สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M443_กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ยกระดับคุณภาพการศึกษาทุกช่วงวัย

วันที่ 14 มิถุนายน 2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานพิธีเปิดป้าย “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” และงาน Open House “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” โดยมีผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนองค์กรหลักเข้าร่วม 

นางสาวตรีนุชกล่าวว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ถือเป็นหน่วยงานที่สำคัญ ในการสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาตัวเอง หรือกระทั่งการยกระดับคุณวุฒิให้ประชาชนและการเรียนรู้ทุกช่วงวัย เข้าไปดูแลประชาชนในทุกระดับให้ได้รับการเรียนรู้ ที่วันนี้ไม่ใช่การเรียนรู้เฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น แต่สามารถพัฒนาการเรียนรู้ให้ทันโลกที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา 

นับตั้งแต่มีการจัดตั้งกองการศึกษาผู้ใหญ่ เพื่อส่งเสริมการรู้หนังสือของประชาชน หรือที่เรารู้จักกันในนามสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นหน่วยงานที่สำคัญต่อการพัฒนาคนให้มีความรู้ ความสามารถยกระดับการศึกษาของประชาชนให้สูงขึ้น 

รัฐบาลและ ศธ.ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว และเห็นว่าควรมีการปรับโครงสร้างหน่วยงานภายในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ จึงได้มีการผลักดัน พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 และจัดตั้งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ขึ้น

ถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนคนไทยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส จะสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทุกรูปแบบ ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้ปรัชญา No One Left Behind หรือการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” 

นางสาวตรีนุชกล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญในการจัดตั้งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ คือการเชื่อมโยงรูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่ทำอยู่เดิม กับรูปแบบการเรียนรู้ ในบริบทสังคมยุคปัจจุบัน มีการจัดตั้งหน่วยจัดการเรียนรู้ที่จะขยายตัวรองรับทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา ดังนั้น สกร.จึงเป็นหน่วยงานที่ต้องมีการปรับตัว ให้ตอบสนองความต้องการทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้จะมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มุ่งให้เกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตามความสนใจหรือความถนัด ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทุกประเภท และองค์ความรู้ต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา สามารถรู้เท่าทันการพัฒนาของโลกอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของตัวเอง ครอบครัว ชุมชน หรือสังคม รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้ด้อย พลาด และไม่ได้รับการศึกษาในสถานศึกษา หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร ให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามสิทธิที่ควรได้รับ รวมทั้งการจัดให้มีการเรียนรู้รูปแบบอื่นที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน โดยทั้งหมดนี้ผ่านการมีส่วนร่วมของ 3 เสาหลัก ได้แก่ รัฐ เอกชน และท้องถิ่น ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่รับผิดชอบก็จะขยายวงกว้างขึ้น ครอบคลุมทุกกลุ่มทุกช่วงวัย ให้สมกับความคาดหวังจากสังคมว่า “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” จะเป็นกำลังสำคัญที่จะยกระดับสร้างการเปลี่ยนแปลงในการจัดการเรียนรู้ของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 ต่อไป” 

ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 14 มิถุนายน 2566  

สรุปสาระสำคัญ

วันที่ 14 มิถุนายน 2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิด “กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)” ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ที่จัดตั้งตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 เพื่อยกระดับระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย โดยต่อยอดภารกิจจากกศน.เดิมให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบันและความเปลี่ยนแปลงของโลก สกร.มุ่งสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดเฉพาะในระบบโรงเรียน แต่เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยเฉพาะกลุ่มด้อยโอกาส ภายใต้หลักการ “No One Left Behind” 

บทบาทสำคัญของ สกร. คือ การเชื่อมโยงรูปแบบการศึกษานอกระบบ–ตามอัธยาศัยกับการเรียนรู้ยุคใหม่ ผ่านการตั้ง “หน่วยจัดการเรียนรู้” ในทุกพื้นที่ ครอบคลุมปฐมวัยถึงอุดมศึกษา เสริมสมรรถนะในการเรียนรู้ด้วยตนเอง การรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และการยกระดับคุณวุฒิ รวมถึงจัดการศึกษาทดแทนให้กลุ่มพลาดหรือขาดโอกาส โดยใช้ความร่วมมือจาก 3 เสาหลัก—รัฐ เอกชน และท้องถิ่น เพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่ทันสมัย เท่าเทียม และตอบโจทย์ศตวรรษที่ 21 

ข้อสอบ 

1. การจัดตั้งกรมส่งเสริมการเรียนรู้สะท้อน “แนวคิดการบริหารการศึกษา” ใดมากที่สุด?

ก. การรวมศูนย์อำนาจในการกำกับงานการศึกษา
ข. การปรับโครงสร้างแบบตอบสนองการเปลี่ยนแปลง (Adaptive Reform)
ค. การเพิ่มบทบาทโรงเรียนเป็นศูนย์กลางชุมชน
ง. การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นบริหารเต็มรูปแบบ

2. หลัก "No One Left Behind" เชื่อมโยงกับภารกิจใดของ สกร.มากที่สุด?

ก. การสร้างนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อแข่งขันระดับโลก
ข. การจัดการเรียนรู้ให้ผู้ด้อย พลาด หรือห่างไกลเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน
ค. การวัดผลผู้เรียนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ง. การเพิ่มจำนวนหลักสูตรอาชีพในระบบสถานศึกษา

3. การตั้ง “หน่วยจัดการเรียนรู้” ในทุกพื้นที่ช่วยแก้ปัญหาเชิงระบบด้านใดมากที่สุด?

ก. ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานราชการ
ข. เพิ่มทางเลือกการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์พื้นที่และวัย
ค. ยกระดับการจัดการโรงเรียนขนาดเล็กโดยตรง
ง. เพิ่มจำนวนผู้เรียนในระบบการศึกษาเท่านั้น

4. จากบทความ ภารกิจ “สำคัญที่สุดในเชิงยุทธศาสตร์” ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้คืออะไร?

ก. พัฒนาครูให้มีทักษะดิจิทัลขั้นสูง
ข. สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตเชื่อมโยงกับการยกระดับคุณวุฒิ
ค. ส่งเสริมการแข่งขันทางการศึกษาในระดับนานาชาติ
ง. บูรณาการข้อมูลการศึกษาเข้าสู่ระบบกลางของกระทรวง

5. หากคุณเป็นผู้บริหารท้องถิ่น การสนองบริบทตามเจตนารมณ์ของ สกร.ควรเลือกแนวทางใด?

ก. จัดศูนย์เรียนรู้เฉพาะผู้ใหญ่เพื่อลดภาระงบประมาณ
ข. ยึดหลักสูตรกลางเท่านั้น เพื่อให้มาตรฐานเท่ากัน
ค. ร่วมมือกับภาคเอกชนพัฒนาหลักสูตรยืดหยุ่นสำหรับประชาชนทุกวัย
ง. ผลักดันให้ประชาชนเรียนเฉพาะในระบบโรงเรียนเพื่อลดความหลากหลายรูปแบบ
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น