
1. The Right People at First Time หรือคนใช่ตั้งแต่แรก คือสิ่งที่องค์กรจะใช้เป็นหลักการในการเลือกคนเข้าทำงาน เราคือคนที่ใช่ใช่มั้ย และรู้ใช้มั้ยว่าคนที่ไม่ใช่ดีแค่ไหนเค้าก็ไม่เเลือก
2. เป็นคนเก่งที่มีของแบบที่ตลาดต้องการ บริษัทที่ไม่ใช่ต่อให้จ่ายแพงแค่ไหน "คนเก่งที่ใช่" ก็อาจจะไม่เลือก ถ้าเราอยากมีสิทธิเลือก เราต้องเป็น "คนเก่งที่มีของแบบที่ตลาดต้องการ"
3. ความเก่งในอดีตคือคนเก่งในตำนาน ถ้าความรู้ความสามารถหมดอายุสวนทางกับอายุที่มากขึ้น องค์กรก็จะชื่นชมเราในฐานะตำนาน แต่ไม่ใช่อนาคตขององค์กร
4. จำให้ขึ้นใจว่าความเก่งก็หมดอายุได้ และหมดอายุไวกว่าเดิม เมื่อวานเคยเป็นเบอร์ตอง และคิดว่าจะเป็นเบอร์ตองไปอีก 2-3 ปี รู้ตัวอีกทีผ่านมาปีเดียว แทบจะอยู่ท้ายตาราง ถ้ายังอยากเป็นเบอร์ตองทุกยุค ต้องรู้ว่าให้ทันว่าองค์กรต้องการอะไร แล้วเรามีมั้ย ถ้าไม่มีก็ต้องเร่งพัฒนา
5. หนึ่งทักษะที่จำเป็นต้องมี Creative หรือความคิดสร้างสรรค์ ยิ่งเราไม่รู้ว่าจะเจอวิกฤตแบบไหน จะมาเมื่อไหร่อีก แต่เมื่อไหร่ที่เราเจอทางตัน แล้วเราสามารถหาทางเลือกเพิ่มได้เสมอ เพื่อไปถึงเป้าหมายและทำให้เราอยู่รอด นั่นแหละ ความคิดสร้างสรรค์ ฝึกซะก่อน อย่ารอให้เจอปัญหาแล้วมาฝึก มันจะไม่ทัน
6. การลดคนทำงาน ลดงบประมาณในการทำงานลง เป็นการฝึก Creativity ที่ดี เดิมเคยใช้คน 10 คน ลองใช้ซัก 8 แทน แล้วให้เป้าหมายเหมือนเดิม เราน่าจะได้วิธีใหม่ ๆ ในการทำงาน
7. ทำตัวให้ชินกับการหมดไฟหรือ Burn Out ได้แล้ว คิดซะว่ามันคือส่วนหนึ่งของชีวิต เอาจริง ๆ เราเจอมันมาตั้งกี่รอบ ถึงมันจะทำให้เราเป็นแผลบ้าง แต่ก็ไม่ถึงตาย สิ่งที่น่าสนใจกว่าก็คือเราเรียนรู้อะไรบ้างจาก Burn Out ที่ผ่านมา
8. Self-Motivation หรือการเยียวยาและฉุดตัวเองขึ้นมาให้ได้ ในวันที่เรา Burn Out คือสิ่งที่ควรจะมีเป็นของตนเอง อย่าให้ทุกครั้งที่เรานอยด์ เราดาวน์ เราไหล จำเป็นต้องมีใครซักคนมาคอยโอ๋ นอยด์เรื่องงานทีไร ต้องรอให้หัวหน้ามาดึงขึ้นทุกครั้งก็ไม่ไหว หัวหน้าเองมันยังเอาตัวมันเองไม่รอดเลยมั้ง
9. อีกเรื่องที่เราควรรู้ คือรู้จักตัวเองให้ดี อย่ามัวเอาแต่รู้จักคนอื่น จุดแข็งจุดอ่อนจริง ๆ ของเราอยู่ตรงไหน แล้วเราจะใช้ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนเรายังไงให้เกิดประโยชน์ จุดอ่อนก็มีประโยชน์นะลองคิดให้ดี
10. ถามตัวเองอีกทีวันนี้เราอยู่ในที่ที่ได้ใช้จุดแข็งเราอย่างเต็มที่ใช่มั้ย ถ้าไม่ใช่ อย่าเอาแต่โทษองค์กร โทษเจ้านาย เป็นที่เราหรือเปล่าที่ไม่เคยบอกหรือแสดงให้องค์กร ให้เจ้านายรู้ว่าคนอย่างเราแข็งแกร่งในเรื่องอะไร
