สมาชิกเข้าสู่ระบบ

7 สิ่งในอนาคต ที่อาจเปลี่ยนไปตลอดกาลหลังยุค Covid-19

เมื่อ 5 ปีก่อน Bill Gates ได้เตือนทุกคนว่า "โลกเรายังไม่มีความพร้อมในการรับมือโรคระบาดรุนแรงได้ดีพอ" ในเวที TED Talk แต่น่าเสียดายที่คำพูดของเขากลับไม่มีคนสนใจหรือได้ยินมากพอ


แต่วันนี้หลังจากที่ไวรัส Covid-19 ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกจริงๆ ทำให้ไม่ว่า Bill Gates จะแสดงมุมมองเรื่องอะไรเกี่ยวกับอนาคต พวกเราทุกคนก็ควรที่จะสนใจและช่วยกันเปิดรับฟังคำเตือนของเขากันหน่อยครับ

ในอาทิตย์ที่ผ่านมาทาง Bill Gates ก็เพิ่งทำนาย 7 สิ่งในอนาคตที่อาจเปลี่ยนไปตลอดกาลหลังยุค Covid-19 ผ่าน Podcast ใหม่ของเขาไป โดยสรุปได้ดังนี้

#การประชุมทางไกลจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา (Remote meetings will be normalized)

จริงๆ ก่อนไวรัสโควิดระบาดการประชุมทางไกลอย่าง Online meeting หรือ Zoom ก็มีอยู่นานแล้ว แต่สิ่งที่ไวรัสมาทำให้ไม่เหมือนเดิมคือ #ความเกรงใจในการขอประชุมจะหายไป โดยก่อนหน้านี้การนัดประชุม Online แต่ละทีหลายฝ่ายอาจกังวลว่าจะเป็นการไม่ให้เกียรติหรือไม่ ? โดยเฉพาะกับฝั่งลูกค้าที่อาจคิดว่าเราไม่ยอมสละเวลาหรือใช้ความพยายามในการไปเจอกันหรือเปล่า

แต่ Bill Gates บอกว่าหลังไวรัสระบาดมานานเกือบปีความเคยชินกับการประชุม Online จะเป็นความเคยชินและทำให้ความเข้าใจตรงกันมากขึ้นไปโดยปริยาย

#ซอฟต์แวร์ต่างๆ จะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ (Software will have improved dramatically.)


เชื่อว่าทุกคนคงมีประสบการณ์เดียวกันตอนเริ่มประชุม Online ใหม่ๆว่า "อ้าว ทำไมเสียงมันขาดๆ", "ทำไมสัญญาณหาย", "ทำไมภาพไม่ชัด" แต่ปัญหาทั้งหมดนั้นจะค่อยๆหายไป เพราะ Software ที่รองรับระบบเหล่ากำลังจะต้องเกิดการปรับปรุงครั้งใหญ่ ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิม

Bill Gates เชื่อว่า #ผู้ใช้งานทุกคนอาจถึงขึ้นต้องแปลกใจ กับการปรับปรุงของเทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้ ที่กำลังจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว

#บริษัทต่างๆอาจเริ่มแชร์และใช้ออฟฟิศทำงานกันอย่างหมุนเวียน (Companies may share an office on rotation.)

อีกคำถามที่จะเกิดขึ้นมาหลังเทคโนโลยีในการประชุม Online ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ คือ #ออฟฟิศแบบถาวรยังจำเป็นอยู่ไหม ? เพราะอาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่มากเกินความจำเป็นหากพนักงานไม่ได้เข้าออฟฟิศกันเหมือนเดิมทุกคน

Bill Gates มองว่าหลายบริษัทจะเริ่มหันมาทำออฟฟิศที่เล็กลง ที่ไม่จำเป็นต้องมีที่นั่งประจำสำหรับพนักงานทุกคน และอาจถึงขึ้นมีมากกว่า 1 บริษัทมาแชร์และใช้ออฟฟิศหมุนเวียนกันด้วยซ้ำ

#การเลือกแหล่งที่อยู่อาศัยจะเปลี่ยนไป (We'll choose to live in different places.)

