สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M456_กรอบแนวทางการประเมินคำรับรองปฏิบัติราชการ ปี 2567

มติคณะรัฐมนตรี (25 กรกฎาคม 2566) เห็นชอบกรอบแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการและจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ 

สาระสำคัญของเรื่อง

                  

1. ก.พ.ร. ในการประชุมครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ได้มีมติเห็นชอบกรอบแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการและจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดังนี้

ดังนี้

หัวข้อ

รายละเอียด

หลักการและแนวทางการประเมินฯ

Ÿ มุ่งเน้นการบูรณาการการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ แผ่นแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 แผนงานบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และดัชนีชี้วัดสากล (International KPIs)  รวมทั้งนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยกรอบแนวทางการประเมินของส่วนราชการให้กระทรวงมีบทบาทหลักเป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของกระทรวงและส่วนราชการในสังกัดกระทรวงผ่านกลไกคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการระดับกระทรวง เช่นเดียวกับการดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และกรอบแนวทางการประเมินของจังหวัดมุ่งเน้นการบูรณาการการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายระดับชาติและนโยบายสำคัญของรัฐบาลเช่นเดียวกับส่วนราชการ รวมถึงนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย (มท.) นอกจากนี้ ได้ให้ความสำคัญกับการประเมินผลสำเร็จของการบรรลุเป้าหมาย ตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรา 58 ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565 โดยให้ มท. มีบทบาทหลักในการพิจารณาความเหมาะสม ตัวชี้วัด น้ำหนัก และค่าเป้าหมาย รวมทั้งติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของจังหวัดผ่านกลไกคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของจังหวัด
Ÿ ให้ความสำคัญกับการกำหนดตัวชี้วัดเพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกระทรวง (Joint KPIs) โดยกำหนดประเด็นนโยบายสำคัญ (Agenda) ที่จะขับเคลื่อนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 5 ประเด็น* เพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันระหว่างส่วนราชการ จังหวัด องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานอื่น ๆ โดยมีการถ่ายทอดเป้าหมายจากระดับประเทศลงสู่ระดับหน่วยงานที่รับผิดชอบขับเคลื่อนการดำเนินงาน

องค์ประกอบการประเมิน

ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ ดังนี้ ส่วนราชการ จังหวัด
1. การประเมินประสิทธิผลการดำเนินงาน (น้ำหนักร้อยละ 70)
          1.1 ตัวชี้วัดตามภารกิจ (Functional KPIs)
          – ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสาตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 มติคณะรัฐมนตรี นโยบายรัฐบาลโดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน (Agenda KPIs)
          – ผลการดำเนินงานการบูรณาการร่วมกันภายใต้ภารกิจเดียวกัน (Joint KPIs by Function)
          – ผลการดำเนินงานตามภารกิจพื้นฐานงานประจำ งานตามหน้าที่ความรับผิดชอบหลัก งานตามกฎหมาย กฎ หรือภารกิจในพื้นที่/ท้องถิ่น ภูมิภาค จังหวัด กลุ่มจังหวัด
          – ผลการดำเนินงานของดัชนีชี้วัดสากลที่วัดผลตามภารกิจของหน่วยงาน (International KPIs)
ผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาของจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด (Area KPIs) และ/หรือผลการดำเนินการเพื่อแก้ไขประเด็นปัญหาสำคัญ (Pain Point) และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหา
          1.2 ตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน (Joint KPIs) เป็นผลการดำเนินงานการบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานตามประเด็นนโยบายสำคัญ (Joint KPIs by Agenda)
2. การประเมินศักยภาพในการดำเนินงาน (น้ำหนักร้อยละ 30)
          2.1 การพัฒนาองค์การสู่ดิจิทัล (น้ำหนักร้อยละ 20) ประกอบด้วย
          – การสร้างนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนงานหรือการให้บริการ (e-Service)
          – การพัฒนาระบบข้อมูลให้เป็นดิจิทัล (Digitize Data) ทั้งข้อมูลที่ใช้ภายในหน่วยงานและข้อมูลที่จะเผยแพร่สู่หน่วยงานภายนอก/สาธารณะ เพื่อนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data)
          – การปรับเปลี่ยนหน่วยงานไปสู่ความเป็นดิจิทัล (Digital Transformation)
          2.2 การประเมินสถานะของหน่วยงานในการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) (น้ำหนักร้อยละ 10)

