
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดสระแก้ว ในรูปแบบ SAKAEO Model
วันที่ 14 มีนาคม 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดสระแก้ว ระหว่าง สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานจังหวัดสระแก้ว กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และมูลนิธิเพื่อทักษะแห่งอนาคต โดยมี นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นายสุทิน แก้วพนา รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ. นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้แทนกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ผู้แทนมูลนิธิเพื่อทักษะแห่งอนาคต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว จ.สระแก้ว
น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดสระแก้ว ในรูปแบบ SAKAEO Model ครั้งนี้ เป็นการบูรณาการเป้าหมาย และความร่วมมือเพื่อการบริหารจัดการ และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นองค์รวมทั้งระบบ และเป็นการพัฒนาระบบการศึกษาภายใต้บริบทของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่การแก้ไขปัญหาเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษา การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาในทุกระดับ การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน ในลักษณะ Active Learning และสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาใหม่ทๆ สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการติดตาม และประเมินผลของความสำเร็จ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนในทุกช่วงวัย สามารถเรียนรู้ได้เต็มตามศักยภาพ มีความรู้ความสามารถ มีทักษะต่าง ๆ ทั้งด้านทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตที่สำคัญ เป็นผู้ที่มีขีดสมรรถนะ และเป็นบุคลากรคุณภาพที่สามารถนำความรู้ ทักษะต่างๆมาใช้เพื่อการพัฒนาตนเอง ครอบครัว และชุมชนท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้า เติบโต และสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในมิติของสังคม และเศรษฐกิจให้กับประเทศได้
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ศธ.ได้กำหนดนโยบายไว้ 12 นโยบาย 7 วาระเร่งด่วน เพื่อเข็มทิศให้การศึกษาของประเทศก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ผลสำเร็จนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการลงมือปฏิบัติ ภายใต้การลงนามในบันทึกความร่วมมือของหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดสระแก้วในวันนี้ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้เห็นผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีประสบการณ์ และผู้ที่ทำงานด้านการศึกษามาอย่างยาวนาน ได้ร่วมพลังกาย พลังใจ และพลังสมอง ในการช่วยวางทิศทางในการพัฒนาการศึกษา ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการศึกษาในจังหวัดสระแก้วให้เกิดขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง จึงขอขอบคุณทุกฝ่ายที่บูรณาการร่วมกัน เชื่อมั่นว่าพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาของจังหวัดสระแก้วในอนาคตต่อไป
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า เรื่องของการศึกษา แต่ละพื้นที่จะมีบริบทที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงอยากให้ จ.สระแก้ว เป็นโมเดลที่สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเช่นวันนี้ นอกจากหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ ยังได้ลงนามความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และมูลนิธิเพื่อทักษะแห่งอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นที่แรกที่ได้มาทำ MOU กับจังหวัดสระแก้ว ในส่วนนี้ เราก็ได้มาดูบริบทภาพรวมจากหลายหน่วยงานเพื่อมาช่วยกันดูแลการศึกษา ซึ่งจ.