#ใครที่เพิ่งซื้อคอนโดในเมืองอาจจะไม่ชอบข้อนี้ ก่อนหน้านี้พวกเราต้องยอมทนกับสภาพรถติดหรือมลพิษต่างๆในเมือง หรืออยู่ห้องคอนโดที่เล็กลงเพียงเพื่อที่จะได้ไปกลับที่ทำงานให้สะดวกขึ้น แต่ระบบการทำงาน Online ที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อาจทำให้เราไม่ต้องทนกับสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป

Bill Gates เชื่อว่าหากผู้คนไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวันเหมือนแต่ก่อน ผู้คนส่วนใหญ่อาจเลือกที่จะออกไปอยู่แถวชานเมืองกันมากขึ้น เพื่อที่จะได้มีพื้นที่กว้างขึ้นในราคาที่ลดลง สร้างบ้านให้ใหญ่ขึ้นได้และไม่ต้องฝ่ารถติดทุกวันเมื่อต้องการจะไปไหนมาไหน

#ความสนิทกับเพื่อนบ้านจะมากขึ้นแต่ความสนิทกับเพื่อนร่วมงานจะลดลง (You'll socialize less at work, and more in your community. )


ยิ่งการประชุม Online ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ อีก ผลกระทบต่อมาคือ เราจะได้เจอกับเพื่อนในที่ทำงานน้อยลง แต่เราอาจจะได้ใช้เวลาและสร้างความสัมพันธ์กับคนในสังคมรอบบ้านเรามากขึ้น

หลายคนคงเข้าใจว่าความสนิทกับเพื่อนที่ทำงานคงลดลง แต่อาจสงสัยว่าทำไมเราถึงอาจสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเราได้มากขึ้น ?

โดย Gates ได้ตอบคำถามข้อนี้ว่า "เพราะความเครียดจากการทำงานจะยังเท่าเดิมแม้ว่าเราจะทำงานจากที่บ้าน แต่เราคงไม่สามารถไปพูดคุยหรือกินข้าวหลังเลิกงานกับเพื่อนรวมงานเราได้แล้ว คนเราจึงจะไปหาเวลาผ่อนคลายกับกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในระแวกเดียวกันแทน

#ทุกสิ่งทุกอย่างอาจจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมไปอีกนาน (Things won't go totally back to normal for a long time.) ถึงแม้จะมีวัคซีนแล้วก็ตาม

ชีวิตปกติที่เราเคยรู้จัก การเดินทางไปยังที่ต่างๆในโลก การพบเจอกันโดยไม่ต้องระวังเรื่องการรักษาระยะห่าง อาจยังไม่กลับมาเหมือนเดิมไปอีกนาน

Bill Gates มองว่าถึงแม้ในเร็วๆนี้จะมีหลายประเทศที่พัฒนาแล้วได้รับวัคซีน แต่การที่คนทั่วโลกจะได้รับวัคซีนนั้นคงอีกนาน และตราบใดที่ #ทั่วโลกยังไม่ได้รับวัคซีนกันจนเป็นสัดส่วนที่มากแล้ว โลกแบบเดิมที่เราคุ้นชินคงยังไม่กลับมา

"เราต้องรอจนกว่าไวรัสระบาดจะควบคุมได้ทั่วโลก ไม่ใช่เพียงแค่บางพื้นที่ เราจึงจะใช้ชีวิตที่เหมือนเดิมได้" Gates กล่าว

#การแพร่ระบาดครั้งหน้าจะไม่แย่อย่างที่คิด (The next pandemic won't be nearly as bad.) หากมีโรคระบาดเกิดขึ้นอีกครั้ง

