สมาชิกเข้าสู่ระบบ

จังหวัดใดในประเทศไทยที่มีนักเรียนมากที่สุด

สถิติจังหวัดที่มีนักเรียนมากที่สุด 10 อันดับแรก ประจำปีการศึกษา 2566

 

อันดับ 1 กรุงเทพมหานคร 981,755 คน

อันดับ 2 นครราชสีมา 461,753 คน

อันดับ 3 ชลบุรี 368,276 คน

อันดับ 4 อุบลราชธานี 352,800 คน

อันดับ 5 ขอนแก่น 342,633 คน

อันดับ 6 เชียงใหม่ 340,767 คน

อันดับ 7 สงขลา 297,702 คน

อันดับ 8 อุดรธานี 296,096 คน

อันดับ 9 นครศรีธรรมราช 295,656 คน

อันดับ 10 บุรีรัมย์ 292,010 คน 

 

หมายเหตุ ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 21 มิถุนายน 2567 

 

 

เกี่ยวข้องกัน

การเงิน” คือทักษะชีวิตที่เด็กไทยไม่เคยได้เรียน 

ลองนึกย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ เราจะเจอว่า คนไทยแทบไม่เคยสอนเรื่องการเงินให้กับเด็ก ๆ เลยนี่หว่า ขนาดพี่ทุยนึกย้อนกลับไปยังนึกแทบไม่ออกเลย แต่เดี๋ยวนะ แล้วประเทศที่เจริญแล้วเขามีวิธีการสอนด้านการเงินให้กับเด็ก ๆ อะไรกันบ้างล่ะ ? พอพี่ทุยไปหาคำตอบ ก็มีหลายประเทศเลยที่มีคำสอนดีมาก ๆ ด้านการเงิน มีประเทศอะไรบ้างมาดูกันฮะ

เดนมาร์ก

ยึดถือตามกฎของยานเต้ (Janteloven) ที่สอนลูกให้พอเพียง เท่าเทียมกับคนอื่น ไม่คิดว่าตัวเองวิเศษกว่าใคร เพื่อให้ตัวเองรู้จักประมาณตนและเข้าใจตัวเองและคนอื่น ควบคู่ไปกับการจัดวิชา "Money Week" สอนเรื่องเงินให้เด็ก ๆ ตั้งแต่เกรด 7-9 โดยเชิญวิทยากรจากธนาคารแห่งชาติเดนมาร์กมาสอน

 

อิสราเอล

ผนวกด้านการเงิน วัฒนธรรม และสังคมเข้าด้วยกัน เกิดเป็นคำสอนเรื่อง “การบริจาคเงินเพื่อสังคม” หรือที่เรียกว่า Tzedakah (ศิดาคาร์) ที่เน้นแบ่งเงินตัวเองเพื่อบริจาคให้คนในสังคมของตัวเอง ไปพร้อม ๆ กับจัดตั้งโครงการสอนวางแผนการเงินให้เด็ก ๆ ในเรื่องการใช้จ่าย การทำงบประมาณ รู้ทันเรื่องโฆษณาชวนเชื่อที่อาจทำให้เข้าผิด ซึ่งเนื้อหานี้เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันที่เราถูกหลอกลงทุนกันเยอะมาก ๆ ฮะ

 

อินเดีย

สอนการเงินผ่านการ “เล่านิทาน" เช่น Mary and the Secret of Savings สอนเรื่องออมเงิน Rupee Tales สอนหลักการธนาคาร ภาษี หรือ Rupaiya-Paisa Series ที่สอนพื้นฐานทางด้านการเงิน และยังมีคำสอนหลัก ปุรุษารถ ความสมดุลในชีวิต 4 อย่าง ที่พูดถึงการได้เงินทอง ทรัพย์สินแบบไม่เบียดเบียนใคร และสอนให้ปล่อยวางกับทรัพย์สินที่มีอยู่ รวมไปถึงการจัดตั้งระบบ Chit Fund ระบบกองทุนรวมสมัยโบราณของอินเดีย ที่สอนให้คนในชุมชนรู้จักการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนมานานตั้งแต่อดีต

