สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ตั้ง กก.สอบ ผอ.ร.ร.ย่านบางบัวทอง หลังเด็กทำปืนลั่น

จากกรณีคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้ระเบิด ทำให้นักเรียนชายวัย 15 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าสาหัส บริเวณคิ้วซ้ายมีบาดแผลแตกลึก เจ้าหน้าที่เร่ง PCR แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการสอบสวนทราบว่า เพื่อนทำปืนลั่นใส่ สารภาพพกปืนปากกาเข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์นั้น

เมื่อวันที่ 15 กันยายน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดยจะต้องดูข้อเท็จจริงว่าเด็กพกปืนปากกาเข้ามาในโรงเรียนได้อย่างไร และเป็นความบกพร่องของผู้บริหารโรงเรียนหรือไม่ แต่เบื้องต้นการที่เด็กสามารถพกปืนเข้ามาในโรงเรียนได้ก็ต้องถือว่าผู้บริหารมีความบกพร่อง

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 15 กันยายน 2565

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ไม่ใช่คีย์บอร์ดระเบิด! ที่แท้เพื่อนทำปืนลั่นใส่ สารภาพพกปืนปากกา เข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์

จากกรณีคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้ระเบิด ทำให้นักเรียนชายวัย 15 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าสาหัส บริเวณคิ้วซ้ายมีบาดแผลแตกลึก เจ้าหน้าที่เร่ง PCR แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ล่าสุด วันที่ 15 กันยายน 2565 พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ที่เกิดเหตุ พบเด็กนักเรียนชายที่เสียชีวิตถูกวัตถุบางสิ่งบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ทำให้มีบาดแผลที่บริเวณใบหน้า 1 จุด เป็นสาเหตุทำให้เสียเลือดมากจนทำให้เสียชีวิต ซึ่งยังไม่ยืนยันแน่ชัดว่าวัตถุดังกล่าวเป็นสิ่งใด ต้องรอการตรวจสอบจากแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันอีกครั้ง เบื้องต้นจากการตรวจสอบในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ไม่พบวัตถุที่เป็นอาวุธปืน หรือระเบิด

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเพื่อนนักเรียนไปสอบปากคำ ต่อมาได้รับสารภาพว่ามีเพื่อนนำปืนปากกาไปในห้องเรียน หลังจากนั้นได้ทำปืนลั่นเข้าตาด้านซ้าย เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุการเกิดปืนลั่น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนว่าปืนดังกล่าวมาได้อย่างไร และเกิดเหตุขึ้นได้อย่างไร

ต่อมา เวลา 17.00 น. พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เดินทางเข้าสอบปากคำเพื่อนนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่าขณะนี้ยังไม่สรุปสาเหตุ ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นไม่เชื่อคำให้การของคณะครู นักเรียน และผู้เกี่ยวข้องว่าเกิดจากแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ระเบิดใส่หน้า จึงสั่งฝ่ายสืบสวน สภ.บางบัวทอง ดูร่องรอยบาดแผลใหม่อีกครั้ง พบเป็นรอยกระสุนปืนเจาะที่เบ้าตา ด.ช.นพศิลป์ ผู้เสียชีวิต 

รายงานว่า พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ไม่เชื่อคำให้การของคณะครู นักเรียน และผู้เกี่ยวข้องว่าเกิดจากแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ระเบิด

สั่งฝ่ายสืบสวน สภ.บางบัวทอง ไปดูร่องรอยบาดแผลใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่าเป็นรอยกระสุนปืน เจาะเข้าเบ้าตาน้องนพศิลป์ นักเรียน ม.3/2 โรงเรียนลาดปลาดุก ล่าสุด คุมตัวเพื่อนน้องนพศิลป์สอบสวน ยอมรับว่าพกปืนปากกาไทยประดิษฐ์เข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์แล้วเกิดลั่น 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 15 กันยายน 2565

 

ข่าวเกี่ยวกัน

เปิดแชทนักเรียน ม.3 ทักหารุ่นพี่บอกทำปืนลั่นใส่เพื่อน ขอให้ช่วยนำไปทิ้ง ซึ่งวงจรปิดจับภาพขณะทิ้งปืนในคลองได้ ล่าสุดตำรวจงมเจอแล้ว เป็นปืนไทยประดิษฐ์

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของเด็กนักเรียนชาย ม.3/2 ระหว่างเรียนวิชาออกแบบในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ล่าสุดชัดเจนแล้วว่าเป็นการถูกยิงเสียชีวิต ไม่ใช่ถูกคีย์บอร์ดระเบิดใส่ตามที่มีการกล่าวอ้าง โดย ด.ช.ผู้ก่อเหตุอ้างนำปืนมาโชว์เพื่อนแต่ทำตกจนปืนลั่นใส่ผู้ตาย

เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 15 ก.ย. 2565 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรภาค 1 ได้นำตัว ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ผู้ก่อเหตุทำปืนลั่นใส่ ด.ช.นพศิลป์ อายุ 14 ปี เพื่อนนักเรียนเสียชีวิต ที่ห้องคอมพิวเตอร์ พร้อมด้วย ด.ช.บี (นามสมมติ) เพื่อนสนิทที่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์มานำปืนไปทิ้ง โดยนำตัวเด็กทั้ง 2 คนไปชี้จุดทิ้งปืน บริเวณคลองบางไผ่ ใกล้รร.กสิณธร ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการงมหาประมาณ 1 ชม.จึงพบ เป็นปืนไทยประดิษฐ์

จากการสอบถาม นายกัน (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี เพื่อนรุ่นพี่ที่เอาปืนไปทิ้ง เปิดเผยว่า วันนี้ ด.ช.เอ ได้โทรมาหาแต่ตนไม่ได้รับสาย จากนั้นเพื่อนอีกคนได้กดเข้าไปอ่านในแชท พบว่า ด.ช.เอแชทมาบอกว่าทำปืนลั่นใส่เพื่อน ตนก็รีบขับรถออกไปหาที่โรงเรียนวนหาแต่ไม่เจอ ต่อมาน้องได้วิ่งมาหาตนขณะจอดรถรอที่ด้านหน้าโรงเรียน โดย ด.ช.เอ ส่งเสื้อให้หนึ่งตัวเป็นลักษณะม้วนมา ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดอะไร จึงขับรถกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านได้สะบัดเสื้อออกปืนจึงได้หล่นลงมา ตนและเพื่อนจึงรีบขับรถน้ำปืนไปทิ้งที่คลองบางไผ่

ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพได้เวลา 17.17 น.ที่ศาลารอรถโดยสาร ถนนเลียบคลองบางไผ่ พบกลุ่มเยาวชนชายจำนวน 5 คนนั่งอยู่ภายในศาลา จากนั้นเยาวชนสวมเสื้อแขนยาวสีดำได้ลุกยืนขึ้นแล้วโน้มตัวก้มลงออกมานอกศาลา เหมือนหย่อนอาวุธปืนทิ้งลงไปในคลอง ก่อนที่ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็งมปืนที่ใช้ก่อเหตุจนเจอ เป็นปืนขนาด .38 ไทยประดิษฐ์ 

ที่มาwww.thairath.co.th

 

ข่าวเกี่ยวกัน

รับแล้วตั้งใจยิง เพื่อนดับคาห้องเรียน ลงมือจากข้างหลัง

จากกรณีมีเสียงคล้ายระเบิดในห้องเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ส่งผลให้นักเรียนชายชั้น ม.3 เสียชีวิตทันที จากนั้นตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ กระทั่งพบว่าสาเหตุเกิดจากถูกกระสุนปืนเสียชีวิต ขณะที่เพื่อนนักเรียนอ้างทำปืนลั่น ส่วนปืนนั้นเป็นของพระ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 15 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ลงพื้นที่ตรวจค้นบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง หลังสอบสวนปากคำเพื่อนนักเรียนชายร่วมชั้นกับผู้เสียชีวิตแล้วพบพิรุธ

จึงสอบเค้นอย่างละเอียดก่อนที่เพื่อนนักเรียนชายร่วมชั้นเรียนกับผู้ตายจะให้การรับสารภาพว่า ได้ขโมยอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 จากพระวัดลาดปลาดุก ซึ่งรู้จักสนิทสนม มาเพื่อเคลียร์ปัญหากับเพื่อนนักเรียนผู้ตาย ก่อนจะตัดสินควักอาวุธปืนที่เตรียมมาจ่อยิงศีรษะด้านหลัง ขณะกำลังนั่งเรียนคอมพิวเตอร์ ทำให้กระสุนถูกศีรษะทะลุไปออกเหนือคิ้วตาซ้าย ก่อนกระสุนจะไปถูกแป้นคีย์บอร์ดจนได้รับความเสียหายตามภาพที่ปรากฎออกมา

โดยผู้ก่อเหตุรับสารภาพอีกว่า หลังเกิดเหตุช่วงชุลมุนได้โทรศัพท์หาเพื่อนสนิทคนหนึ่งให้มาที่โรงเรียน เพื่อนำเอาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุไปซ่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังกำลังลงพื้นที่ติดตามค้นหาอาวุธปืนดังกล่าวอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันพระที่ถูกอ้างว่าเป็นของปืนได้เดินทางที่โรงพัก เพื่อให้ปากคำกับตำรวจแล้ว 

ที่มา  ; ข่าว Msn

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช-อัมพร’ ป้องผอ.ร.ร.-ครู ไม่ปกปิดข้อมูล ประสานตำรวจหาหลักฐาน

จากกรณีคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนวัดลาดปลาดุก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้ระเบิด ทำให้นักเรียนชายวัย 15 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าสาหัส บริเวณคิ้วซ้ายมีบาดแผลแตกลึก เจ้าหน้าที่เร่ง PCR แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการสอบสวนทราบว่า เพื่อนทำปืนลั่นใส่ สารภาพพกปืนปากกาเข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์ ล่าสุดนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.) ได้สั่งให้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง นั้น 

