
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนได้ร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงยกระดับความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 พ.ศ. 2565-2570 “เด็กไทยในศตวรรษที่ 21 เก่ง ดี มีทักษะ แข็งแรง” ภายใต้ความร่วมมือของกระทรวง 12 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวนายกรัฐมนตรีต้องการให้ทุกกระทรวงได้สร้างมิติการพัฒนาเด็กไทยไปสู่ศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านสุขภาพ แรงงาน
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ดำเนินการสร้างเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 อยู่แล้ว โดยเฉพาะการจัดเรียนการสอนผ่าน Active Learning ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือกระทำ แต่สิ่งสำคัญที่สุดหากจะพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 ได้นั้นจะต้องเกิดจากการพัฒนาครู ซึ่งขณะนี้ ศธ.กำลังอยู่ระหว่างการวางแผนพัฒนาครูทั้งระบบ เพื่อนำไปสู่การปฎิรูปการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบัน โดยตนจะสั่งการในประเด็นดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ให้เร่งขับเคลื่อนตามความร่วมมือดังกล่าวอย่างเข้มข้นมากขึ้น และต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมด้วย
รมว.ศึกษาธิการ หนุน “บิ๊กตู่”เดินหน้าสร้างเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 พร้อม 12 กระทรวงหลัก
ที่มา ; เดลินิวส์ 9 มิถุนายน 2565
สรุปสาระสำคัญ
บทความกล่าวถึงนโยบายยกระดับการพัฒนาเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 ภายใต้ความร่วมมือของ 12 กระทรวง ระหว่างปี พ.ศ. 2565–2570 โดยมีเป้าหมายให้เด็กไทย “เก่ง ดี มีทักษะ แข็งแรง” ครอบคลุมมิติสำคัญทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ แรงงาน สังคม และคุณภาพชีวิต ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนแนวคิดการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ไม่จำกัดเฉพาะภาคการศึกษา แต่เชื่อมโยงบทบาทของทุกกระทรวงตามภารกิจของตน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้เน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่สุดในการยกระดับศักยภาพเด็กไทยคือ “การพัฒนาครูทั้งระบบ” เพื่อเป็นฐานในการปฏิรูปการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทศตวรรษที่ 21 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดทุกระดับ เร่งขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม บทความนี้สะท้อนบทบาทผู้นำเชิงนโยบาย การทำงานแบบบูรณาการข้ามกระทรวง และการมองการศึกษาเป็นกลไกหลักในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
ข้อ 1 แก่นสำคัญของความร่วมมือ 12 กระทรวงในการพัฒนาเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 คือข้อใด
ก. การเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาเป็นหลัก
ข. การพัฒนาเด็กแบบองค์รวมหลายมิติ
ค. การมุ่งผลิตกำลังแรงงานเชิงปริมาณ
ง. การปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น
ข้อ 2 หากต้องการให้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เกิดผลอย่างยั่งยืน ปัจจัยใดตามบทความ “มีความสำคัญสูงสุด”
ก. การจัดหาสื่อและเทคโนโลยีทันสมัย
ข. การกำหนดตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน
ค. การพัฒนาครูทั้งระบบ
ง. การลดภาระงานเอกสารในโรงเรียน
ข้อ 3 บทบาทของนายกรัฐมนตรีในความร่วมมือนี้สะท้อนแนวคิดการบริหารเชิงใดมากที่สุด
ก. การกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา
ข. การบริหารแบบสั่งการรวมศูนย์
ค. การนำเชิงนโยบายระดับชาติ
ง. การบริหารโดยภาคเอกชน
ข้อ 4 การมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ศธ. ทุกหน่วยเร่งขับเคลื่อนนโยบาย สะท้อนจุดอ่อนของระบบเดิมในประเด็นใด
ก. การขาดงบประมาณสนับสนุน
ข. การขาดความต่อเนื่องในการปฏิบัติ
ค. การขาดบุคลากรทางการศึกษา
ง. การขาดเทคโนโลยีดิจิทัล
ข้อ 5 ในมุมมองผู้บริหารสถานศึกษา การนำแนวคิดจากบทความไปใช้ควรเริ่มจากแนวทางใดจึงเหมาะสมที่สุด
ก. ปรับตารางสอนให้เน้นกิจกรรมมากขึ้น
ข. จัดโครงการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก
ค. วางแผนพัฒนาครูให้สอดคล้องกับทักษะศตวรรษที่ 21
ง. เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาหลักให้เข้มข้น
คลิกเฉลย >>>