวาดกลัวไม่กล้ามาโรงเรียน 

ขณะที่ น.ส.อรพินท์ กล่าวว่า ตนจะรับเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการ ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ มีความห่วงใยนักเรียนทุกคน และกำชับให้ดำเนินการเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม โดยขอให้นักเรียนสบายใจได้ว่า ศธ.จะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจากส่วนกลางลงไปสอบสวนร่วมกับคณะกรรมการของเขตพื้นที่แล้ว รวมถึงได้มีการย้ายผู้ผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้ให้ไปช่วยราชการแล้ว เพื่อให้การดำเนินการสอบสวนมีความยุติธรรมเกิดขึ้น 

นักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ หวั่นไม่ปลอดภัยประท้วงไล่ ผอ. ฉกมือถือ โร่พบ ‘ตรีนุช’ เร่งเอาผิดด่วน 

ที่มา ; เดลินิวส์ 22 กันยายน 2565

 

ข่าวเกี่ยวกัน

อัมพร’ เตรียมลงพื้นที่เพชรบูรณ์ แก้ปัญหารุ่นน้องข่มขืนรุ่นพี่ จี้ร.ร.เข้มมาตรการดูแลเด็ก

กรณีนักเรียนหญิงอายุ 17 ปี โรงเรียนประจำ ประเภทอยู่ประจำกินนอนแบบสหศึกษาแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ถูกนักเรียนชายอายุ 15 ปี ก่อเหตุปีนขึ้นมาที่หอกักตัวเด็กหญิงที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แล้วล่วงละเมิดทางเพศต่อหน้าเพื่อนนักเรียนหญิง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุด น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนมาปฏิบัติหน้าที่ยังส่วนกลาง และดำเนินการตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะครูเวรที่ดูแลเด็กในวันที่เกิดเหตุนั้น 

เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ (สศศ.) แล้ว ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กำชับให้ดำเนินการให้เกิดความยุติธรรมกับผู้เสียหาย และขอให้มีการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมากับผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด รวมทั้งมีมาตรการดูแลอย่างเหมาะสมนั้น ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับกระบวนการสืบข้อเท็จจริง ซึ่งกรณีนี้เป็นที่สนใจของสังคม ดังนั้นคงใช้เวลาในการสืบหาข้อเท็จจริงไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ จากนั้นจึงจะสามารถดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องได้ 

กรณีนี้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น โดยในวันที่ 25 กันยายน ตนจะลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูณ์เพื่อไปดูแลปัญหาด้วยตัวเอง รวมถึงถอดบทเรียนเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพราะสาเหตุใด มีช่องโหว่ตรงไหน รวมถึงจะกำชับไปยังโรงเรียนต่างๆ ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน หรือระบบดูแลเฝ้าระวังนักเรียนของโรงเรียนที่ยังหละหลวม จึงกำชับโรงเรียนต่างๆ ให้ดูแลเรื่องนี้ให้เข้มข้นขึ้น ส่วนเด็กแม้จะมีเจตนาหรือไม่เจตนา ตรงนั้นก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ก็ต้องให้ความช่วยเหลือให้เขามีที่เรียน โดยจะเชิญผู้ปกครองมาหารือว่าจะให้เด็กเรียนอยู่ที่เดิม หรือประสงค์จะย้ายที่เรียน สพฐ.ก็ยินดีประสานโรงเรียนให้” นายอัมพรกล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 24 กันยายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

สั่งทำทัณฑ์บนรุ่นน้อง ข่มขืนรุ่นพี่ แยกเรียนออนไลน์ ‘ตรีนุช’ จี้สอบ ผอ.-ครู

กรณีนักเรียนหญิงอายุ 17 ปี โรงเรียนประจำ ประเภทอยู่ประจำกินนอนแบบสหศึกษาแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ถูกนักเรียนชายอายุ 15 ปี ก่อเหตุปีนขึ้นมาที่หอกักตัวเด็กหญิงที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แล้วล่วงละเมิดทางเพศต่อหน้าเพื่อนนักเรียนหญิง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุด น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนมาปฏิบัติหน้าที่ยังส่วนกลาง และดำเนินการตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะครูเวรที่ดูแลเด็กในวันที่เกิดเหตุนั้น

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดทราบว่า ทางโรงเรียนได้ลงโทษทำทัณฑ์บน เด็กนักเรียนชายที่กระทำความผิด โดยยังให้โอกาสเรียนและสอบได้  แต่ต้องแยกออกจากนักเรียนคนอื่น โดยให้เรียนผ่านระบบออนไลน์ เพราะถือว่าทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในโรงเรียน ขณะเดียวกันนักเรียนหญิงที่ถูกกระทำก็กลับไปอยู่ที่บ้าน ซึ่งหากผู้ปกครองประสงค์ย้ายโรงเรียน ทาง ศธ.ก็พร้อมประสานหาที่เรียนให้

