
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์นิเทศศาสตร์ร่วมสมัย ราชบัณฑิตยสภา สำนักงานราชบัณฑิตยสภา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ซึ่งได้มีมติให้บัญญัติคำว่า “Metaverse” ที่หลาย ๆ คนเรียกกันติดปากแล้ว แปลเป็นไทยว่า “จักรวาลนฤมิต” ซึ่งมีความหมายตรงตัวคือ จักรวาลที่ถูกเปลี่ยนแปลงหรือสร้างขึ้นมาใหม่
นอกจากนี้ ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ได้โพสต์ผ่านเพฟซบุ๊ก “วรัชญ์ ครุจิต” ระบุด้วยว่า คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์นิเทศศาสตร์ร่วมสมัย ราชบัณฑิตยสภา ในการประชุมวันที่ 2 ธ.ค.64 มีมติบัญญัติคำว่า Metaverse ว่า “จักรวาลนฤมิต” หรือเขียนทับศัพท์ว่า “เมตาเวิร์ส”
อย่างไรก็ตาม Metaverse เป็นโลกเสมือนจริงที่ผู้ใช้งานจะสามารถหลุดเข้าไปอยู่ในนั้นได้เลยจริงๆ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากชาวเน็ตบนโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก หลังจากที่ Facebook ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทแม่จาก Facebook เป็น Meta แทน พร้อมด้วยวิสัยทัศน์อันก้าวหน้าและทันสมัย

ทั้งนี้ คำศัพท์หลายคำที่ทางราชบัณฑิตยสภา บัญญัติขึ้นมา อาจจะไม่เป็นที่นิยมใช้ เนื่องจากผู้ใช้คิดว่า คำที่บัญญัติขึ้นมานั้น ไม่สามารถสื่อความหมายทำความเข้าใจได้ดีเท่ารูปศัพท์เดิม จึงนิยมใช้คำทับศัพท์มากกว่าคำที่บัญญัติขึ้นมา
ที่มา ; เดลินิวส์ 3 ธันวาคม 2564
บทความกล่าวถึงมติของ ราชบัณฑิตยสภา ในการบัญญัติคำศัพท์ “Metaverse” เป็นภาษาไทยว่า “จักรวาลนฤมิต” ซึ่งมีความหมายว่าโลกหรือจักรวาลที่ถูกสร้างขึ้นใหม่หรือจำลองขึ้น โดยเป็นผลจากการประชุมคณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์นิเทศศาสตร์ร่วมสมัย ทั้งนี้ยังอนุญาตให้ใช้คำทับศัพท์ว่า “เมตาเวิร์ส” ควบคู่กันไป
แนวคิดของ Metaverse หมายถึงโลกเสมือนจริงที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ได้เสมือนอยู่ในโลกจริง ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากหลังจาก Meta Platforms ประกาศเปลี่ยนชื่อจาก Facebook เป็น Meta พร้อมวิสัยทัศน์พัฒนาโลกเสมือน
อย่างไรก็ตาม การบัญญัติศัพท์ใหม่ของราชบัณฑิตยสภาในหลายกรณีมักไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากผู้ใช้รู้สึกว่าคำบัญญัติไม่สื่อความหมายได้ชัดเจนเท่าคำเดิม ส่งผลให้ยังนิยมใช้คำทับศัพท์มากกว่า สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการพัฒนาภาษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการยอมรับของสังคมผู้ใช้ภาษา
ข้อ 1 การบัญญัติคำว่า “จักรวาลนฤมิต” มีวัตถุประสงค์หลักใด
ก. เพื่อสร้างคำใหม่ให้ทันสมัย
ข. เพื่อแปลความหมาย Metaverse ให้เข้าใจในภาษาไทย
ค. เพื่อแทนที่คำทับศัพท์ทั้งหมด
ง. เพื่อใช้เฉพาะในวงวิชาการ
เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งให้เข้าใจความหมายในบริบทภาษาไทย
ข้อ 2 เหตุใดประชาชนยังนิยมใช้คำว่า “เมตาเวิร์ส” มากกว่า
ก. เพราะสะกดง่าย
ข. เพราะเป็นคำราชการ
ค. เพราะสื่อความหมายชัดเจนกว่า
ง. เพราะใช้เฉพาะในสื่อออนไลน์
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้ใช้มองว่าคำทับศัพท์เข้าใจง่ายกว่า
ข้อ 3 แนวคิด Metaverse สะท้อนลักษณะใด
ก. โลกแห่งความจริง
ข. โลกเสมือนที่มีปฏิสัมพันธ์ได้
ค. ระบบฐานข้อมูล
ง. เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นโลกเสมือนที่ผู้ใช้มีส่วนร่วมได้
ข้อ 4 การเปลี่ยนชื่อ Facebook เป็น Meta มีผลต่อการรับรู้ของสังคมอย่างไร
ก. ลดความนิยม
ข. เพิ่มความสนใจต่อ Metaverse
ค. ไม่มีผล
ง. ทำให้เกิดการต่อต้าน
เฉลย: ข
เหตุผล: กระตุ้นความสนใจต่อแนวคิดโลกเสมือน
ข้อ 5 ข้อใดสะท้อนปัญหาการบัญญัติศัพท์
ก. ขาดงบประมาณ
ข. ขาดผู้เชี่ยวชาญ
ค. ผู้ใช้ไม่ยอมรับคำใหม่
ง. ไม่มีการเผยแพร่
เฉลย: ค
เหตุผล: ปัญหาหลักคือการยอมรับของผู้ใช้
ข้อ 6 หากครูจะนำเรื่องนี้ไปใช้สอน ควรเน้นสิ่งใด
ก. การท่องจำศัพท์
ข. การวิเคราะห์การใช้ภาษา
ค. การแปลคำตรงตัว
ง. การสะกดคำ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นคิดวิเคราะห์และบริบทการใช้
ข้อ 7 ข้อใดเป็นแนวทางแก้ปัญหาการไม่ยอมรับคำบัญญัติ
ก. บังคับใช้
ข. ลดการใช้ภาษาอังกฤษ
ค. สร้างความเข้าใจความหมาย
ง. ยกเลิกคำใหม่
เฉลย: ค
เหตุผล: ความเข้าใจช่วยเพิ่มการยอมรับ
ข้อ 8 การใช้คำทับศัพท์มีข้อดีอย่างไร
ก. เป็นทางการ
ข. เข้าใจง่ายในยุคโลกาภิวัตน์
ค. ใช้เฉพาะนักวิชาการ
ง. ลดความหลากหลายภาษา
เฉลย: ข
เหตุผล: สอดคล้องการสื่อสารสากล
ข้อ 9 ข้อใดเป็นบทบาทของราชบัณฑิตยสภา
ก. สร้างเทคโนโลยี
ข. ควบคุมสื่อ
ค. พัฒนาภาษาและบัญญัติศัพท์
ง. สอนภาษาในโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นองค์กรกำหนดมาตรฐานภาษา
ข้อ 10 จากบทความ ครูควรพัฒนาผู้เรียนด้านใด
ก. ความจำ
ข. การคิดเชิงวิพากษ์
ค. การคัดลอก
ง. การเขียนตามคำบอก
เฉลย: ข
เหตุผล: เนื้อหาเชื่อมโยงการวิเคราะห์และการปรับใช้ในสังคม