สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M468_ศธ.เดินหน้าดูแลสุขภาพจิตผู้เรียน สร้างโรงเรียนแห่งความสุข

เมื่อวันที่ 17 ต.ค. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการศึกษา “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” การจัดทำแพลตฟอร์ม และพัฒนาระบบแนะแนวการเรียนและเป้าหมายชีวิต ว่า ที่ประชุมได้มีการรับฟังการนำเสนอแผนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต ประจำปีงบประมาณ 2568 ของหน่วยงานในสังกัด ซึ่งมีแผนงานที่เด่นชัด เช่น โครงการ 1 วิทยาลัย 1 ครูอนามัย, HERO-V ระบบคัดกรองผู้เรียน, School Health HERO เฝ้าระวังสุขภาพจิตนักเรียน, ค่ายพลังใจ นักเรียนไทย ล้มได้ ลุกเป็น, โครงการเด็กไทย Full HD (High ความดี) โรงเรียนแห่งความสุข Happy School Happy Student ซึ่งจะเน้นการดำเนินงานเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาสุขภาพจิตของผู้เรียน เน้นกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิงรุก สร้างค่านิยมในกลุ่มเด็กและผู้ปกครอง ผ่านสื่อที่สะดวกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่าย สร้างการรับรู้ การตื่นตัวเกี่ยวกับการบริหารสุขภาพจิตผู้เรียน 

โฆษก ศธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชุมดังกล่าวยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงการดำเนินงานร่วมกันด้านอื่นๆ โดยในฐานะที่ตนเป็นฝ่ายจัดทำนโยบายจึงเข้าใจถึงข้อจำกัดของแต่ละหน่วย แต่ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานภาพการขับเคลื่อนงานได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะ สพฐ. วางแนวทางว่าในปี 2567 จะเดินหน้าปรับปรุงเรื่องใด และในปี 2568 จะสานต่อโครงการต่างๆด้านการศึกษาในรูปแบบใดบ้าง ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ. นำแนวทางของ สพฐ. มาเป็นแบบอย่างการวางแผนงานจนเกิดวิธีการและผลสำเร็จ ค้นหาปัญหาทั้งในส่วนของครู นักเรียน และผู้ปกครองให้เจอ แล้วนำประเด็นนี้ไปหารือกับกรมสุขภาพจิต เพื่อให้ช่วยดูในเชิงภาพรวมของกระทรวง หาเครื่องมือที่สามารถตรวจเจอกลุ่มคนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษแล้วนำกระบวนการมาเริ่มใช้ นำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ของ ศธ. ด้วยการบอกสังคมให้ได้รู้ว่าเรามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ปลุกสังคมให้ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพจิตของผู้เรียนและสถานศึกษา สร้างค่านิยมทางการศึกษาร่วมกัน 

ทุกวันนี้ครูมีภาระงานที่หนักมาก ขณะที่ลูกหลานถูกกดดันจากหลายด้าน ดังนั้นอยากให้มีการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ต้องสร้างความรับรู้กับสังคมให้เกิดการมีส่วนร่วม คิดนอกกรอบในการพัฒนางานให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้หลากหลายช่องทาง ให้เกิดการรับรู้มากที่สุด สิ่งสำคัญต้องไม่เพิ่มภาระให้ครู และไม่เพิ่มภาระด้านงบประมาณด้วย” นายสิริพงศ์ กล่าว 

ศธ. ขับเคลื่อนแนวทางการดูแลสุขภาพจิตผู้เรียน ย้ำใช้สื่อสร้างสรรค์ เข้าถึงง่ายในวงกว้าง ไม่เพิ่มภาระครู 

ที่มา ; เดลินิวส์ 17 ตุลาคม 2566

เกี่ยวข้องกัน

ผู้ช่วยรมว.ศธ.ปลื้มแผนสพฐ.เสนอป้องกัน-ดูแลสุขภาพจิตผู้เรียน ให้ทุกหน่วยงานศึกษาเป็นตัวอย่าง   