น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ลงพื้นที่โรงเรียนนั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยโดยตรง แต่เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ก็ได้มอบหมายให้นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ลงพื้นที่แก้ปัญหา รวมถึงวางมาตรการดูแลกับโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนพักนอนทั้งหมด ซึ่งจะต้องมีความเข้มงวดและต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลมากขึ้น สำหรับผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้สั่งให้มาประจำยังที่สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) นั้น ทาง สพฐ.ก็ได้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว ทั้งผู้อำนวยการโรงเรียน ครูและครูเวรที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันดังกล่าว ส่วนจะถึงขั้นผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่นั้น ต้องดูที่ระเบียบว่ามีความผิดระดับใด 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 26 กันยายน 2565 

ข่าวเกี่ยวกัน

 ตรีนุช” สั่งสอบด่วนปมครูเรียกรับเงิน 1.4 แสน นร.ข่มขืนรุ่นพี่ 

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.65 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีคดีนักเรียนชายบุกหอพักข่มขืนนักเรียนหญิงระหว่างกักตัวโควิดที่โรงเรียนดังแห่งหนึ่งใน.จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งขณะนี้มีปัญหาครูในโรงเรียนไปเรียกเงิน 1.4 แสนจากผู้ก่อเหตุว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ แต่ได้มอบหมายให้เขตพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จริงแล้ว โดยตนยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทุกฝ่ายจะได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอน ส่วนกรณีครูที่มีการไปเรียกรับเงินหลักแสนจากผู้ก่อเหตุนั้น ตนขอตรวจสอบข้อเท็จริงอย่างรอบด้านก่อน ถ้าหากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบครูมีการปกป้องหรือมีพฤติกรรม ที่สร้างความไม่เป็นธรรม และไปเรียกรับเงินดังกล่าวจริงก็จะต้องโดนโทษทางวินัยอย่างแน่นอน เพราะบทบาทของครูจะต้องมีความเป็นธรรมและปกป้องลูกศิษย์ผู้เสียหาย

ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์  28 กันยายน 2565 

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ กำชับต้นสังกัดกวดขัน ร.ร.วางมาตรการแก้ปัญหาละเมิดทางเพศ

นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่มีการล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน ทั้งจากนักเรียนด้วยกัน จากครูและบุคลากรทางการศึกษา ในหลายกรณี นั้น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้สั่งการไปยังผู้บริหารองค์กรหลักของศธ. ให้กำชับผู้บริหารทุกระดับ กวดขันบุคลากรในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลนักเรียน ปฎิบัติตามแนวทางความปลอดภัยในสถานศึกษา วางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุล่วงละเมิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หากหน่วยงาน หรือสถานศึกษาใดเกิดเหตุ จะถือเป็นความรับผิดชอบของผู้บริหารนั้นๆด้วย

รมว.ศธ.ได้ย้ำว่า การล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน ทั้งจากนักเรียนด้วยกัน จากครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะจากครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นบุคคลที่มีหน้าที่ดูแลนักเรียน เป็นผู้ที่ต้องช่วยเหลือนักเรียน หากมากระทำผิดเสียเอง ต้นสังกัดต้องดำเนินการทางกฎหมายและลงโทษทางวินัย ต้องไม่ยอมให้มีระบบการประนีประนอมยอมความ มีการต่อรองใดๆทั้งสิ้น ทั้งกับผู้ปกครอง นักเรียน ครู ผู้บริหาร หรือจากใครคนใดทั้งสิ้น ส่วนนักเรียนผู้ถูกกระทำ ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ดูแลเยียวยาจิตใจ โดยครูแนะแนว นักจิตวิทยา และหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกับผู้ปกครองอย่างเร่งด่วน “ นายวีระ กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 29 กันยายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช” เดือด!! อัดครู-โรงเรียนปล่อยเด็กเสพกัญชาคาชุดนักเรียน 

