สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M341_ตรีนุช มอบนโยบาย ผอ.สพท.-ผอ.รร.ทั่วประเทศ รับเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวในการมอบนโยบายการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) และผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วประเทศ ผ่าน OBEC Channel ว่า ขอบคุณทุกคนที่ได้นำนโยบายของกระทรวงไปปฏิบัติให้มีผลสำเร็จมีความคืบหน้าตามลำดับ 

ซึ่งในโอกาสเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ตนขอเน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาที่สำคัญในการดูแลพัฒนาการของนักเรียนอย่างเป็นองค์รวม ได้แก่ ความปลอดภัยในสถานศึกษา ทั้งด้านการเดินทางไป-กลับของนักเรียน การจัดสภาพแวดล้อมสถานศึกษาให้ปลอดภัย การให้บริการดูแลด้านโภชนาการ และสุขภาพ การป้องกันภัยธรรมชาติ และที่สำคัญ คือ การป้องกันภัยจากยาเสพติดทุกชนิด และภัยจากอาวุธปืน ซึ่งต้องไม่เกิดขึ้นในสถานศึกษาอย่างเด็ดขาด และต้องปฏิบัติอย่างเข้มข้น ตามหลัก 3 ป.ได้แก่ ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม ภายใต้โครงการ MOE Safety Center เพื่อสร้างความปลอดภัยให้นักศึกษา ครู และบุคลากรทุกคน 

"ในการเปิดภาคเรียนที่ 2/2565 นี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มุ่งเน้นให้ครูกระชับความสัมพันธ์กับนักเรียนและผู้ปกครองมากขึ้น เพื่อทำให้เข้าใจนักเรียนเป็นรายบุคคล ทั้งนิสัยและชีวิตความเป็นอยู่ ด้วยการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อพูดคุยกับผู้ปกครองโดยตรง ดูว่าเด็กมีปัญหาอะไรบ้าง หากมีปัญหาก็ให้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งระบบอย่างถูกต้องเหมาะสม และยังเป็นการสร้างเครือข่ายผู้ปกครอง ชุมชนให้ช่วยกันเฝ้าระวัง และมีส่วนร่วมในการแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองไว้วางใจในการนำผู้เรียนมาอยู่ภายใต้การดูแล" น.ส.ตรีนุช กล่าว 

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า เราจะสร้างความเข้มแข็งให้แก่นักเรียน ผ่านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน "Screening Learning Loss" ครอบคลุม 4 มิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย ด้วยการนำข้อมูลนักเรียนมาใช้ในการออกแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม และป้องกันเด็กนักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งโครงการพาน้องกลับมาเรียน ยังเป็นนโยบายสำคัญที่เดินหน้าต่อเนื่อง ที่ผ่านมาก็สามารถบูรณาการในการติดตามเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาครบ 100% และทำให้การออกกลางคันเป็นศูนย์ (zero drop out) ในปีการศึกษา 2565 นี้ นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์ม School Mental Health ระบบดูแลนักเรียนและครูในสถานศึกษา ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อตรวจสภาพจิตใจของเด็กและครู ซึ่งสถานศึกษาสามารถประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อขอรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือเกี่ยวกับสุขภาพจิต รวมถึงร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการสุ่มตรวจนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่มีความเสี่ยงกับยาเสพติดด้วย 

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า การยกระดับคุณภาพทางการศึกษา และการแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย นั้น ให้โรงเรียนจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริม ชดเชย หรือ กิจกรรมเสริมทักษะเพิ่มเติมตามความถนัด ความสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน โดยนำการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning มาช่วยให้ผู้เรียน เรียนอย่างมีความสุข สนุก และมีทักษะการคิด ซึ่งจะทำให้เรียนรู้ได้เร็วและนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ และขอให้โรงเรียนเพิ่มความสำคัญในวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง เพื่อสร้างสำนึกของความเป็นไทย ทำให้เด็กซึมซับความเป็นชาติไทยของเรา ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ตามความพร้อม จัดกิจกรรมเชื่อมโยงกับสังคมวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ทำให้เด็กได้สร้างขบวนการเรียนรู้ สนุก ไม่เครียดกับการเรียนประวัติศาสตร์และการเป็นนพลเมืองดี 