สระแก้ว จะมีเรื่องของการอ่านออกเขียนได้ ซึ่งได้มีการทำ SWOT Analysis ว่าจุดอ่อนจุดแข็งคืออะไร และเราจะแก้ปัญหาตรงจุดไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอ่านออกเขียนได้ การพัฒนาเด็กให้สอดคล้องกับสมรรถนะ โดยแต่ละจังหวัดจะมีบริบทไม่เหมือนกัน มีจุดอ่อนจุดแข็งไม่เหมือนกัน ซึ่งแต่ละพื้นที่จะรู้ปัญหาได้ดีกว่า และรู้ว่าจังหวัดตัวเองต้องการจะพัฒนาอะไร ในส่วนนี้ทางพื้นที่ก็จะช่วยกันออกแบบการแก้ไขปัญหา และทางส่วนกลางก็จะเข้ามาช่วยสนับสนุนเพื่อให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปได้อย่างตรงจุด ซึ่งในทุกวันนี้โลกเรามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก หากองค์กรพื้นที่มีความเข้มแข็งเพียงพอ แล้วทางส่วนกลางเข้ามาช่วยส่งเสริมสนับสนุน ก็จะทำให้การศึกษามีความยืดหยุ่น สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดเหมาะสมกับความต้องการของพื้นที่
“วันนี้ ศธ.มีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหา ผนวกกับนโยบายที่เข้มแข็งของรัฐบาล เราก็จะมาดูว่าตรงจุดต่าง ๆจะสามารถเพิ่มเติมอะไรได้อีกบ้าง ซึ่งทาง จ.สระแก้ว เรามีตัวชี้วัดอยู่แล้ว ทั้งเรื่องของปัญหาเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษา การสร้างคุณภาพของโรงเรียน หรือการสร้างอาชีพต่าง ๆ เราก็จะมาดูว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง อีกทั้งการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ในระดับจังหวัดถือเป็นที่แรกในประเทศไทย เป็นสระแก้วโมเดล ที่ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ที่จะมาร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยเจาะลงไปในพื้นที่เพื่อให้มีความเข้มข้นมากขึ้น และจะมีการติดตามว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นโมเดลตัวอย่างให้กับจังหวัดอื่นๆสามารถนำไปเป็นรูปแบบในการพัฒนาพื้นที่ของตนเองต่อไป" รมว.ศธ. กล่าว
ทางด้าน นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าฯ จ.สระแก้ว กล่าวว่า ปัญหาเฉพาะตัวของสระแก้วคือเรามีพื้นที่ชายแดน ซึ่งตัวชี้วัดเห็นว่ามีเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จำนวนมาก เพราะในพื้นที่ชายแดนมีเด็กต่างชาติอยู่ด้วย หากเราแยกเด็กต่างชาติออกไป จะเห็นว่าเด็กไทยส่วนใหญ่ที่ครูสอนจะอ่านออกเขียนได้เกือบทั้งหมด แต่ภาพรวมเมื่อนับจำนวนเด็กในโรงเรียนแบบเป็นตัวเลข ยังมีเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อยู่พอสมควร ซึ่งเป็นเด็กต่างชาติที่เข้ามาเรียน อย่างเช่น ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน การจัดการการศึกษาของสระแก้วมีหลากหลาย มีทั้งโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาฯ สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนของ ตชด. โรงเรียนเอกชน รวมถึงโรงเรียนพระปริยัติธรรม โดยสระแก้วตั้งเป้าว่าผลการศึกษาจะต้องอยู่ในมาตรฐานใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะวัดด้วย NT หรือวิธีใดก็ตามที่เป็นมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ นี่คือเป้าหมายสำคัญของจังหวัดสระแก้ว
ขณะที่ นายอัมพร กล่าวว่า จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของจ.สระแก้ว ด้วยเทคนิค SWOT ทั้งสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก พบว่า จุดอ่อนด้านปัจจัยการบริหาร การสอนและคุณภาพผู้เรียน ส่วนด้านเทคโนโลยี พบปัญหาต่าง ๆ ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่ำกว่าระดับประเทศ ผู้เรียนที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีโอกาสเรียนต่อในระดับสูงขึ้นไปมีน้อย การจัดการศึกษาสายอาชีพไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้นักเรียนเดินทางไกล ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้เรียน อีกทั้งขาดการบูรณาการทางฐานข้อมูล ความเชื่อมโยง Big Data และขาดเครื่องมือการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้เรียน และจากปัญหาดังกล่าว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจ.สระแก้ว