กลุ่มเป้าหมายการประเมิน

ส่วนราชการในสังกัดฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย (1) ส่วนราชการ 154 หน่วยงาน และ (2) จังหวัด 76 จังหวัด สำหรับส่วนราชการสังกัด กห. กอ.รมน. ตช. และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) ให้นำแนวทางการประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในสังกัดฝ่ายบริหารไปประยุกต์ใช้และส่งผลการประเมินให้สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรีพร้อมกับส่วนราชการอื่น

ผู้ประเมิน2

Ÿ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
Ÿ รัฐมนตรีว่าการ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการ
Ÿ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ประเมินเบื้องต้น)

รอบระยะเวลาการประเมิน

กำหนดให้ประเมินส่วนราชการและจังหวัด ปีละ 2 รอบ ดังนี้
Ÿ รอบการประเมินครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 มีนาคม
Ÿ รอบการประเมินครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 30 กันยายน
โดยให้ส่วนราชการและจังหวัดมีการกำกับติดตามความก้าวหน้าของการปฏิบัติราชการและกำหนดให้รายงานผลการดำเนินงานผ่านระบบการรายงานผลการประเมินส่วนราชการ (Electronic Self Assessment Report: e-SAR)

เกณฑ์การประเมิน

ประกอบด้วยการประเมิน 2 ระดับ ดังนี้
1. เกณฑ์การประเมินระดับตัวชี้วัด พิจารณาจากผลการดำเนินงานเทียบกับค่าเป้าหมายใน 3 ระดับ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) (ส่วนราชการและจังหวัดที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าค่าเป้าหมายขั้นต้นจะได้คะแนนศูนย์) ดังนี้ ค่าเป้าหมาย คะแนน 1) ค่าเป้าหมายขั้นสูง 100 2) ค่าเป้าหมายมาตรฐาน 75 3) ค่าเป้าหมายขั้นต้น 50
2. เกณฑ์การประเมินระดับส่วนราชการและจังหวัด (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)  โดยแบ่งเกณฑ์การประเมินเป็น 3 ระดับ ดังนี้ ระดับการประเมิน คะแนนผลการดำเนินงาน
1) ระดับคุณภาพ 90-100
2) ระดับมาตรฐาน  – มาตรฐานขั้นสูง 75-89.99  – มาตรฐานขั้นต้น 60-74.99
3) ระดับต้องปรับปรุง ต่ำกว่า 60

กลไกการประเมิน

ดำเนินการผ่านกลไกคณะทำงานและคณะกรรมการใน 2 ระดับ ดังนี้
ระดับ 1 คณะทำงานเพื่อพิจารณาตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ และคณะทำงานเพื่อพิจารณาตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของจังหวัดเป็นกลไก ของสำนักงาน ก.พ.ร. ที่แต่งตั้งโดยคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ (อ.ก.พ.ร.) เกี่ยวกับการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ
ระดับ 2 คณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ/จังหวัดเป็นกลไกของส่วนราชการและจังหวัด ดังนี้
          1. ส่วนราชการ มีคณะกรรมการกำกับการประเมินฯ ของส่วนราชการประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) คณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวง 18 กระทรวง (ยกเว้น กห.) แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง (2) คณะกรรมการกำกับการประเมินฯ ของส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี (นร.) และส่วนราชการไม่สังกัด นร. กระทรวง หรือทบวง (ยกเว้น กอ.รมน. ตช. และ ศร.ชล) รวม 19 หน่วยงาน แต่งตั้งโดยรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่กำกับส่วนราชการ และ (3) คณะกรรมการกำกับการประเมินฯ ของส่วนราชการใน นร. [เฉพาะสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)] แต่งตั้งโดยรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่กำกับ สปน.
          2. จังหวัด มีคณะกรรมการกำกับการประเมินฯ ของจังหวัดซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ ผู้แทนของสำนักงบประมาณ (สงป.) สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในคณะกรรมการกำกับการประเมินฯ ของส่วนราชการ/จังหวัด ควรกำหนดให้ผู้แทนหลักเป็นระดับผู้อำนวยการกองขึ้นไปและผู้แทนสำรองเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญขึ้นไป

