
ปัจจุบันองคมนตรีมีทั้งสิ้น 18 คน รวมประธานคือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา
ในรัชสมัยปัจจุบัน การเลือกและการแต่งตั้งองคมนตรี เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย และบทบัญญัตแห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งนี้ สำนักงานองคมนตรี เป็นส่วนราชการในพระองค์ตามพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560
สำหรับคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของการดำรงตำแหน่งองคมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มีดังนี้
มาตรา 10 พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรี คนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี
คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
มาตรา 11 การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตําแหน่ง ให้เป็นไป ตามพระราชอัธยาศัย
มาตรา 12 องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองอื่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่น ของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง หรือข้าราชการเว้นแต่การเป็นข้าราชการในพระองค์ ในตําแหน่งองคมนตรี และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ
มาตรา 13 ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคํา ดังต่อไปนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
มาตรา 14 องคมนตรีพ้นจากตําแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจาก ตําแหน่ง
รายชื่อ ประธานองคงมนตรี-องคมนตรี
ประวัติความเป็นมาขององคมนตรี
สำนักงานองคมนตรี เป็นหน่วยงานที่มีประวัติความเป็นมาและพัฒนาการอันยาวนาน เริ่มตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏตำแหน่งที่เรียกว่า “เคลิกออฟเคาน์ซิลลอร์” ในพระราชบัญญัติ ปรีวีเคาน์ซิลคือที่ปฤกษาในพระองค์ ซึ่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 1 วันอาทิตย์ เดือน 9 แรม 10 ค่ำ ปีจอฉศก จุลศักราช 1236 มีหน้าที่ในการจดรายชื่อจำนวนที่ปฤกษาราชการในพระองค์ การรับแจ้งกรณีที่ปฤกษาราชการในพระองค์จะเดินทางออกจากพื้นที่ปฏิบัติงาน และการร่างจดหมายเชิญประชุมที่ปฤกษาราชการในพระองค์
ต่อมาใน พ.ศ. 2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตรา “พระราชบัญญัติองคมนตรี” ขึ้นแทน “พระราชบัญญัติ ปรีวีเคาน์ซิลคือที่ปฤกษาในพระองค์” ซึ่งในมาตรา 10 ได้บัญญัติถึงตำแหน่ง “เลขาธิการองคมนตรี” ไว้ว่า
“พระเจ้าแผ่นดินจะได้ทรงตั้งข้าราชการในกรมราชเลขาธิการคนหนึ่งขึ้นไว้ในตำแหน่งเลขาธิการองคมนตรีเป็นเจ้าพนักงานประจำ มีหน้าที่เป็นผู้รักษาทะเบียนองคมนตรีและเป็นเลขาธิการของที่ประชุมสภากรรมการองคมนตรี” และมี “กองเลขาธิการองคมนตรี” เป็นส่วนราชการระดับกองในกรมราชเลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับองคมนตรีในช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จนในที่สุดได้มีการตราประกาศยกเลิก พระราชบัญญัติองคมนตรี พุทธศักราช 2470 ส่งผลให้ตำแหน่งองคมนตรีถูกยุบเลิกไป และมีผลต่อการยุบเลิกข้าราชการ ในกองเลขาธิการองคมนตรีไปด้วย
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีการประกาศใช้ “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492” ซึ่งในมาตรา 13 ได้บัญญัติถึงคณะองคมนตรีและหน้าที่ขององคมนตรี
ความว่า
“พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอีกไม่มากกว่าแปดคน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้”
ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแรกที่บัญญัติถึงคณะองคมนตรีและหน้าที่ของคณะองคมนตรี จากนั้นได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ “หม่อมเจ้านิกรเทวัญ เทวกุล” ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะองคมนตรี ควบคู่กับตำแหน่งราชเลขาธิการ
“สำนักเลขาธิการองคมนตรี” ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกโดย “ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 297” ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 12 ธันวาคม 2515 ซึ่งให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักราชเลขาธิการ พ.ศ. 2506 และให้แบ่งส่วนราชการสำนักราชเลขาธิการออกเป็น 6 กอง โดยมี “สำนักเลขาธิการองคมนตรี” เป็นส่วนราชการระดับกองเพิ่มขึ้นมาจากเดิม
และได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานเลขาธิการคณะองคมนตรี” นับตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักราชเลขาธิการ พ.ศ. 2518 เป็นต้นมา จวบจนกระทั่งเมื่อพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2560 จึงใช้ชื่อว่า “สำนักงานองคมนตรี” ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์หน่วยหนึ่งในทั้งหมด 3 หน่วยราชการในพระองค์
ปัจจุบันสำนักงานองคมนตรี เป็นส่วนราชการในพระองค์ตามพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มีหน้าที่สนับสนุนภารกิจขององคมนตรีในการปฏิบัติหน้าที่ถวายพระมหากษัตริย์และการอื่นตามพระราชอัธยาศัย โดยมีเลขาธิการองคมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการ
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 กรกฎาคม 2566

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา' เป็น องคมนตรี
วันที่ 29 พ.ย. 2566 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ เรื่อง แต่งตั้งองคมนตรี ความว่า
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งองคมนตรีตามประกาศ ลงวันที่ 21 ตุลาคม พุทธศักราช 2565 แล้วนั้น
บัดนี้ ทรงพระราชดำริเห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งองคมนตรีเพิ่มขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และ 11 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น องคมนตรี
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน
ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน 2566