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษกศธ.เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการศึกษา “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” การจัดทำแพลตฟอร์ม และพัฒนาระบบแนะแนวการเรียนและเป้าหมายชีวิต ว่า 

ที่ประชุมได้มีการรับฟังการนำเสนอแผนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต ประจำปีงบประมาณ 2568 ของหน่วยงานในสังกัด ซึ่งมีแผนงานที่เด่นชัด อาทิ 

·      โครงการ 1 วิทยาลัย 1 ครูอนามัย,

·      HERO-V ระบบคัดกรองผู้เรียน,

·      School Health HERO เฝ้าระวังสุขภาพจิตนักเรียน,

·      ค่ายพลังใจ นักเรียนไทย ล้มได้ ลุกเป็น,

·      โครงการเด็กไทย Full HD (High ความดี) โรงเรียนแห่งความสุข Happy School Happy Student 

ซึ่งจะเน้นการดำเนินงานเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาสุขภาพจิตของผู้เรียน เน้นกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิงรุก สร้างค่านิยมในกลุ่มเด็กและผู้ปกครอง ผ่านสื่อที่สะดวกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่าย สร้างการรับรู้ การตื่นตัวเกี่ยวกับการบริหารสุขภาพจิตผู้เรียน 

กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชุมดังกล่าวยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงการดำเนินงานร่วมกันด้านอื่นๆ โดยในฐานะที่ตนเป็นฝ่ายจัดทำนโยบาย จึงเข้าใจถึงข้อจำกัดของแต่ละหน่วย 

แต่ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานภาพการขับเคลื่อนงานได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะสพฐ.วางแนวทางว่า ในปี 2567 จะเดินหน้าปรับปรุงเรื่องใด และในปี 2568 จะสานต่อโครงการต่าง ๆ ด้านการศึกษาในรูปแบบใดบ้าง 

ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดศธ.นำแนวทางของสพฐ.ไปเป็นแบบอย่างการวางแผนงาน จนเกิดวิธีการและผลสำเร็จ ค้นหาปัญหาทั้งในส่วนของครู นักเรียน และผู้ปกครองให้เจอ แล้วนำประเด็นนี้ไปหารือกับกรมสุขภาพจิต เพื่อให้ช่วยดูในเชิงภาพรวมของกระทรวง 

อีกทั้ง หาเครื่องมือที่สามารถตรวจเจอกลุ่มคนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ แล้วนำกระบวนการมาเริ่มใช้ นำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ของ ศธ. ด้วยการบอกสังคมให้ได้รู้ว่า เราจะมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ปลุกสังคมให้ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพจิตของผู้เรียนและสถานศึกษา สร้างค่านิยมทางการศึกษาร่วมกัน เนื่องจากทุกวันนี้ครูมีภาระงานที่หนักมาก ขณะที่ลูกหลานถูกกดดันจากหลายด้าน 

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกด้วยว่า  อยากให้มีการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ต้องสร้างความรับรู้กับสังคมให้เกิดการมีส่วนร่วม คิดนอกกรอบในการพัฒนางานให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้หลากหลายช่องทางให้เกิดการรับรู้มากที่สุด สิ่งสำคัญต้องไม่เพิ่มภาระให้ครู และไม่เพิ่มภาระด้านงบประมาณด้วย 

ที่มา ; edunewssiam  17 ตุลาคม 2023

เกี่ยวข้องกัน

ศธ. ขับเคลื่อนแนวทางดำเนินงาน “สุขภาพจิตผู้เรียน-ผู้สอน-ผู้ปกครอง”