 

ญี่ปุ่น

รู้จักการทำสมุดบัญชีครัวเรือน "คะเคโบะ" ตัวช่วยจดรายจ่าย การแบ่งเงินกับสิ่งของแต่ละอย่าง และช่วยให้ตั้งคำถามถามตัวเองก่อนซื้อของ รวมไปถึงการใช้วัฒนธรรมในการสอนเรื่องการเงินด้วย เช่น "Otoshidama" การให้เงินวันปีใหม่ ที่ให้เด็ก ๆ รู้จักการเอาเงินมาออม หรือแบ่งเงินก่อนใช้ และยังมีการจัดตั้ง "ธนาคารเด็ก" เพื่อส่งเสริมการออม ให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก

 

แอฟริกาใต้

นำหลักแนวคิดทางสังคม "อูบุนตู" ความเมตตา การแบ่งปัน และการเห็นต่อชุมชนต้องมาก่อนผนวกเข้ากับระบบ "สต็อกเวล" (Stokvel) ที่เป็นกลุ่มเงินทุนหมุนเวียน บริหารและควบคุมโดย NASASA เพื่อช่วยให้คนธรรมดาในชุมชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งระบบนี้เขามีสอนกันตั้งแต่เด็กมัธยม

 

เห็นมั้ยว่าหลายประเทศสอนเรื่องเงินให้ลูกหลานตั้งแต่เด็กเลยนะ ทำให้หันกลับมามองบ้านเราว่าตอนนี้เราปลูกฝังความรู้ด้านการเงินให้กับเด็ก ๆ มากน้อยแค่ไหนกัน ?

 

ที่มาข้อมูล

·      Join Money Week, nationalbanken.dk

·      What is Janteloven?, scandinaviastandard.com

·      Helping the next generation build good money habits, danskebank.com

·      What Is Tzedakah? 15 Facts About Charity Every Jew Should Know, chabad.org

·      ปุรุษารถ, posttoday.com

·      Chit fund, bajajfinserv.in

·      Kakeibo วิธีออมเงินแบบคนญี่ปุ่น, เพจ Money Talk

·      The power of saving through a modern stokvel, personal.nedbank.co.za 

ที่มา ; FB Money Buffalo

สรุปสาระสำคัญ 

ข้อมูลสถิตินักเรียนปีการศึกษา 2566 แสดงจังหวัดที่มีจำนวนนักเรียนมากที่สุด 10 อันดับแรก โดยกรุงเทพมหานครมีนักเรียนมากที่สุด 981,755 คน รองลงมาคือนครราชสีมา ชลบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา อุดรธานี นครศรีธรรมราช และบุรีรัมย์ ตามลำดับ สะท้อนการกระจุกตัวของประชากรวัยเรียนในเขตเมืองใหญ่และจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งมีผลต่อการวางแผนจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา ครู และงบประมาณของรัฐ

นอกจากนี้ บทความยังชี้ให้เห็นความสำคัญของ “ความรู้ทางการเงิน” ที่ประเทศไทยยังขาดการปลูกฝังอย่างเป็นระบบเมื่อเทียบกับต่างประเทศ เช่น เดนมาร์กที่มีการสอนการเงินในโรงเรียนและแนวคิดพอเพียง อิสราเอลที่ผสมผสานการเงินกับคุณธรรมการแบ่งปัน อินเดียที่ใช้การเล่านิทานและระบบชุมชน ญี่ปุ่นที่ใช้สมุดบัญชีคะเคโบะและวัฒนธรรมการให้เงินเด็ก และแอฟริกาใต้ที่ใช้แนวคิดอูบุนตูและระบบเงินออมชุมชน

แนวคิดร่วมของหลายประเทศคือการปลูกฝังทักษะการเงินตั้งแต่วัยเด็กผ่านบริบทชีวิตจริง วัฒนธรรม และชุมชน เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน การออม และการใช้เงินอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญต่อการดำรงชีวิตในอนาคต