น.ส.ตรีนุช กล่าวด้วยว่า สำหรับนักเรียนที่จะจบชั้น ม.3 ให้สถานศึกษาสำรวจความต้องการของผู้เรียนที่ต้องการศึกษาต่อสายอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อม ให้คำแนะนำและส่งต่อเข้าสู่โครงการ "อาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ" ในปีการศึกษา 2566 โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ครอบครัวประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่าย สำหรับหลักสูตรทวิศึกษา ซึ่งเป็นการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อสำเร็จการศึกษาผู้เรียนจะได้รับวุฒิการศึกษาทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) นั้น ตนได้มอบหมายให้ สพฐ.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดทำแผนระดับจังหวัดว่าควรจัดทวิศึกษารายวิชาใด ในโรงเรียนไหน โดยให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ทั้งแก้ไขปัญหา และข้อจำกัดจากการดำเนินงานในอดีต โดยเป้าหมายระยะสั้น เน้นการเรียนการสอนทวิศึกษาในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ , โรงเรียนตามโครงการพระราชดำริ และโรงเรียนที่มีความพร้อม เพื่อสร้างความสนใจในด้านอาชีพให้กับนักเรียน 

"สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ยังมีหลายพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขัง รวมถึงบางพื้นที่น้ำลดลงแล้ว ขอให้มีการเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อจัดหางบประมาณสนับสนุน เพื่อให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนได้เร็ว แต่หากโรงเรียนใดไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้ ก็มีการบริหารจัดการโดยให้โรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมพาเด็กไปเรียนรวมกับโรงเรียนใกล้เคียง โดยให้สนับสนุนค่าใช้จ่ายการเดินทางให้นักเรียน  เนื่องจากกระทรวงศึกษาฯมุ่งเน้นให้เด็กได้เรียนออนไซต์ได้มากที่สุด หากออนไซต์ไม่ได้ก็ให้โรงเรียนดีไซน์รูปแบบการเรียนที่เหมาะสมให้กับนักเรียน" รมว.ศธ.กล่าว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวและว่า สำหรับเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ใหม่) หรือเกณฑ์ PA ขณะนี้ขอให้นิ่งไว้ก่อน เพราะมี PA Support Team ลงพื้นที่เพื่อไปสร้างความเข้าใจถึงหลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินแบบใหม่แล้ว และหลายคนในที่นี้ ได้รับผิดชอบใน PA Support Team ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษา เป็นบุคลากรสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบาย และสร้างความเข้าใจแก่ครู ไปสู่การปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ ตนขอให้ทุกฝ่ายเป็นพลังผลักดันขับเคลื่อนงาน รวมทั้งการประสานการทำงานแบบเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อเป้าหมายของการจัดการศึกษา คือ คุณภาพผู้เรียน และหากสถานศึกษาใด มีความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพศึกษา ตนจะถือโอกาสในการลงพื้นที่เพื่อขอไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนของท่านด้วย 

ที่มา ; แนวหน้า วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

"ตรีนุช" ตั้งเป้าสิ้นปีการศึกษา 2565 ออกกลางคันเป็นศูนย์ เน้นครูเข้าใจนักเรียนเป็นรายบุคคล

นนี้ (1 พ.ย. 65 ) ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วประเทศ ผ่าน OBEC Channel ว่า ขอบคุณทุกคนที่ได้นำนโยบายของกระทรวงไปปฏิบัติให้มีผลสำเร็จมีความคืบหน้าตามลำดับ ซึ่งในโอกาสเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ตนขอเน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาที่สำคัญในการดูแลพัฒนาการของนักเรียนอย่างเป็นองค์รวม ได้แก่ ความปลอดภัยในสถานศึกษา ทั้งด้านการเดินทางไป-กลับของนักเรียน การจัดสภาพแวดล้อมสถานศึกษาให้ปลอดภัย การให้บริการดูแลด้านโภชนาการ และสุขภาพ การป้องกันภัยธรรมชาติ และที่สำคัญ คือ การป้องกันภัยจากยาเสพติด และภัยจากอาวุธปืน ซึ่งต้องไม่เกิดขึ้นในสถานศึกษาอย่างเด็ดขาด และต้องปฏิบัติอย่างเข้มข้น ตามหลัก 3 ป. ได้แก่ ป้องกัน ปลูกฝัง และ ปราบปราม ภายใต้โครงการ MOE Safety Center เพื่อสร้างความปลอดภัยให้นักศึกษา ครู และบุคลากรทุกคน 