ขั้นตอนการพิจารณาตัวชี้วัด

Ÿ สำนักงาน ก.พ.ร. จะเป็นผู้พิจารณารายการตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ (Strategic KPIs) ของส่วนราชการและตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานตามประเด็นนโยบายสำคัญ (Joint KPIs by Agenda) และร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณารายการตัวชี้วัดของจังหวัด
Ÿ การขอปรับเปลี่ยนรายละเอียดตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการและจังหวัดและตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานตามประเด็นนโยบายสำคัญ (Joint KPIs by Agenda) ให้ส่วนราชการและจังหวัดเสนอให้คณะกรรมการกำกับการประเมินฯ ของส่วนราชการ/จังหวัด รับทราบ/พิจารณา และเสนอ อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการประเมินส่วนราชการฯ เพื่อทราบ/พิจารณา ตามลำดับ

การปรับเปลี่ยนรายละเอียดตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ

Ÿ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การปรับเปลี่ยนรายละเอียดตัวชี้วัดฯ ที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด ดังนี้    1. ส่วนราชการและจังหวัดสามารถขอปรับเปลี่ยนรายละเอียดตัวชี้วัดฯ ค่าเป้าหมาย และเกณฑ์การให้คะแนน หากการดำเนินงานตามตัวชี้วัดได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น (1) สถานการณ์ภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติ โรคระบาดรุนแรง โรคอุบัติใหม่ ที่ไม่ได้มีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า (2) การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาล และ (3) ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณหรือได้รับงบประมาณล่าช้าอย่างน้อย 6 เดือน
   2. คณะกรรมการกำกับการประเมินฯ ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนรายละเอียดตัวชี้วัดตามแนวทาง ดังนี้
          2.1 การปรับเปลี่ยนค่าเป้าหมายต้องไม่เป็นการนำผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นแล้วมากำหนดเป็นค่าเป้าหมายใหม่เพื่อให้มีผลการประเมินดีขึ้น
          2.2 หากเห็นควรให้ยกเลิกตัวชี้วัด ให้นำน้ำหนักของตัวชี้วัดนั้นไปกระจายลงตัวชี้วัดอื่นตามสัดส่วนความสำคัญของแต่ละตัวชี้วัด
          2.3 ไม่กำหนดตัวชี้วัดทดแทนหรือตัวชี้วัดใหม่ระหว่างปี เนื่องจากไม่ได้มีการพิจารณาตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ
          2.4 การปรับเปลี่ยนค่าเป้าหมายเเผนการดำเนินงาน/กิจกรรมที่เกิดจากการปรับเปลี่ยนวิธีการ หรือแนวทางการดำเนินงานที่เป็นการบริหารจัดการภายในของส่วนราชการหรือเกิดจากความล่าช้าในการดำเนินงานอันเนื่องมาจากการบริหารโครงการที่ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ไม่ได้เป็นเหตุจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้
   3. การพิจารณาขอปรับเปลี่ยนรายละเอียดตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพฯ ของส่วนราชการและจังหวัดให้คณะกรรมการกำกับการประเมินฯ พิจารณา และเสนอ อ.ก.พ.ร. เพื่อทราบตามลำดับ และการพิจารณาขอปรับเปลี่ยนรายละเอียดตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน (Joint KPIs) ให้คณะกรรมการกำกับการประเมินฯ พิจารณาเบื้องต้นและเสนอ อ.ก.พ.ร. พิจารณา ตามลำดับ หมายเหตุ : การปรับเปลี่ยนรายละเอียดตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงฯ จะปรับเปลี่ยนได้เฉพาะองค์ประกอบการประเมินประสิทธิผลการดำเนินงาน (น้ำหนักร้อยละ 70) (ตัวชี้วัดตามภารกิจและ Joint KPIs) เท่านั้น
Ÿ การปรับเปลี่ยนรายละเอียดตัวชี้วัดฯ ให้ส่วนราชการและจังหวัดเสนอคณะกรรมการกำกับการประเมินฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบ และให้คณะกรรมการกำกับการประเมินฯ แจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทราบ แบ่งออกเป็น 2 รอบ ดังนี้
          – รอบ 6 เดือน (ภายในเดือนกุมภาพันธ์)
          – รอบ 12 เดือน (ภายในเดือนกรกฎาคม)