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษกศธ. เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการศึกษา “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” (Anywhere Anytime) จัดทำแพลตฟอร์ม และพัฒนาระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต ซึ่งมีการหารือการขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพจิตของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับฟังการนำเสนอแผนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของหน่วยงานในสังกัดของศธ. ซึ่งได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานเรื่องแผนกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิงรุก สร้างการรับรู้การตื่นตัวเกี่ยวกับการบริหารสุขภาพจิตผู้เรียนผ่านสื่อที่หลากหลาย เข้าใจง่าย “มองเห็นทิศทางในการขับเคลื่อนเยาวชน ให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยสุขภาวะที่ดี โดยเป็นการหารือต่อเนื่องเพื่อดูนโยบาย นำเสนอการขับเคลื่อนงาน เพราะแต่ละหน่วยงานมีภารกิจไม่เหมือนกัน ทบทวนปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินการเดิมและดูความพร้อมในปีงบประมาณ ปี 2568 เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพทางจิต สุขภาวะโดยรวมทั้ง 4 ด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม สร้างการตระหนักรู้เพื่อป้องกันและส่งเสริมให้คนมีความสนใจและระวังมากขึ้น  

โฆษกศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้สิ่งสำคัญขณะนี้คือเรื่องเร่งด่วน เช่น โครงการครูแนะแนวที่จะขยายกลุ่มเพิ่ม เรื่องจิตวิทยาเกี่ยวกับครูแนะแนวในโรงเรียนมัธยมศึกษา การสร้างผู้นำในแต่ละรุ่น ควรคิดถึงผลกระทบให้รอบด้าน ตรวจสอบสุขภาพจิตโดยรวมของนักเรียนและครู เก็บข้อมูลในสถานศึกษาให้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยแบ่งรูปแบบเป็นสองส่วนทั้งสายสามัญและสายอาชีพให้ครอบคลุมทุกช่วงวัย มองปัญหาให้เจอให้ได้จะได้แก้ไขได้ถูกที่และทันท่วงที  

มีเครื่องมือคัดกรองสุขภาพจิตเด็กในวัยเรียน SDQ พฤติกรรม 5 ด้าน ที่กรมสุขภาพจิตออกแบบให้นักเรียน (เฉพาะเด็กโต) ครู และผู้ปกครองประเมิน แต่หากในอนาคตถ้าจะออกแบบพัฒนาใหม่ ควรทำแอพพลิเคชั่นให้ครอบคลุมมากขึ้นสามารถจัดการความเครียดได้ทั้งผู้เรียนและผู้สอน เพื่อความพร้อมในภาคเรียนนี้หรือการเปิดภาคเรียนในปีการศึกษา  แต่ควรเกิดขึ้นให้รวดเร็วที่สุด  

เรื่องแบบนี้รอไม่ได้ เพราะปัจจุบันมีข่าวก่อเหตุให้เห็นทุกวัน เราอาจจะไปป้องกันคนก่อเหตุไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราทำสิ่งที่ทำได้ให้เร็วที่สุดก่อน มีการตื่นตัวให้สังคมได้เห็นว่าเราไม่นิ่งเฉย ประชาสัมพันธ์กิจกรรมเชิงรุก เครื่องมือใดที่พร้อมให้ดึงมาใช้ได้ทันที” นายสิริพงศ์ กล่าว

ที่มา ; เดลินิวส์ 1 พฤศจิกายน 2566

เกี่ยวข้องกัน

ศธ.สั่ง" ทุกหน่วยทำแผนสุขภาพจิตเชิงรุก ทุกช่วงวัย ตอบโจทย์สุขภาวะ 4 ด้าน ป้องกันและส่งเสริมให้มีความสนใจและระวังมากขึ้น  

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ รับฟังการนำเสนอแผนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของหน่วยงานในสังกัด เน้นย้ำทุกหน่วยงาน จัดทำแผนกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิงรุก สร้างการรับรู้การตื่นตัวเกี่ยวกับการบริหารสุขภาพจิตผู้เรียนผ่านสื่อที่หลากหลาย เข้าใจง่าย “มองเห็นทิศทางในการขับเคลื่อนเยาวชน ให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยสุขภาวะที่ดี” 

กระทรวงศึกษาธิการ 30 ตุลาคม 2566 – พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการศึกษา “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” (Anywhere Anytime) จัดทำแพลตฟอร์ม และพัฒนาระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต ซึ่งมีการหารือการขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพจิตของกระทรวงศึกษาธิการ โดย นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม 