ตอนนี้หลายคนทั่วโลกคนเข็ดและกลัวกับโรคระบาดครั้งใหม่แน่ ๆ หลังจากที่ไวรัสระบาดครั้งนี้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราทุกคนไปกันหมด แต่ Bill Gates ได้ทิ้งข่าวดีไว้ให้พวกเราว่า "การระบาดครั้งต่อไปไม่น่าจะรุนแรงเท่าเดิมแล้ว"
 
นอกจากพวกเราทุกคนจะถูกฝึกให้รับมือกับโรคระบาดมากขึ้นแล้ว รัฐบาลทั่วโลกยังเห็นวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดจากประสบการณ์ของประเทศต่างๆ และเราสามารถนำมันมาใช้ได้

การรับเหมือนกับปัญหาเรื่องใหม่ๆ ที่เราไม่มีประสบการณ์นั้นเหมือนกับการ #เล่นเกมส์ บางครั้งเราต้องลองผิดลองถูกก่อน และต้องทดลองหลายๆ วิธีเพราะเราไม่รู้ว่าวิธีไหนจะรับมือได้ดีที่สุด แต่วันนี้เราเห็นแล้วว่าระบบของเกาหลีใต้ที่มีการตรวจและกักตัวคนที่มีความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วนั้นดีที่สุด และเครื่องมือในการตรวจโรคยังคงพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้โลกของเราคงรับมือได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน


Cr ;
FB_TraderKP

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงแนวคิดของ Bill Gates ที่เคยเตือนโลกเรื่องความไม่พร้อมต่อโรคระบาด ซึ่งภายหลังจาก Covid-19 ระบาดจริง ทำให้แนวคิดและการคาดการณ์ของเขาได้รับความสนใจมากขึ้น โดย Gates ได้คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงสำคัญหลังยุคโควิด 7 ประการ ได้แก่ การประชุมทางไกลจะกลายเป็นเรื่องปกติและลดอคติในการใช้งาน เทคโนโลยีซอฟต์แวร์จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนลดปัญหาการสื่อสารออนไลน์ บริษัทต่าง ๆ อาจปรับลดขนาดออฟฟิศและใช้วิธีแชร์พื้นที่ทำงานมากขึ้น รูปแบบการอยู่อาศัยจะเปลี่ยนจากในเมืองไปสู่ชานเมืองมากขึ้นเพราะการทำงานทางไกลสะดวกขึ้น ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานจะลดลงแต่ความสัมพันธ์กับคนในชุมชนจะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ชีวิตจะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติในระยะเวลาอันสั้นแม้มีวัคซีน เพราะต้องอาศัยการกระจายวัคซีนทั่วโลกอย่างเท่าเทียม และท้ายที่สุด การระบาดครั้งต่อไปอาจไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้ เนื่องจากโลกมีประสบการณ์มากขึ้น ระบบสาธารณสุขดีขึ้น และมีเทคโนโลยีช่วยตรวจจับและควบคุมโรคได้รวดเร็วขึ้น บทความจึงสะท้อนการปรับตัวของโลกสู่ความปกติใหม่ (New Normal) ทั้งด้านเทคโนโลยี การทำงาน และสังคม

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การเตือนภัยด้านเศรษฐกิจโลก
ข. การเปลี่ยนแปลงหลังยุคโควิดในหลายมิติ
ค. การพัฒนาวัคซีนอย่างรวดเร็ว
ง. การลดจำนวนประชากรโลก

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้น “ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงหลังโควิด” ครอบคลุมเทคโนโลยี การทำงาน และสังคม

ข้อ 2

เหตุผลสำคัญที่การประชุมออนไลน์จะกลายเป็นเรื่องปกติคืออะไร
ก. ประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างเดียว
ข. ความเกรงใจลดลงและเกิดความเคยชิน
ค. ไม่มีอินเทอร์เน็ตที่ดีในเมือง
ง. กฎหมายบังคับให้ใช้