การให้ข้อเสนอแนะเพื่อส่งสัญญาณล่วงหน้า (Early Warning)

เป็นการกำกับและติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของส่วนราชการและจังหวัดเพื่อติดตามแนวโน้มผลการดำเนินงาน รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดของส่วนราชการและจังหวัด และให้ข้อเสนอแนะเพื่อส่งสัญญาณล่วงหน้า (Early Warning) โดยสำนักงาน ก.พ.ร. จะแจ้งเตือนสถานการณ์ดำเนินงานตามตัวชี้วัดของส่วนราชการและจังหวัด ปีละ 1 ครั้ง ในเดือนมิถุนายน (ถ้ามี)

การเชื่อมโยงผลการประเมินส่วนราชการกับการประเมินผู้บริหารส่วนราชการ

ผลการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการและจังหวัดจะนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติงานรายบุคคลระดับหัวหน้าส่วนราชการ (ปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า อธิบดีหรือเทียบเท่า ผู้ว่าราชการจังหวัด) เพื่อให้การประเมินหัวหน้าส่วนราชการสามารถผลักดันการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้ ส่วนราชการและจังหวัดจะนำผลการประเมินตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพฯ ไปประกอบการประเมินผู้บริหารส่วนราชการ

                  

2. สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีหลังยุบสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งหลังจากมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปเว้นแต่ที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ก.พ.ร. แจ้งว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการในลักษณะงานปกติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ได้เป็นการกำหนดนโยบายขึ้นใหม่ จึงไม่เป็นการกระทำการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป 

* ก.พ.ร. มีมติ (7 มิถุนายน 2566) เห็นชอบประเด็นนโยบายสำคัญ (Agenda) 5 ประเด็น ประกอบด้วย (1) การบริหารจัดการและอนุรักษ์ฟื้นฟูน้ำทั้งระบบ (2) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (3) รายได้จากการท่องเที่ยว (4) รายได้ของผู้ประกอบการ SMEs    และ OTOP และ (5) การลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10

2 จากการประสานสำนักงาน ก.พ.ร. แจ้งว่า สำนักงาน ก.พ.ร. จะพิจารณารายงานผลการประเมินตนเองเบื้องต้นของส่วนราชการและจังหวัด ก่อนรายงานให้ผู้ประเมินข้างต้นทราบ  