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.65 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีนักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.ศรีษะเกษ เสพกัญชาคาชุดนักเรียนว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีมาตรการตั้งแต่แรกแล้วว่าห้ามมีกัญชาในสถานศึกษาอย่างเด็ดขาด ซึ่งสถานศึกษาจะต้องปลอดยาเสพติดทุกชนิด โดยกรณีนักเรียนหญิงเสพกัญชาในชุดนักเรียนนั้นต้องยอมรับว่า เป็นความบกพร่องของโรงเรียนและครูที่ปล่อยละเลยในการตรวจตราสถานที่ภายในโรงเรียน เพราะเท่าที่ตนได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นพบว่าเป็นความคึกคะนองของเด็กที่อยากรู้อยากลอง ดังนั้นครูและผู้บริหารโรงเรียนจะต้องมีมาตรการดูแลเด็กและสอดส่องพฤติกรรมนักเรียนให้จริงจังมากกว่านี้ โดยสถานที่ภายในโรงเรียนจุดใดที่สุ่มเสี่ยงนักเรียนจะไปรวมกลุ่มกันก็ขอให้ตรวจสอบด้วย 

ที่ผ่านมา ได้ย้ำมาตลอดเรื่องห้ามมีการใช้ยาเสพติดในสถานศึกษา อย่างไรก็ตามเร็วๆนี้ตนอาจจะมีมาตรการเรื่องกัญชาในสถานศึกษาออกมาเป็นแนวปฎิบัติที่เข้มข้นมากกว่านี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการ และสถานศึกษาจะต้องปลอดยาเสพติดทุกชนิด” 

ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์  28 กันยายน 2565

 ข่าวเกี่ยวกัน

สุภัทร’ เร่ง ร.ร.ทำแผนเผชิญเหตุ ยกร่างแนวปฏิบัติสกัดสารเสพติดในโรงเรียน 

เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีโลกออนไลน์เผยแพร่คลิปเด็กนักเรียนชาย-หญิง จำนวน 5 คน ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดศรีสะเกษ สูบกัญชาในชุดนักเรียน ว่า ได้รับรายงานผลการสอบสวนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ทราบว่า นักเรียนทั้ง 5 คน ได้ไปซื้อใบกัญชาที่ตลาดนัด ซึ่งเป็นใบสดๆ เป็นเงิน 40 บาท และนำไปตากไว้ที่บ้าน หลังจากนั้นหลายวัน นำมาโรงเรียนในเวลาตอนพักเที่ยง ไปสูบกับเพื่อนๆ โดยทำอุปกรณ์การสูบจากโซเชียล ซึ่งเป็นการทดลองสูบครั้งแรกของทุกคน โรงเรียนแจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบและเชิญมาร่วมประชุม เพื่อร่วมกันอบรม และปรึกษาหารือและวางแนวทางในการป้องกันร่วมกัน ซึ่งผู้ปกครองจะช่วยกำชับดูแลเอาใจใส่เด็กมากขึ้น ส่วนครูจะเพิ่มการดูแลในพื้นที่โดยรอบของโรงเรียนมากขึ้น พร้อมกับทำความเข้าใจกับเด็กๆ เพื่อให้รับรู้ถึงโทษของกัญชาที่มีผลต่อสุขภาพต่อไป

นายสุภัทรกล่าวต่อว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้นำประเด็นดังกล่าวมาหารือร่วมกับผู้บริหาร สช. และผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มองว่าจากเหตุการครั้งนี้ เราได้เห็นข้อผิดพลาด ว่าระบบการดูแลพื้นที่โดยรอบของโรงเรียนยังไม่ดีพอ เพราะยังมีพื้นที่ที่โรงเรียนไม่สามารถดูแลตรวจสอบเรื่องยาเสพติดได้ และการตรวจตราดูแลในโรงเรียนของครูยังไม่ดีพอ ดังนั้น จะต้องมีแผนเผชิญเหตุเพื่อรับมือ หากพบเด็กใช้สารเสพติดหรือใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เช่น หากพบเด็กใช้สารเสพติด โรงเรียนต้องประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทันที เป็นต้น ส่วนเรื่องที่เด็กไปซื้อกัญชาจากตลาดนั้น คาดว่าหน่วยปกครองจะต้องเข้ามาดูแลต่อไป เพราะมีการขายกัญชาให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ผมคิดว่าสถานศึกษาจะต้องมีการคัดแยกเด็กกลุ่มเสี่ยง และเข้าไปสอนวิธีการป้องกันตัวเอง ซึ่งครูจะต้องรู้ว่านักเรียนคนไหนเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่เสี่ยง และต้องตรวจตราพื้นที่รอบโรงเรียนว่ามีสารเหล่านี้อยู่รอบๆ โรงเรียนหรือไม่ ที่สำคัญต้องประสานผู้ปกครองให้มากขึ้นกว่านี้ เพื่อร่วมกันดูแลช่วยเหลือนักเรียนต่อไป ผมจะร่างหนังสือ เรื่อง แนวทางปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาในการรองรับสารเสพติดและสารออกฤทธิ์ทางจิตประสาท ให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ลงนามเพื่อประกาศเป็นแนวปฏิบัติให้กับสถานศึกษาต่อไป” นายสุภัทรกล่าว