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุว่าความเคยชินและลดความเกรงใจเป็นปัจจัยหลัก

ข้อ 3

การพัฒนาซอฟต์แวร์หลังโควิดมีผลอย่างไรตามบทความ
ก. ทำให้ราคาคอมพิวเตอร์ถูกลง
ข. ทำให้การสื่อสารออนไลน์มีปัญหามากขึ้น
ค. ลดปัญหาการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพ
ง. ทำให้ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต

เฉลย: ค
เหตุผล: ซอฟต์แวร์จะดีขึ้น ลดปัญหาเสียง/ภาพ/สัญญาณ

ข้อ 4

แนวโน้มการใช้พื้นที่สำนักงานในอนาคตคือข้อใด
ก. เพิ่มออฟฟิศขนาดใหญ่ทุกบริษัท
ข. ยกเลิกการทำงานทุกระบบ
ค. ลดขนาดและอาจแชร์ร่วมกัน
ง. ใช้เฉพาะออนไลน์ 100% ไม่มีออฟฟิศ

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความกล่าวถึงออฟฟิศเล็กลงและแชร์ร่วมกัน

ข้อ 5

เหตุใดผู้คนอาจย้ายไปอยู่ชานเมืองมากขึ้น
ก. ราคาน้ำมันถูกลง
ข. ต้องการพื้นที่กว้างและลดปัญหารถติด
ค. เมืองมีความปลอดภัยมากขึ้น
ง. ไม่มีงานในเมือง

เฉลย: ข
เหตุผล: การทำงานทางไกลทำให้ไม่ต้องอยู่ใกล้ออฟฟิศ

ข้อ 6

ผลกระทบทางสังคมที่สำคัญจากการทำงานออนไลน์คืออะไร
ก. ความสัมพันธ์ในที่ทำงานเพิ่มขึ้น
ข. ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานลดลง
ค. ไม่มีการสื่อสารระหว่างคน
ง. ทุกคนทำงานคนเดียวเท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: เจอกันน้อยลงทำให้ความสัมพันธ์ในที่ทำงานลดลง

ข้อ 7

เหตุใดความสัมพันธ์กับชุมชนอาจเพิ่มขึ้น
ก. รัฐบังคับให้เข้าชุมชน
ข. คนมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้นและหันไปพึ่งชุมชน
ค. ไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้
ง. เพื่อนร่วมงานห้ามติดต่อ

เฉลย: ข
เหตุผล: คนทำงานจากบ้านและใช้ชีวิตในพื้นที่ใกล้บ้านมากขึ้น

ข้อ 8

เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ชีวิตกลับสู่ปกติได้คืออะไร
ก. วัคซีนในบางประเทศ
ข. การเปิดประเทศอย่างเดียว
ค. การกระจายวัคซีนทั่วโลกอย่างเพียงพอ
ง. การหยุดใช้เทคโนโลยี

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องควบคุมโรคทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะบางพื้นที่

ข้อ 9

Bill Gates มองว่าการระบาดครั้งต่อไปจะเป็นอย่างไร
ก. รุนแรงกว่าเดิมมาก
ข. ไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้
ค. ไม่เกิดขึ้นอีก
ง. ควบคุมไม่ได้แน่นอน

เฉลย: ข
เหตุผล: เพราะโลกมีประสบการณ์และเทคโนโลยีดีขึ้น

ข้อ 10

ข้อใดสะท้อน “การตัดสินใจเชิงนโยบาย” จากบทความได้เหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มการเดินทางระหว่างประเทศทันที
ข. ยกเลิกการใช้เทคโนโลยี
ค. พัฒนาระบบตรวจโรคและกักกันอย่างรวดเร็ว
ง. ลดการเรียนรู้จากประสบการณ์เดิม

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นแนวทางที่ใช้รับมือโรคระบาดอย่างมีประสิทธิภาพตามบทเรียนจากโควิด

ความเห็นของผู้ชม