11. ถ้าเราพูดแล้ว บอกแล้ว แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของเราซักที อย่ารอ ให้เริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในที่ใหม่ ๆ ย้ำ อย่ายอมแพ้ทิ้งจุดแข็งของตัวเองโดยที่ยังไม่ได้ลอง เพราะนั้นคือสิ่งที่แพงที่สุด
12. จากข้อ 11 ต้องยอมเหนื่อยเพิ่มขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย แต่ผลลัพธ์จะคุ้มค่าแน่นอน
13. องค์กรหรือบริษัทไม่ใช่มูลนิธิ ความสัมพันธ์ระหว่างกับบริษัทคือผลประโยชน์ต่างตอบแทน ถ้าบริษัทอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่รอดเหมือนกัน และเช่นกัน บริษัทที่คิดแต่จะเอาเปรียบพนักงาน บริษัทแบบนั้นก็ไม่ยั่งยืน คนเค้าดูออกน่า
14. อย่าปั่นให้หัวเราคิดอยู่ตลอดว่าบริษัทเอาเปรียบเรา ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของเราเท่าเส้นผม กลับมาดูด้วยว่าเราเอาเปรียบบริษัทบ้างหรือเปล่า แอบเอาของบริษัทไปใช้ส่วนตัวบ้างมั้ย จะเล็กจะน้อยคำว่าเอาเปรียบมันก็คือเอาเปรียบอยู่ดี
15. ส่วนองค์กรหรือบริษัทเมื่อจ้างคนมาทำงานแล้ว อย่าดูแลเค้าเหมือนครูอนุบาล ครูประถมที่ต้องคอยโอ๋ หรือคอยตั้งกฎข้อห้ามยุ่บยั่บไปหมด ฮัลโหล ไหนว่าจ้างคนเก่งเข้ามาไง The Right People at First Time ไง ดูแลกันเหมือนที่มืออาชีพดูแลกันสิ ถึงจะถูก
1ุ6. หัวหน้าที่ดีคือหัวหน้าที่จริงใจ ไม่ใช่หัวหน้าที่ใจดี ลูกน้องทำผิดไม่คิดจะตักเตือน กลัวลูกน้องจะไม่รัก แบบนี้ใช้ไม่ได้ ลูกน้องเองที่จะไม่รู้ตัวว่าอะไรถูกอะไรผิด ไม่ได้บอกว่าให้ไปหยาบคายหรือดุด่าให้ร้องไห้ แต่การไม่ทำอะไรเลยเพราะกลัวน้องไม่รัก นี่ไม่ใช่บทบาทของหัวหน้า
17. คิดจะเป็นหัวหน้าที่ดี เริ่มจากอย่าเป็นหัวหน้าในแบบที่เราไม่ชอบ และหัวหน้าที่ไม่ตัดสินใจเลย คือหัวหน้าที่ทำงานด้วยแล้วจะเหนื่อยที่สุด แต่ผลลัพธ์ที่ได้ต่ำที่สุด
18 เกิดก่อนแปลว่าแก่กว่า ไม่ได้แปลว่าเก่งกว่า เกิดช้าไม่ได้แปลว่าจะรู้ไปซะทุกเรื่อง ยอมรับความเก่งของตัวเองให้เป็น หัดยอมรับความเก่งของคนอื่นด้วย และรู้จักที่จะรับฟังว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของ Gen เดียว แต่เป็นโลกที่เราต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ทุก Gen
19. เห็นคุณค่าในเวลาของคนอื่นด้วย อย่าทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลปลอม ๆ การไม่ตรงต่อเวลา ผลัดงานเลื่อนงานไม่จบไม่สิ้น คือหลักฐานที่ชัดเจนว่า เราไม่เห็นคุณค่าเรื่องเวลาของคนอื่น และนั่นคือจุดเริ่นต้นของความไม่มีอาชีพ
20. เราอยากเป็นเพื่อนกับตัวเราเองในที่ทำงานมั้ย ถ้าเรายังไม่อยาก จะแปลกอะไรถ้าใคร ๆ ก็ไม่อยากจะคบจะทำงานด้วยกันกับเรา ขยันสร้างเพื่อน อย่าขยันสร้างศัตรู
21 โต ๆ กันแล้ว อย่าให้ต้องพูดต้องบอกอะไรเยอะ และจะโตอย่างมั่นคงเมื่อเราเข้าใจความจริง ไม่ใช่แค่รู้จักความจริง
ที่มา ; FB hrthenextgen