“ในการเปิดภาคเรียนที่ 2/2565 นี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มุ่งเน้นให้ครูกระชับความสัมพันธ์กับนักเรียนและผู้ปกครองมากขึ้น เพื่อทำให้เข้าใจนักเรียนเป็นรายบุคคล ทั้งนิสัยและชีวิตความเป็นอยู่ ได้พูดคุยกับผู้ปกครองโดยตรง เพื่อร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องเหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายผู้ปกครองและชุมชนให้ช่วยกันเฝ้าระวัง และมีส่วนร่วมในการแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองไว้วางใจในการนำผู้เรียนมาอยู่ภายใต้การดูแลของเราผ่านการเยี่ยมบ้านนักเรียน” นางสาวตรีนุช กล่าว 

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า เราจะสร้างความเข้มแข็งให้แก่นักเรียน ผ่านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน “ Screening Learning Loss” ครอบคลุม 4 มิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ดำเนินการแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย ด้วยการนำข้อมูลนักเรียนมาใช้ในการออกแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม และป้องกันเด็กนักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งโครงการพาน้องกลับมาเรียน ยังเป็นนโยบายสำคัญที่เดินหน้าต่อเนื่อง โดยติดตามเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาครบ 100% และ ทำให้การออกกลางคันเป็นศูนย์ (zero drop out ) ในปีการศึกษา 2565 นี้ นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์ม School Mental Health ระบบดูแลนักเรียนและครูในสถานศึกษา ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อตรวจสภาพจิตใจของเด็กและครู ซึ่งสถานศึกษาสามารถประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อขอรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือเกี่ยวกับสุขภาพจิตได้ 

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า การยกระดับคุณภาพทางการศึกษา และการแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย นั้น ให้โรงเรียนจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริม ชดเชย หรือ กิจกรรมเสริมทักษะเพิ่มเติมตามความถนัด ความสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน โดยนำการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning มาใช้ช่วยให้ผู้เรียน เรียนอย่างมีความสุข สนุก และมีทักษะการคิด ซึ่งจะทำให้เรียนรู้ได้เร็วและนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ และขอให้เพิ่มความสำคัญในวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง เพื่อสร้างสำนึกของความเป็นไทย รักในการเป็นชาติของเรา โดยจัดการเรียนรู้ตามความพร้อม และเหมาะสมในแต่ละบริบทพื้นที่ 

นางสาวตรีนุช กล่าวด้วยว่า สำหรับนักเรียนที่จะจบชั้น ม. 3 สถานศึกษาควรสำรวจความต้องการในการศึกษาต่อสายอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อม ให้คำแนะนและส่งต่อเข้าสู่โครงการ “อาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ในปีการศึกษา 2566โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ครอบครัวประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่าย สำหรับหลักสูตรทวิศึกษา ซึ่งเป็นการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อสำเร็จการศึกษาผู้เรียนจะได้รับวุฒิการศึกษาทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) นั้น ตนได้มอบหมายให้ สพฐ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ. )จัดทำแผนระดับจังหวัดว่า ควรจัดทวิศึกษารายวิชาใด ในโรงเรียนไหน โดยให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ทั้งแก้ไขปัญหา และข้อจำกัดจากการดำเนินงานในอดีต โดยเป้าหมายระยะสั้น เน้นการเรียนการสอนทวิศึกษาในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ,โรงเรียนตามโครงการพระราชดำริ และโรงเรียนที่มีความพร้อม 