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการหารือต่อเนื่องเพื่อดูนโยบาย นำเสนอการขับเคลื่อนงาน เพราะแต่ละหน่วยงานมีภารกิจไม่เหมือนกัน ทบทวนปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินการเดิมและดูความพร้อมในปีงบประมาณ ปี 2568 เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพทางจิต สุขภาวะโดยรวมทั้ง 4 ด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม สร้างการตระหนักรู้เพื่อป้องกันและส่งเสริมให้คนมีความสนใจและระวังมากขึ้น 

สิ่งสำคัญในตอนนี้ คือ เรื่องเร่งด่วน เช่น โครงการครูแนะแนวที่จะขยายกลุ่มเพิ่ม เรื่องจิตวิทยาเกี่ยวกับครูแนะแนวในโรงเรียนมัธยม การสร้างผู้นำในแต่ละรุ่น ควรคิดถึงผลกระทบให้รอบด้าน ตรวจสอบสุขภาพจิตโดยรวมของนักเรียนและครู เก็บข้อมูลในสถานศึกษาให้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยแบ่งรูปแบบเป็นสองส่วนทั้งสายสามัญและสายอาชีพให้ครอบคลุมทุกช่วงวัย มองปัญหาให้เจอให้ได้จะได้แก้ไขได้ถูกที่และทันท่วงที 

ปัจจุบันมีเครื่องมือคัดกรองสุขภาพจิตเด็กในวัยเรียน SDQ พฤติกรรม 5 ด้าน ที่กรมสุขภาพจิตออกแบบให้นักเรียน (เฉพาะเด็กโต) ครู และผู้ปกครองประเมิน แต่หากในอนาคตถ้าจะออกแบบพัฒนาใหม่ ควรทำแอพพลิเคชั่นให้ครอบคลุมมากขึ้นสามารถจัดการความเครียดได้ทั้งผู้เรียนและผู้สอน เพื่อความพร้อมในเทอมนี้หรือเปิดเทอมรอบหน้า แต่ควรเกิดขึ้นให้รวดเร็วที่สุด 

“ เรื่องแบบนี้รอไม่ได้ เพราะปัจจุบันมีข่าวก่อเหตุให้เห็นทุกวัน เราอาจจะไปป้องกันคนก่อเหตุไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราทำสิ่งที่ทำได้ให้เร็วที่สุดก่อน มีการตื่นตัวให้สังคมได้เห็นว่าเราไม่นิ่งเฉย ประชาสัมพันธ์กิจกรรมเชิงรุก เครื่องมือใดที่พร้อมให้ดึงมาใช้ได้ทันที” นายสิริพงศ์ กล่าว 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการรับฟังการนำเสนอแผนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของหน่วยงานในสังกัด ซึ่งมีแผนงานที่เด่นชัด อาทิ ศูนย์ความปลอดภัยโครงการ 1 วิทยาลัย 1 ครูอนามัย, HERO-V ระบบคัดกรองผู้เรียน, School Health HERO, จิตอาสาอนามัยคุณธรรมนำชีวิตครูแนะแนวแกนนำให้ครบพื้นที่รับเปิดเทอม ปี 2567และการวิจัยการแพร่ทักษะทางสังคมของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21ระบบแนะแนวการเรียน Coaching เป้าหมายชีวิตและแพลตฟอร์มการเรียนรู้    

แผนงานทั้งหมดนี้ จะเป็นการเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา รวมถึการการรับนโยบายสู่การบูรณาการขับเคลื่อนระดับพื้นที่ โดยผ่านศึกษาธิการภาคและให้ทำงานเป็นเอกภาพ และประสานความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ปัญหาสุขภาพจิตของผู้เรียน เพื่อให้คำปรึกษากับผู้เรียนสามารถอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข 

โดยจะประชุมครั้งถัดไปในวันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2566  