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

จังหวัดใดมีจำนวนนักเรียนมากที่สุดในปี 2566
ก. นครราชสีมา
ข. ชลบุรี
ค. กรุงเทพมหานคร
ง. ขอนแก่น
เฉลย: ค
เหตุผล: กรุงเทพมหานครมีนักเรียน 981,755 คน มากที่สุดในประเทศ

 

ข้อ 2

ข้อใดสะท้อนแนวโน้มจากสถิตินักเรียนได้ถูกต้องที่สุด
ก. นักเรียนกระจายเท่ากันทุกจังหวัด
ข. เมืองใหญ่มีนักเรียนมากกว่า
ค. จังหวัดเล็กมีนักเรียนมากกว่า
ง. ไม่มีความแตกต่าง
เฉลย: ข
เหตุผล: ข้อมูลชี้ว่ากรุงเทพฯและเมืองเศรษฐกิจมีนักเรียนจำนวนสูง

 

ข้อ 3

ข้อใดเป็นประเด็นสำคัญด้านการบริหารการศึกษาจากข้อมูลนี้
ก. ลดจำนวนครูในทุกจังหวัด
ข. เพิ่มโรงเรียนเฉพาะชนบท
ค. จัดสรรทรัพยากรตามจำนวนนักเรียน
ง. ยกเลิกการศึกษาในเมือง
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องบริหารงบและครูตามสัดส่วนนักเรียน

 

ข้อ 4

ประเทศใดเน้นการสอนการเงินผ่าน “การเล่านิทาน”
ก. ญี่ปุ่น
ข. อินเดีย
ค. เดนมาร์ก
ง. อิสราเอล
เฉลย: ข
เหตุผล: อินเดียใช้นิทานสอนการเงิน เช่น Rupee Tales

 

ข้อ 5

แนวคิด “คะเคโบะ” ของญี่ปุ่นเกี่ยวข้องกับเรื่องใด
ก. การลงทุนหุ้น
ข. การจดบัญชีรายรับรายจ่าย
ค. การกู้ยืมเงิน
ง. การบริจาคเงิน
เฉลย: ข
เหตุผล: คะเคโบะคือสมุดบัญชีครัวเรือนเพื่อควบคุมรายจ่าย

 

ข้อ 6

ข้อใดเป็นเป้าหมายของการสอนการเงินในเดนมาร์ก
ก. เพิ่มการบริโภค
ข. สร้างความเท่าเทียมและพอเพียง
ค. เน้นการแข่งขันทางการเงิน
ง. ส่งเสริมการกู้ยืม
เฉลย: ข
เหตุผล: เดนมาร์กเน้น Janteloven และความพอเพียง

 

ข้อ 7

ระบบ “Stokvel” ในแอฟริกาใต้มีลักษณะอย่างไร
ก. ระบบพนัน
ข. ระบบเงินออมชุมชน
ค. ระบบภาษี
ง. ระบบธนาคารออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นกลุ่มออมเงินหมุนเวียนในชุมชน

 

ข้อ 8

ข้อใดเป็นแนวคิดร่วมของประเทศที่กล่าวถึง
ก. หลีกเลี่ยงการสอนการเงิน
ข. สอนการเงินตั้งแต่วัยผู้ใหญ่
ค. ปลูกฝังวินัยการเงินตั้งแต่วัยเด็ก
ง. เน้นการลงทุนเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: ทุกประเทศเน้นสอนเด็กตั้งแต่เล็ก

 

ข้อ 9

การจัดการศึกษาจากข้อมูลนักเรียนควรคำนึงถึงสิ่งใดมากที่สุด
ก. จำนวนผู้บริหาร
ข. จำนวนประชากร
ค. จำนวนนักเรียนจริง
ง. จำนวนอาคารเรียนเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: การจัดสรรต้องอิงจำนวนผู้เรียนจริง

 

ข้อ 10

ข้อใดเป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ทางการเงินที่เหมาะสมกับผู้เรียน
ก. ใช้เงินโดยไม่วางแผน
ข. ออมเงินและทำงบประมาณ
ค. กู้เงินเพื่อใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
ง. ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้การเงิน
เฉลย: ข
เหตุผล: การออมและงบประมาณคือพื้นฐานการเงินที่ถูกต้อง