“ขณะนี้ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ รวมถึงบางพื้นที่น้ำลดลงแล้ว ขอให้สำรวจความเสียหาย เพื่อจัดหางบประมาณสนับสนุน หากไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ ให้นำไปเรียนรวมกับโรงเรียนใกล้เคียง โดยให้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนักเรียน” นางสาวตรีนุช กล่าวและว่า สำหรับเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ใหม่) หรือ เกณฑ์ PA นั้น ขณะนี้มี PA Support Team ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจถึงหลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินแบบใหม่แล้ว ซึ่งหลายคนในที่นี้ ได้รับผิดชอบใน PA Support Team ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษา เป็นบุคลากรสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบาย และสร้างความเข้าใจแก่ครู ไปสู่การปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ ตนขอให้ทุกฝ่ายเป็นพลังผลักดันขับเคลื่อนงาน รวมทั้งการประสานการทำงานแบบเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อเป้าหมายของการจัดการศึกษา คือ คุณภาพผู้เรียน. และหากสถานศึกษาใด มีความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพศึกษา ตนจะถือโอกาสในการลงพื้นที่เพื่อขอไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนของท่านด้วย 

ที่มา ; เดลินิวส์ 1 พฤศจิกายน 2565

ข่าวเดียวกัน

ตรีนุช” มอบนโยบายเปิดภาคเรียน 2/65 ย้ำสถานศึกษายึดความปลอดภัยด้วยหลัก 3 ป. “ป้องกัน ปลูกฝัง ปราบปราม”

1 พฤศจิกายน 2565, สตูดิโอ OBEC Channel / นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และผู้อำนวยการสถานศึกษาสังกัด สพฐ. โดยมีครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมผ่าน OBEC Channel

รมว.ศธ. กล่าวว่า ขอเน้นย้ำกับผู้บริหาร สพท. และสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ในการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาที่สำคัญในการดูแลพัฒนาการของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่ง ศธ.ได้พัฒนาระบบแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยขึ้น คือ ศูนย์ “MOE Safety Center” ทั้งการเดินทางมาโรงเรียนของนักเรียน การจัดสภาพแวดล้อมสถานศึกษาให้ปลอดภัย การดูแลด้านโภชนาการ และสุขภาพ การป้องกันภัยธรรมชาติ

ที่สำคัญคือ การป้องกันภัยจากยาเสพติดทุกชนิด โดยเฉพาะกัญชา รวมทั้งภัยจากอาวุธปืน ซึ่งต้องไม่เกิดขึ้นในสถานศึกษาอย่างเด็ดขาด และต้องปฏิบัติอย่างเข้มข้น ตามหลัก 3 ป. คือ ป้องกัน ปลูกฝัง และ ปราบปราม ซึ่งนักเรียน ครู และประชาชนทุกคนสามารถแจ้งเหตุได้ 4 ช่องทาง ผ่านแอปพลิเคชัน MOE Safety Center เว็บไซต์ ไลน์ หรือสายด่วน 02-126-6565 ขณะนี้มีผู้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อการใช้งานแล้ว มากกว่า 1 ล้านราย ซึ่งต้องชื่นชมทุกหน่วยงานที่ช่วยขับเคลื่อน พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงประชาชนทั่วไปเข้าใช้ระบบเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยให้นักเรียน ครู และบุคลากรทุกคน
 
ทั้งนี้ ศธ.ได้มุ่งเน้นกำชับให้ครูกระชับความสัมพันธ์กับนักเรียนและผู้ปกครองมากขึ้น ทำให้เข้าใจนักเรียนเป็นรายบุคคล ทั้งนิสัยและชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ปกครองโดยตรง สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองไว้วางใจในการนำผู้เรียนมาอยู่ภายใต้การดูแลของครูผ่านการเยี่ยมบ้านนักเรียน ที่สำคัญเพื่อร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือนักเรียนที่อาจมีปัญหาในด้านต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมทันท่วงที อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายผู้ปกครองและชุมชนให้ช่วยกันเฝ้าระวัง และมีส่วนร่วมในการแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัย
 
