สมาชิกเข้าสู่ระบบ

แนวทางการของบประมาณจาก อปท.ของสถานศึกษา ศธ.

เพื่อเป็นการป้องกันการจ่ายงบประมาณที่ซ้ำซ้อน โดยมีหน่วยงาน สตง. เป็นผู้ตรวจสอบการใช้เงินให้ถูกต้องอีกสำทับหนึ่ง มีหนังสือที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ คือ.

1. มท 0893.3/ 0020 ลว 6 มกราคม 2552 เรื่อง การอุดหนุนงบประมาณให้โรงเรียนสังกัด สพฐ.

2. มท 0808.2/3616 ลว. 24 มิถุนายน 2559 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2559 

โดยมีแนวทางปฏิบัติ สรุปได้ ดังนี้

1. โรงเรียนที่จะขอรับเงินอุดหนุนจาก อปท. ต้องเขียนโครงการระบุวัตถุประสงค์โดยละเอียดว่ามีอำนาจหน้าที่และเป็นอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นตามพรบอะไร และต้องการเงินไปทำอะไร จำนวนเท่าไร

2. โรงเรียนต้องนำโครงการดังกล่าวฯ เข้าที่ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนขอความเห็นชอบ (โดยแนบหลักฐานรายงานการประชุมให้ อปท. ด้วย)

3. โรงเรียนต้องเสนอโครงการดังกล่าวไปยังเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเข้าที่ประชุมคณะกรรมการด้านการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อยืนยันว่าเขตพื้นที่ ไม่มีงบประมาณสนุนสนุนจริง (โดยแนบรายงานการประชุมของคณะกรรมการฯ ให้ อปท. ด้วย)

4. โรงเรียนนำโครงการดังกล่าว ไปขอรับการอุดหนุนจาก อปท. ล่วงหน้า 1 ปี (ส่งประมาณเดือนมิถุนายนของทุกปี)

5. อปท.นำโครงการดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการด้านการศึกษาของ อปท. นั้นๆ ถ้าไม่ผ่านก็ตกไป ถ้าผ่าน

6. อปท. จะนำใส่ไว้ในแผนพัฒนา อปท. 3 ปี และตราเป็นเทศบัญญัติ/ข้อบัญญัติ

7. โรงเรียนทำหนังสือขออนุมัติรับการอุดหนุน(ใช้เงิน) หลังจากที่เทศบัญญัติ/ข้อบัญญัติมีผลบังคับใช้

8. เมื่อโรงเรียนนำงบประมาณไปใช้แล้ว เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ โรงเรียนต้องรายงานการใช้งบประมาณโดยละเอียด พร้อมภาพประกอบ หากงบประมาณเหลือจ่าย ต้องส่งคืน อปท.

 

 

ที่มา ; กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มท.

 

 

 

สรุปสาระสำคัญ 
แนวทางการขอรับเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำหรับโรงเรียนสังกัด สพฐ. มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการใช้งบประมาณซ้ำซ้อน โดยมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบความถูกต้อง อ้างอิงหนังสือสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ หนังสือ มท 0893.3/ว 0020 และระเบียบ มท 0808.2/ว3616 พ.ศ.2559 กระบวนการเริ่มจากโรงเรียนจัดทำโครงการอย่างละเอียด ระบุอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และงบประมาณที่ต้องการ จากนั้นเสนอให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณา และส่งต่อให้เขตพื้นที่การศึกษายืนยันว่าไม่มีงบประมาณสนับสนุนจริง แล้วจึงเสนอขอรับการอุดหนุนจาก อปท. ล่วงหน้า 1 ปี เมื่อ อปท. เห็นชอบ จะบรรจุโครงการในแผนพัฒนา 3 ปี และตราเป็นข้อบัญญัติ หลังข้อบัญญัติมีผล โรงเรียนจึงขออนุมัติใช้เงินได้ เมื่อดำเนินโครงการเสร็จต้องรายงานผลการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส พร้อมหลักฐาน หากมีเงินเหลือต้องส่งคืน อปท. กระบวนการนี้เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการประสานงานหลายฝ่าย

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 จุดมุ่งหมายสำคัญของแนวทางนี้คือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณให้โรงเรียน
ข. ลดภาระงานครู
ค. ป้องกันการใช้งบซ้ำซ้อน
ง. เพิ่มอำนาจ อปท.
เฉลย: ค เพราะเน้นลดความซ้ำซ้อนและตรวจสอบได้

ข้อ 2 หน่วยงานใดทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงิน
ก. สพฐ.
ข. สตง.
ค. อปท.
ง. เขตพื้นที่
เฉลย: ข สตง.มีหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณ

ข้อ 3 ขั้นตอนแรกที่โรงเรียนต้องทำคืออะไร
ก. ขออนุมัติใช้เงิน
ข. เขียนโครงการ
ค. ส่งรายงาน
ง. ขอประชุม อปท.
เฉลย: ข ต้องจัดทำโครงการให้ชัดเจนก่อน

ข้อ 4 การเสนอคณะกรรมการสถานศึกษามีวัตถุประสงค์ใด
ก. ตรวจสอบงบ
ข. รับรองโครงการ
ค. จัดสรรเงิน
ง. ตัดสินใจแทน อปท.
เฉลย: ข เพื่อให้ความเห็นชอบ

ข้อ 5 เขตพื้นที่การศึกษามีบทบาทสำคัญคืออะไร
ก. อนุมัติเงิน
ข. ตรวจสอบโครงการ
ค. ยืนยันว่าไม่มีงบสนับสนุน
ง. จัดทำแผน
เฉลย: ค เพื่อป้องกันงบซ้ำซ้อน

ข้อ 6 การยื่นขออุดหนุนต้องทำล่วงหน้ากี่ปี
ก. 6 เดือน
ข. 1 ปี
ค. 2 ปี
ง. 3 ปี
เฉลย: ข ต้องเสนอแผนล่วงหน้า 1 ปี

ข้อ 7 หาก อปท. เห็นชอบ โครงการจะถูกดำเนินการอย่างไร
ก. ใช้เงินทันที
ข. ส่งให้ สพฐ.
ค. บรรจุในแผน 3 ปี
ง. ยกเลิก
เฉลย: ค ต้องเข้าสู่แผนพัฒนา

ข้อ 8 โรงเรียนสามารถใช้เงินได้เมื่อใด
ก. หลังเขียนโครงการ
ข. หลังประชุมเขต
ค. หลังข้อบัญญัติมีผล
ง. หลังเสนอ อปท.
เฉลย: ค ต้องรอข้อบัญญัติบังคับใช้

ข้อ 9 หากใช้งบแล้วเหลือเงินควรทำอย่างไร
ก. เก็บไว้ใช้ต่อ
ข. ส่งคืน อปท.
ค. แบ่งให้ครู
ง. ซื้อวัสดุเพิ่ม
เฉลย: ข ต้องคืนเพื่อความโปร่งใส

ข้อ 10 แนวปฏิบัตินี้สะท้อนหลักธรรมาภิบาลด้านใดมากที่สุด
ก. ความรวดเร็ว
ข. ความโปร่งใส
ค. ความยืดหยุ่น
ง. ความสะดวก
เฉลย: ข เน้นตรวจสอบได้ โปร่งใส และรับผิดชอบ