ทีมา : edunewssiam 

สรุปสาระสำคัญ 

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการศึกษา “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” โดยเน้นการขับเคลื่อนแผนสุขภาพจิตผู้เรียน ปีงบประมาณ 2568 ของหน่วยงานในสังกัด ศธ. ซึ่งประกอบด้วยโครงการสำคัญ เช่น 1 วิทยาลัย 1 ครูอนามัย, HERO-V ระบบคัดกรองผู้เรียน, School Health HERO, ค่ายพลังใจ และโครงการเด็กไทย Full HD โดยมุ่งเน้นการป้องกัน–ส่งเสริมสุขภาพจิต ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์เชิงรุกที่เข้าถึงง่าย ไม่เพิ่มภาระครูหรืองบประมาณ

สพฐ. รายงานผลการขับเคลื่อนเชิงรูปธรรมมากที่สุด จึงถูกมอบหมายให้เป็นต้นแบบการวางแผนงานให้ทุกหน่วยงานนำไปเทียบเคียง พร้อมร่วมกรมสุขภาพจิตหาเครื่องมือคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด รวมถึงการนำ SDQ และการพัฒนาเครื่องมือคัดกรองใหม่ เช่น แอปพลิเคชันด้านสุขภาพจิตผู้เรียน–ผู้สอน 

ศธ. ย้ำว่าการดูแลสุขภาพจิตผู้เรียนเป็นเรื่องเร่งด่วน ต้องสื่อสารสังคมให้ตระหนัก มีส่วนร่วม และสร้างค่านิยมทางการศึกษาร่วมกัน โดยมองทั้งร่างกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม เพื่อให้ผู้เรียนอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข 

ข้อสอบ 

1. แนวทางใดสะท้อนบทบาทของ สพฐ. ตามมติที่ประชุมมากที่สุด 

ก. จัดทำเครื่องมือคัดกรองใหม่แทนกรมสุขภาพจิต
ข. เป็นต้นแบบการวางแผนงานให้หน่วยงานอื่นนำไปปรับใช้
ค. รับผิดชอบสื่อประชาสัมพันธ์สุขภาพจิตทั้งหมดของ ศธ.
ง. พัฒนาแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ทดแทนทุกระดับการศึกษา

2. เหตุผลสำคัญที่ ศธ. ต้องเน้นสื่อประชาสัมพันธ์เชิงรุกคืออะไร

ก. เพื่อทดแทนภาระงานด้านเอกสารของครู
ข. เพื่อสร้างค่านิยมและการรับรู้ด้านสุขภาพจิตในวงกว้าง
ค. เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของหน่วยงานท้องถิ่น
ง. เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปรับหลักสูตรใหม่

3. การใช้ SDQ โดย ศธ. มีจุดมุ่งหมายหลักคือข้อใด

ก. แทนที่การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ข. ใช้เป็นฐานข้อมูลวิจัยระยะยาวของประเทศ
ค. คัดกรองพฤติกรรมและสุขภาพจิตของนักเรียนและผู้เกี่ยวข้อง
ง. ใช้ประเมินเพื่อคัดเลือกทุนการศึกษา

4. หากโรงเรียนต้องดำเนินการตามนโยบายโดย “ไม่เพิ่มภาระครู” แนวทางใดสอดคล้องที่สุด

ก. มอบหมายให้ครูเพิ่มเวลาทำงานเพื่อคัดกรองนักเรียนทุกสัปดาห์
ข. ใช้แพลตฟอร์มกลางที่ ศธ. จัดทำ ลดงานซ้ำซ้อน
ค. ให้ครูผลิตสื่อสุขภาพจิตด้วยตนเองทุกห้องเรียน
ง. จัดระบบรายงานแบบกระดาษให้ละเอียดขึ้น

5. การกำหนดให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำงานร่วมกับกรมสุขภาพจิต สอดคล้องกับหลักการบริหารข้อใดมากที่สุด

ก. บริหารเชิงเอกลักษณ์ (Distinctiveness)
ข. บริหารแบบรวมศูนย์คำสั่ง (Central Command)
ค. การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน (Inter-agency Integration)
ง. การประเมินเชิงปริมาณ (Quantitative Evaluation)
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น