ด้านการแก้ไขปัญหาความรู้ถดถอย ศธ.จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่นักเรียน ผ่านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน “Screening Learning Loss” ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมของผู้เรียน ดำเนินการแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย ด้วยการนำข้อมูลนักเรียนมาใช้ในการออกแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม อาทิจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริม ชดเชย หรือกิจกรรมเสริมทักษะเพิ่มเติมตามความถนัด ความสนใจ ความเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน และขอให้เพิ่มความสำคัญในวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง เพื่อสร้างสำนึกของความเป็นไทย รักในการเป็นชาติไทย โดยจัดการเรียนรู้ตามความพร้อม และเหมาะสมในแต่ละบริบทพื้นที่

โดยนำการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning มาใช้ช่วยให้ผู้เรียน เรียนอย่างมีความสุข มีทักษะการคิด ซึ่งจะทำให้เรียนรู้ได้เร็วและนำไปใช้ในชีวิตจริงได้และป้องกันเด็กนักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งโครงการพาน้องกลับมาเรียน ยังเป็นนโยบายสำคัญที่เดินหน้าต่อเนื่อง โดยติดตามเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ได้มากที่สุด และทำให้การออกกลางคันเป็นศูนย์ (Zero Drop Out) ในปีการศึกษา 2565 นี้

นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์ม School Mental Health ที่เป็นคอยคัดกรองดูแลช่วยเหลือนักเรียนและครูในสถานศึกษา ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมทั้งจะมีแผนเผชิญเหตุและผู้ให้คำปรึกษา เพื่อตรวจสภาพจิตใจของเด็กและครู ซึ่งสถานศึกษาทั่วประเทศสามารถประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อขอรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือเกี่ยวกับสุขภาพจิตได้
 
อีกเรื่องที่สำคัญ คือ สถานศึกษาควรสำรวจความต้องการของนักเรียนที่จะจบชั้น ม.ต้น ในการศึกษาต่อสายอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อม ให้คำแนะนำและส่งต่อเข้าสู่โครงการ “อาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ครอบครัวประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่าย สำหรับหลักสูตรทวิศึกษา ซึ่งเป็นการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและ ม.ปลาย เมื่อจบการศึกษาผู้เรียนจะได้รับวุฒิทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับ ม.ปลาย และปวช. นั้น ตนได้มอบหมายให้ สพฐ. ร่วมกับ สอศ. จัดทำแผนระดับจังหวัดว่าควรจัดทวิศึกษารายวิชาใด ในโรงเรียนไหนให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โดยเป้าหมายระยะสั้น เน้นการเรียนการสอนทวิศึกษาในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์, โรงเรียนตามโครงการพระราชดำริ, โรงเรียนที่มีความพร้อม และศูนย์ศึกษาสงเคราะห์ ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนในโครงการทวิศึกษา จำนวน 11,722 คน ศึกษาในโรงเรียนทั่วประเทศ 190 แห่ง
 
ในเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ใหม่) หรือเกณฑ์ PA นั้น ขณะนี้มี PA Support Team ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจถึงหลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินแบบใหม่ ซึ่งไม่เพียงแค่มีความทันสมัย รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่ยังเป็นการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน ลดภาระ ลดเวลา และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขอเลื่อนวิทยะฐานะของคุณครูและบุคลากรทางการศึกษา ช่วยให้ครูไม่ต้องใช้เวลานอกห้องเรียนเพื่อไปทำเรื่องเกี่ยวกับทะเบียนประวัติอีกต่อไป ไม่ต้องเดินไกลเข้าส่วนกลางเพื่อยื่นเอกสาร สามารถส่งเป็นไฟล์เอกสารดิจิทัล และติดตามผลการประเมินได้ทางระบบเช่นเดียวกัน จะทำให้ครูมีเวลาอยู่ในห้องเรียนมากกว่าเดิม

ฝากถึงผู้บริหารเขตพื้นที่และสถานศึกษา ผู้ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบาย และสร้างความเข้าใจแก่ครู ไปสู่การปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ ขอให้ทุกฝ่ายเป็นพลังผลักดันขับเคลื่อนงาน รวมทั้งการประสานการทำงานแบบเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อเป้าหมายของการจัดการศึกษามุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ” 