ที่มา : ศธ 360 องศา 

สรุปสาระสำคัญ 

คณะรัฐมนตรีมีมติ (25 ก.ค. 2566) เห็นชอบกรอบแนวทางการประเมินส่วนราชการและจังหวัด ปีงบประมาณ 2567 ตามข้อเสนอของ ก.พ.ร. โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 13 เป้าหมาย SDGs นโยบายรัฐบาล และตัวชี้วัดสากล การประเมินมอบบทบาทหลักให้กระทรวงกำกับตัวชี้วัดของส่วนราชการ และให้กระทรวงมหาดไทยดูแลตัวชี้วัดจังหวัด รวมถึงตัวชี้วัดร่วม (Joint KPIs) ใน 5 ประเด็นนโยบายสำคัญ เช่น น้ำ ก๊าซเรือนกระจก การท่องเที่ยว SMEs และฝุ่น PM2.5 การประเมินประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ประสิทธิผล (70%) และศักยภาพองค์กร (30%) เช่น e-Service Digitize Data และ PMQA 4.0 ประเมินปีละสองรอบผ่านระบบ e-SAR กำหนดเป้าหมายระดับขั้นต้น–มาตรฐาน–ขั้นสูง พร้อมเกณฑ์ให้ปรับตัวชี้วัดในกรณีปัจจัยภายนอกควบคุมไม่ได้ ทั้งนี้ผลประเมินส่วนราชการจะเชื่อมโยงกับการประเมินหัวหน้าส่วนราชการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐ และถือเป็นงานตามกฎหมาย ไม่ขัดต่อหลักการหลังการยุบสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169
 

ข้อสอบ 

1. หากจังหวัดต้องปรับเปลี่ยนค่าเป้าหมายตัวชี้วัดเนื่องจากภัยพิบัติรุนแรงตามหลักเกณฑ์ ก.พ.ร. หน่วยงานแรกที่ต้องพิจารณาคือใคร? 

ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. คณะกรรมการกำกับการประเมินฯ จังหวัด
ค. อ.ก.พ.ร.
ง. กระทรวงมหาดไทย

2. จุดมุ่งหมายสำคัญของการเชื่อมโยงผลประเมินส่วนราชการกับการประเมินผู้บริหารระดับสูงคือข้อใด?

ก. เพิ่มคะแนนการประเมินของกระทรวง
ข. ให้หัวหน้าส่วนราชการผลักดันนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ
ค. ลดภาระงานของผู้ประเมินระดับประเทศ
ง. ทำให้ค่าคะแนนอยู่ในระดับมาตรฐานขั้นสูง

3. “Joint KPIs by Agenda” มีบทบาทเด่นที่สุดในสถานการณ์ใด?

ก. การวัดผลงานประจำตามภารกิจพื้นฐาน
ข. การแก้ปัญหาพื้นที่เฉพาะที่ซับซ้อน
ค. การขับเคลื่อนประเด็นนโยบายสำคัญที่ต้องร่วมมือหลายหน่วยงาน
ง. การติดตามผลลัพธ์ตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด

4. หากส่วนราชการเสนอ “ตัวชี้วัดใหม่” ระหว่างปี คณะกรรมการควรดำเนินการตามหลักเกณฑ์ใด?

ก. พิจารณาได้หากไม่เพิ่มภาระงบประมาณ
ข. พิจารณาได้เฉพาะตัวชี้วัดระดับกระทรวง
ค. ไม่กำหนดตัวชี้วัดใหม่ระหว่างปีโดยเด็ดขาด
ง. พิจารณาได้เมื่อมีนโยบายใหม่ของคณะรัฐมนตรี

5. เหตุใดมติ ครม. ครั้งนี้ไม่ขัดมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญ แม้เกิดหลังยุบสภา?

ก. เป็นการใช้งบคงค้างที่คณะรัฐมนตรีชุดเดิมอนุมัติแล้ว
ข. เป็นเพียงการกำหนดเป้าหมายใหม่ ไม่ใช่นโยบาย
ค. เป็นงานปกติตามกฎหมาย ไม่ใช่การสร้างพันธะใหม่ให้รัฐบาลชุดต่อไป
ง. อยู่ภายใต้อำนาจกระทรวงมหาดไทยโดยตรง
 
 

คลิกเฉล >>>

 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น