โดยร่วมกันออกแบบแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในรูปแบบ SAKAEO Model มี 6 ขั้นตอน และทุกขั้นตอนใช้กระบวนการ PDCA ได้แก่
1. S : SWOT Analysis การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพคุณภาพมาตรฐานของโรงเรียน
2. A : Assignment กำหนดผู้ร่วมรับผิดชอบและสร้างข้อตกลงร่วมกันจากทุกสังกัดการศึกษาจังหวัดสระแก้ว
3. K : Knowledge sharing การสร้างองค์ความรู้ แบ่งปันความรู้และวางแผนพัฒนา การยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาจังหวัดสระแก้วร่วมกัน
4. A : Action การลงมือปฏิบัติตามแผนการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาร่วมกัน
5 . E : Evaluation การนิเทศก์กำกับติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนคิดร่วมกันและขั้นตอนที่
6. O : Optimum goals ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาร่วมกัน
"ขั้นตอนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดังกล่าวนี้ ได้มีการจัดทำประกาศจังหวัดสระแก้ว ในรูปแบบ SAKAEO Mode ให้หน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดสระแก้ว ได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัดสระแก้ว ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน" นายอัมพร กล่าว
ด้านนายสุเทพ กล่าวว่า สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัด สระแก้ว ให้เกิดความยั่งยืน โดยร่วมเป็นผู้รับผิดชอบหลักและมีหน้าที่ในการพัฒนาและขับเคลื่อนการพัฒนา คุณภาพการศึกษารวมถึงการส่งเสริมการเป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์แลกเปลี่ยนความรู้ ศูนย์อาชีพสู่ความเป็นเลิศ ในสาขาเทคโนโลยีดิจิทัลและสาขาการก่อสร้าง ด้านอาชีพการเกษตรโดยใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ด้านศูนย์ CEC การฝึกอาชีพของจังหวัด
ที่มา ; แนวหน้า วันจันทร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2565
ข่าวเกี่ยวกัน
กระทรวงศึกษาธิการร่วมมือจังหวัด ผุด ‘สระแก้วโมเดล’
เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สระแก้ว สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.), สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สำนักงานจังหวัดสระแก้ว, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิเพื่อทักษะแห่งอนาคต ได้ลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวต้องการพัฒนาการศึกษาให้เกิดในรูปแบบ ‘สระแก้วโมเดล’ โดยเป็นการบูรณาการเป้าหมายและความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นองค์รวมทั้งระบบ และเป็นการพัฒนาระบบการศึกษาภายใต้บริบทของพื้นที่อย่างเหมาะสม ตั้งแต่การแก้ไขปัญหาเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษา การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาในทุกระดับ การพัฒนารูปแบบการสอนแบบ active learning สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการติดตามและการประเมินผลของความสำเร็จ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนในทุกช่วงวัยสามารถเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ
‘ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่สร้างโมเดลความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสร้างคุณภาพการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งดิฉันมองว่าการศึกษาแต่ละพื้นที่มีจุดอ่อนและจุดแข็งแตกต่างกัน เพราะพื้นที่จะรู้ปัญหาดีที่สุด และจะพัฒนาการศึกษาไปทิศทางไหนเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด อย่างเช่น ที่จังหวัดสระแก้ว มีปัญหาเรื่องการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ซึ่งประเด็นนี้ได้รับการรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดพบว่า เมื่อดูภาพรวมตัวชี้วัดการอ่านออกเขียนได้อยู่ในระดับต่ำ แต่หากดูลึกลงในรายละเอียดจะเห็นว่า โรงเรียนในพื้นที่สระแก้วติดกับเขตชายแดน และนักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างชาติ จึงทำให้ตัวชี้วัดออกมาในลักษณะนั้น ขณะที่เด็กไทยอ่านออกเขียนได้หมดทุกคน ดังนั้น การเป็นสระแก้วโมเดลจะมุ่งมั่นสร้างมาตรฐานการศึกษา เพื่อให้เกิดตัวชี้วัดทางการเรียนของเด็กในพื้นที่สูงขึ้นให้ได้ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือในรูปแบบนี้จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน’ รมว.ศธ. กล่าว
ที่มา ; เดลินิวส์
สรุปสาระสำคัญ
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดสระแก้วในรูปแบบ SAKAEO Model เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานด้านการศึกษาทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และภาคีเครือข่าย ได้แก่ ศธ. สพฐ. สอศ. จังหวัดสระแก้ว กสศ. และมูลนิธิเพื่อทักษะแห่งอนาคต เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ ภายใต้บริบทเฉพาะของจังหวัด โดยมุ่งแก้ปัญหาเด็กตกหล่น ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาค พัฒนาครูและบุคลากร ปรับรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และสร้างทักษะชีวิต–ทักษะอาชีพควบคู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
จุดเด่นของโมเดลคือการใช้ข้อมูลจริงจากพื้นที่ผ่านการวิเคราะห์ SWOT เพื่อระบุปัญหาเชิงลึก เช่น ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในพื้นที่ชายแดน ความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสเรียนต่อ และข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี จากนั้นออกแบบการพัฒนาร่วมกันตามกระบวนการ SAKAEO 6 ขั้นตอน โดยใช้ PDCA เป็นกลไกขับเคลื่อน เพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานไปในทิศทางเดียวกัน มีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าหมายสูงสุดคือยกระดับคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนทุกช่วงวัยให้มีสมรรถนะที่ตอบโจทย์การพัฒนาท้องถิ่นและประเทศอย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
ข้อ 1 แก่นสำคัญของ SAKAEO Model ที่แตกต่างจากการพัฒนาการศึกษาแบบรวมศูนย์คือข้อใด
ก. การกำหนดหลักสูตรเดียวกันทั้งจังหวัด
ข. การให้ส่วนกลางกำกับทุกขั้นตอน
ค. การพัฒนาเชิงพื้นที่ที่เริ่มจากการวิเคราะห์บริบทจริง
ง. การเพิ่มงบประมาณให้โรงเรียนขนาดใหญ่
ข้อ 2 หากจังหวัดอื่นต้องการนำ SAKAEO Model ไปประยุกต์ใช้ ขั้นตอนใดควรดำเนินการเป็นลำดับแรก
ก. Action ลงมือปฏิบัติทันที
ข. Knowledge Sharing แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ค. Assignment แต่งตั้งผู้รับผิดชอบ
ง. SWOT Analysis วิเคราะห์สภาพแวดล้อม
ข้อ 3 ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของจังหวัดสระแก้ว สะท้อนแนวคิดเชิงนโยบายใดมากที่สุด
ก. มาตรฐานเดียวใช้ได้กับทุกพื้นที่
ข. การประเมินผลควรดูข้อมูลเชิงลึก ไม่ใช่เพียงตัวเลขรวม
ค. ควรแยกเด็กต่างชาติออกจากระบบการศึกษา
ง. โรงเรียนชายแดนไม่ควรใช้ตัวชี้วัดของ ศธ.
ข้อ 4 บทบาทของส่วนกลางตามแนวคิด SAKAEO Model ควรเป็นลักษณะใด
ก. ผู้สั่งการและควบคุม
ข. ผู้ดำเนินการแทนพื้นที่
ค. ผู้สนับสนุน เสริมพลัง และติดตามประเมินผล
ง. ผู้กำหนดเป้าหมายโดยไม่ปรึกษาพื้นที่
ข้อ 5 หากผู้บริหารสถานศึกษานำ SAKAEO Model ไปใช้ในโรงเรียน สิ่งใดสะท้อนการประยุกต์ได้เหมาะสมที่สุด
ก. ใช้แผนจากจังหวัดโดยไม่ปรับบริบทโรงเรียน
ข. มุ่งเพิ่มคะแนนสอบเป็นเป้าหมายเดียว
ค. ทำ PDCA โดยเชื่อมโยงข้อมูลผู้เรียน ครู และชุมชน
ง. เน้นกิจกรรมเฉพาะระยะสั้นโดยไม่ติดตามผล
คลิกเฉลย >>>