รมว.ศธ. มอบนโยบายการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 แก่ ผอ.สพท. และ ผอ.สถานศึกษา สังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ เน้นย้ำ MOE Safety Center สถานศึกษาปลอดภัย ตามหลัก 3 ป. ”ป้องกัน ปลูกฝัง ปราบปราม” พร้อมสร้างระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน “Screening Learning Loss” แก้ไขปัญหาความรู้ถดถอย ตั้งเป้าหมายต้องไม่มีนักเรียนออกกลางคัน 

ที่มา ศธ 360 องศา 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อน สถานการณ์การเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ภายใต้บริบทความเสี่ยงด้านความปลอดภัย สุขภาพกาย–ใจ และภาวะการเรียนรู้ถดถอยของผู้เรียน กระทรวงศึกษาธิการจึงเน้นการดูแลผู้เรียนอย่างเป็นองค์รวม มากกว่ามิติทางวิชาการเพียงอย่างเดียว

หลักการสำคัญ คือ “ความปลอดภัยและคุณภาพผู้เรียน” โดยใช้หลัก 3 ป. ได้แก่ ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม ผ่านระบบ MOE Safety Center ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอก

แนวคิดหลัก คือการเข้าใจผู้เรียนเป็นรายบุคคล (Individualized Approach) ผ่านการเยี่ยมบ้าน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และการคัดกรองภาวะ Learning Loss ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม เพื่อนำข้อมูลไปออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม และป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยตั้งเป้า Zero Dropout 

แนวปฏิบัติทางการศึกษา เน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning การสอนซ่อมเสริม การพัฒนาสุขภาพจิตผ่านแพลตฟอร์ม School Mental Health การส่งเสริมการเรียนสายอาชีพและทวิศึกษาเชิงพื้นที่ รวมถึงการบริหารจัดการเรียนการสอนในภาวะวิกฤต เช่น น้ำท่วม เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ 

ข้อสอบ

ข้อ 1 สาระสำคัญของนโยบายเปิดภาคเรียนที่ 2/2565 ตามบทความ สะท้อนแนวคิดใดชัดเจนที่สุด
ก. การเร่งเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการเป็นอันดับแรก
ข. การดูแลและพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ สังคม และการเรียนรู้
ค. การเพิ่มอำนาจการควบคุมจากส่วนกลาง
ง. การใช้เทคโนโลยีทดแทนครูในห้องเรียน

ข้อ 2 หลัก “3 ป.” ภายใต้โครงการ MOE Safety Center มีเป้าหมายสำคัญที่สุดข้อใด
ก. ลงโทษผู้กระทำผิดในสถานศึกษา
ข. สร้างระบบรายงานเหตุให้ทันสมัย
ค. ป้องกันไม่ให้ปัญหาความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นในสถานศึกษา
ง. เพิ่มบทบาทฝ่ายปกครองโรงเรียน

ข้อ 3 การเยี่ยมบ้านนักเรียนตามนโยบาย ศธ. มีคุณค่าทางการบริหารการศึกษามากที่สุดในข้อใด
ก. ใช้เป็นข้อมูลประเมินผลการสอนของครู
ข. ลดภาระงานเอกสารของโรงเรียน
ค. เพิ่มอัตราการเข้าเรียนของนักเรียน
ง. ช่วยให้เข้าใจผู้เรียนรายบุคคลและแก้ปัญหาเชิงระบบร่วมกับผู้ปกครอง
 

ข้อ 4 แนวคิด “Screening Learning Loss” แตกต่างจากการวัดผลแบบเดิมอย่างไร
ก. มุ่งประเมินเฉพาะผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ
ข. ใช้คะแนนสอบเป็นเครื่องมือหลัก
ค. คัดกรองผู้เรียนแบบองค์รวม 4 มิติ เพื่อนำข้อมูลไปออกแบบการเรียนรู้
ง. ใช้เฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19

ข้อ 5 หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษา การนำนโยบายทวิศึกษาไปใช้ให้เกิดผลยั่งยืน ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เปิดสอนทุกสาขาโดยไม่คำนึงถึงบริบท
ข. รอคำสั่งจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว
ค. เน้นเฉพาะนักเรียนที่มีผลการเรียนสูง
ง. วางแผนร่วมกับ สพฐ.–สอศ. และเลือกสาขาที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น