เมื่อวันที่ 16 กันยายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า  ศธ.มีความห่วงใย แต่ต้องรอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะขณะนี้มีข้อมูลเข้ามาหลายทาง โดยตนได้มอบหมายให้นายอัมพร ลงพื้นที่โรงเรียนวัดลาดปลาดุก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงพูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการ สพท. รวมถึงประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ทั้งนี้ ตนให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยทุกมิติ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และคงต้องถอดบทเรียน ไปดูว่า ควรต้องระมัดระวังเรื่องใดในบริบทต่อไป รวมอาจจะต้องมีมาตรการแนวทางในการดูแลที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะในโรงเรียนที่มีความเสี่ยง 

ทาง ศธ.มีความห่วงใย แต่ต้องรอข้อมูลที่ชัดเจน เพราะข้อมูลมาจากหลายทาง เชื่อว่าโรงเรียนไม่ได้มีเจตนาปกปิดข้อมูล เพราะฉะนั้นยังไม่อยากพูด อยากให้ข้อมูลชัดเจนก่อน เพื่อไม่ให้ข้อมูลผิดเพี้ยนไปอีก โดยเฉพาะข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่จะได้สามารถดำเนินการได้รอบคอบมากขึ้น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน รวมถึงได้ขอให้ทาง สพฐ. ลงไปดูแลและเยียวยากับครอบครัวผู้สูญเสีย ” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องหามาตรการป้องกันนักเรียนนำอาวุธเข้าไปในโรงเรียนอย่างไร น.ส.ตรีนุช  กล่าวว่า ยืนยันว่า ศธ. ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย แต่โรงเรียน 3 หมื่นกว่าโรงเรียนที่บริบทในเรื่องความปลอดภัยที่แตกต่างกัน  เพราะฉะนั้นแต่ละแห่งก็ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยในบริบทของตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง อาจต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเข้าไปให้เข้าข้นมากขึ้น เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ความจะเกิดขึ้น 

นายอัมพร กล่าวว่า  ตนได้มีการพูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียน และผอ.เขตพื้นที่ฯ แล้วทางโทรศัพท์  และจะลงพื้นที่ไปดูข้อเท็จจริงด้วยตัวเองอีกครั้ง เบื้องต้นทางผู้อำนวยการโรงเรียน ให้ข้อมูลว่า เหตุที่เกิดขึ้น เป็นอุบัติเหตุ โดยเป็นการสื่อสารระหว่างครู กับนักเรียนว่า เกิดจากคอมพิวเตอร์ระเบิด เนื่องจากเวลานั้นไม่มีใครเห็นปืน มาเจอปืนอีกทีก็ตอนที่งมขึ้นมาจากน้ำ ส่วนเหตุการณ์จริงเป็นอย่างไร ต้องรอการสืบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดเองได้ ต้องให้กองพิสูจน์หลักฐาน เป็นผู้ตรวจสอบ  ยืนยันว่า ทางโรงเรียนไม่ได้มีการปกปิดข้อมูล เพราะโลกปัจจุบันเชื่อว่าไม่มีใครปกปิดได้ โดยเท่าที่ฟังรายงานเบื้องต้น ทันทีที่เกิดเหตุ เด็กเป็นคนบอกครูว่า คอมพิวเตอร์ระเบิด ครูจึงไปแจ้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนรับทราบ และแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ต้องรอความชัดเจน 

เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทย และปืนที่ใช้ก่อเหตุก็เป็นปืนประดิษฐ์ ซึ่งเท่าที่ดูจากหลายเหตุการณ์บ้านเราหาปืนได้ง่ายมาก ดังนั้นต้องมีมาตรการ เฝ้าระวังติดตามพฤติกรรมเด็ก ว่ามีความเสี่ยงแค่ไหน อย่างไร ถ้าเรามีเป้าหมายในการดูพฤติกรรมความเสี่ยงของบุคคลได้ ก็จะทำให้เหตุการณ์ลักษณะนี้ลดลง โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เด็กต้องเรียนออนไลน์ เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เด็กต่างคน ต่างอยู่ พอได้มาอยู่รวมกัน ก็อาจจะมีมิติทางสังคมเกิดขึ้น เรื่องกายใจ ของนักเรียนเริ่มมีปัญหา นำมาสู่การตัดสินที่อาจจะผิดพลาด เพราะความที่ไม่คลุมคลีกันมาตลอด 2 ปี เป็นผลที่ รัฐมนตรีว่าการศธ. ให้ความสำคัญ ซึ่งสพฐ. จะทำความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต เพื่อดูแลเรื่องนี้ต่อไป” นายอัมพร กล่าว 

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนทางผู้อำนวยการโรงเรียน และครูที่ดูแล จะมีความผิดหรือไม่นั้น แน่นอนว่า เรื่องนี้ทางโรงเรียนต้องรับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว แต่ต้องไปดูว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากความประมาทแค่ไหนอย่างไร  หรือเกิดจากเหตุสุดวิสัย ซึ่งต้องไปดูความข้อเท็จจริงก่อน จึงจะสามารถชี้ได้ว่า จะทำอย่างไรต่อไป ตรงนี้เป็นไปตามฐานข้อมูลและแนวปฏิบัติ 

 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 16 กันยายน 2565

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น