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 29 กันยายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

ผอ.ร.ร.ดังเมืองคอนน้อมรับผิด ปมคลิปว่อน น.ร.เสพกัญชา รับผู้ปกครอง-เด็กเครียด วางมาตรการสกัดเข้มข้นขึ้น 

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีเพจสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้เผยแพร่คลิปกลุ่มนักเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งนั่งรวมกลุ่มกันเสพกัญชาอย่างสนุกสนานและมีการแชร์ในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง โดยคลิปภาพดังกล่าว ทางเพจสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราชได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดีคนหนึ่งให้เข้าไปตรวจสอบถึงความไม่เหมาะสม กับพฤติกรรมของกลุ่มนักเรียนที่มีการเสพกัญชาอย่างเปิดเผย

ล่าสุด นายสมพงษ์ ปานหงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนโยธินบำรุง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นลูกๆ ในโรงเรียน ไม่ว่าเหตุที่เกิดจะเป็นในโรงเรียน หรือนอกโรงเรียน เราในฐานะพ่อแม่ก็ต้องรับผิดชอบ

ตนได้เรียกทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาคุยเรียบร้อยแล้ว ทั้งเด็ก ผู้ปกครอง และทุกฝ่าย มาพูดคุยทำความเข้าใจกัน และจะเพิ่มมาตรการการดูแลให้เข้มข้นมากกว่าเดิม ซึ่งตามปกติทางโรงเรียนก็มีมาตรการการป้องกันและป้องปราม ตรวจกันทุกวัน แต่ก็อาจจะมีเล็ดลอดบ้างซึ่งเด็กเองก็ยอมรับว่า ไม่ได้ตั้งใจอยากลอง อยากเรียนรู้ก็เป็นธรรมดาของเด็กในวัยนี้ 

เราทุกฝ่ายต่างช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ทางโรงเรียนต้องขอความร่วมมือกับทุกฝ่าย ช่วยเป็นหูเป็นตากับทางโรงเรียนด้วย เมื่อเรื่องเกิดแล้วก็ต้องแก้ปัญหา และต้องยอมรับความเป็นจริง จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก

เมื่อถามว่าเด็กและผู้ปกครองรู้สึกอย่างไร นายสมพงษ์กล่าวว่า เท่าที่คุยเรามีความรู้สึกเหมือนๆ กัน เพราะเด็กคือลูกเรา เราต้องโทษตัวเรามากกว่าโทษเด็ก แต่เราต้องมาหาทางช่วยกันแก้ไขจะดีกว่า เรื่องเกิดขึ้นแล้ว ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก คงต้องหามาตรการร่วมกันอีกครั้ง ช่วงนี้ก็ต้องให้กำลังใจเด็กและผู้ปกครองกันก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในโรงเรียนมีการเรียนการสอนตามปกติไม่ได้เกิดความรู้สึกตระหนกตกใจแต่อย่างใด เพื่อนๆ มองว่าเป็นการลอง อยากรู้ มากกว่าที่จะตั้งใจเสพ 

นักเรียนรายหนึ่งกล่าวว่า เป็นการทดลองแต่บังเอิญว่ามีคนเห็น เท่ากับต่อจากนี้จะทำอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องระมัดระวังให้มากกว่าเดิม บางครั้งเป็นเรื่องของความสนุก ไม่ได้คิดจริงจัง ถ้าตั้งใจทำความผิดจริง ก็คงไม่ถ่ายคลิปกันอย่างแน่นอน 

เมื่อถามว่าคิดว่าผิดหรือไม่ที่นักเรียนเสพกัญชา นักเรียนตอบว่า เมื่อกัญชาเสรีทุกคนก็เสพได้ แต่ผิดนิดเดียวที่พวกเรายังเป็นเยาวชน เท่าที่เห็น เด็กๆ แอบเสพกันมาก แต่จับกันไม่ได้ สนุกและอยากลอง แต่เอาเข้าจริงปล่อยให้เสพแบบถูกต้อง ก็คงไม่มีใครมาเสพเพราะทุกคนก็รักเรียน รักพ่อแม่ ครอบครัว นี่คือตัวตนของเรา แต่อาจจะมีบ้างเป็นบางครั้งอย่าตกใจ 

ที่มา ; มติชนออนไลน์

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น