
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) ตอกย้ำเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนการศึกษาไทย เดินหน้าผนึกกำลังจัดการประชุมสามัญ ประจำปี 2565 ในรูปแบบออนไลน์ นำโดย องคมนตรี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวตรีนุช เทียนทอง ภาคประชาสังคม และนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิฯ ตลอดจนซีอีโอ คณะผู้บริหารจาก 12 องค์กรผู้ร่วมก่อตั้ง เพื่อร่วมหารือและวางแผน
ผลการดำเนินงานสำคัญของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ได้แก่ การปรับ School Grading ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มน้ำหนักตัวชี้วัดด้านผู้เรียนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ผู้สอนและผู้บริหารสถานศึกษา หลักสูตรและการสอนที่มุ่งเน้นด้านคุณธรรมแก่ผู้เรียน รวมถึงการพัฒนาโครงการนวัตกรรมคุณธรรมคอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED Moral Innovation) อย่างเป็นรูปธรรม ในการวางรากฐานการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมเพื่อสร้าง “เด็กดีมีความสามารถ” โดยได้นำโมเดลดังกล่าว ไปใช้นำร่อง ณ โรงเรียนบ้านเขาวง จ. นครราชสีมา นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้งผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ICT Talent) ภาครัฐ รุ่นที่ 2 กว่า 800 คน ซึ่งพร้อมปฏิบัติหน้าที่ขับเคลื่อนโรงเรียนยุคดิจิทัล ตลอดจนรายงานความคืบหน้าการระดมทุนโครงการ “คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา” (Notebook for Education) ระยะที่ 2 ที่มียอดบริจาคมาแล้วกว่า 10.32 ล้านบาท
ปัจจุบัน มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี มีโรงเรียน 5,567 แห่งในการดูแล ภายใต้ความร่วมมือของ 44 องค์กรเครือข่ายพันธมิตร ที่ให้การสนับสนุนบุคลากรจิตอาสา มาเป็น School Partner รวมแล้ว 1,473 คน
ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงวางแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องตาม 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
1. การเปิดเผยข้อมูลโรงเรียนสู่สาธารณะอย่างโปร่งใส (Transparency)
– จัดเก็บข้อมูล School Grading ปีการศึกษา 2564 โดยมีคณะทำงานจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบันทึกข้อมูลโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี ปีการศึกษา 2565
– เพิ่มการเก็บข้อมูลประเมินผลผู้เรียนในสมุดพกดิจิทัล (Student Report Card) เพื่อนำมาประมวลผลวิเคราะห์จุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาของผู้เรียน
2. กลไกตลาดและวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม (Market Mechanism)
– ประชาสัมพันธ์การระดมทุนในโครงการ “คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา” อย่างต่อเนื่อง สร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วม เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย
– จัดอบรมเสริมทักษะต่างๆ ให้แก่ผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) พร้อมผลักดันการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อใช้ประเมินการปฏิบัติงาน
3. การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน (High Quality Principals & Teachers)
– ภาคเอกชน จัดอบรมออนไลน์เพื่อเสริมทักษะต่างๆ ให้แก่บุคลากรทางด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
– จัดประชุมสร้างความรู้ ความเข้าใจ แนวทางการพัฒนาโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี แก่ผู้อำนวยการและครู 2,084 โรงเรียนภายใต้การดูแลของ สพฐ. และโรงเรียนกองทุนการศึกษา
4. เด็กเป็นศูนย์กลาง เสริมสร้างคุณธรรมและความมั่นใจ (Child Centric & Curriculum)
– ถอดบทเรียนโมเดลนวัตกรรมคุณธรรมจาก 13 องค์กรพันธมิตรภาคเอกชน
– พัฒนาโครงการนวัตกรรมคุณธรรมคอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED Moral Innovation) ร่วมกับคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเป็นโมเดลปลูกฝังคุณธรรมแก่โรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี โดยอยู่ระหว่างการทดสอบในโรงเรียนนำร่อง
– ขยายผลจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (Learning Center) เพิ่มอีก 5 แห่ง รวมเป็นทั้งหมด 18 แห่ง ซึ่งจะมีคณะทำงานติดตาม สรุป และประเมินผลการดำเนินงานของแต่ละแห่งอย่างต่อเนื่อง
– ผลิตรายการโทรทัศน์ “LEARNING ZONE – พื้นที่การเรียนรู้ สู่อนาคต” ด้วยความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง
5. การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา (Digital Infrastructures)
– จัดทำโครงการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร “รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการกับชีวิตจริงโดยใช้โน้ตบุ๊กเป็นฐาน” ร่วมกับสถาบันวิจัย พัฒนา และสาธิตการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ “คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา” ด้วยการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ จำนวน 2.5 ล้านบาท โดยจะมีการติดตามผล ถอดบทเรียน และทำรายงานวิจัย เพื่อนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่โรงเรียนอื่นๆ
– เสริมทักษะดิจิทัลแก่บุคลากรทางการศึกษา ให้พร้อมถ่ายทอดสู่นักเรียนในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย เช่น หลักสูตรรู้ทันไซเบอร์ การสอนอินเทอร์เน็ตปลอดภัยและถูกกฎหมายด้วยการเรียนเชิงรุก การระรานทางไซเบอร์ และจริยธรรมในการใช้งานอินเทอร์เน็ต
– จัดฝึกอบรมการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน สำหรับ 5 วิชาหลัก ได้แก่ 1. ภาษาไทย 2. คณิตศาสตร์ 3. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และ 5. ภาษาต่างประเทศ
มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี เร่งภารกิจขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ปี 65 จัดประชุมสามัญคณะกรรมการ รวมพลังสานต่อเจตนารมณ์ สร้าง “เด็กดีมีความสามารถ” ชูโมเดลนวัตกรรมคุณธรรม เสริมกำลัง ICT Talent ยกระดับโรงเรียนยุคดิจิทัล พร้อมรายงานยอดบริจาค “คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา” กว่า 10.32 ล้านบาท
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 26 มีนาคม 2565
มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี จัดประชุมสามัญปี 2565 แบบออนไลน์ โดยความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และองค์กรพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาไทย ผลการดำเนินงานสำคัญ ได้แก่ การปรับระบบ School Grading ให้เน้นตัวชี้วัดผู้เรียนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครู ผู้บริหาร และเอกชน รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมคุณธรรม CONNEXT ED Moral Innovation เพื่อสร้างเด็กดีมีความสามารถ พร้อมนำร่องในโรงเรียนบ้านเขาวง จ.นครราชสีมา อีกทั้งแต่งตั้ง ICT Talent กว่า 800 คนเพื่อสนับสนุนโรงเรียนดิจิทัล และระดมทุนโครงการโน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษาได้กว่า 10.32 ล้านบาท ปัจจุบันดูแลโรงเรียน 5,567 แห่ง ร่วมกับ 44 องค์กรเครือข่าย และ School Partner 1,473 คน โดยดำเนินงานตาม 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ความโปร่งใสข้อมูล การมีส่วนร่วม การพัฒนาครูและผู้บริหาร การยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง และการเข้าถึงโครงสร้างดิจิทัล เช่น การใช้โน้ตบุ๊ก การวิจัย และการพัฒนาทักษะดิจิทัล พร้อมส่งเสริมความปลอดภัยไซเบอร์และการเรียนรู้ 5 วิชาหลัก ใช้ข้อมูลผู้เรียนผ่านระบบดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพอย่างเป็นระบบ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความยั่งยืนทางการศึกษา โดยใช้ความร่วมมือทุกภาคส่วนเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการศึกษาไทยสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริงและยั่งยืนต่อเนื่องสมบูรณ์
เป้าหมายสำคัญของ CONNEXT ED ตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียนเอกชน
ข. สร้างเด็กดีมีความสามารถควบคู่คุณธรรม
ค. ลดจำนวนครูในระบบ
ง. เน้นการแข่งขันทางวิชาการอย่างเดียว
เฉลย: ข
เหตุผล: โครงการมุ่ง “เด็กดีมีความสามารถ” ผ่านนวัตกรรมคุณธรรมและการพัฒนาองค์รวม
การปรับ School Grading มีแนวคิดสำคัญที่สุดคืออะไร
ก. เน้นคะแนนสอบระดับชาติ
ข. เน้นตัวชี้วัดด้านผู้เรียน
ค. เน้นงบประมาณโรงเรียน
ง. เน้นจำนวนครูต่อห้อง
เฉลย: ข
เหตุผล: ปรับให้โฟกัสผลลัพธ์ผู้เรียนมากกว่าปัจจัยเชิงปริมาณ
ICT Talent มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. สอนเฉพาะวิชาคอมพิวเตอร์
ข. บริหารงบประมาณโรงเรียน
ค. ขับเคลื่อนโรงเรียนยุคดิจิทัล
ง. ตรวจสอบวินัยนักเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นกำลังสำคัญด้านดิจิทัลเพื่อพัฒนาโรงเรียน
โครงการโน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษามีจุดประสงค์หลักคืออะไร
ก. เพิ่มยอดขายอุปกรณ์
ข. ลดภาระครู
ค. เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีการเรียนรู้
ง. เปลี่ยนหลักสูตรทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลและลดความเหลื่อมล้ำ
ยุทธศาสตร์ “Transparency” เน้นเรื่องใด
ก. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ข. การเปิดเผยข้อมูลและใช้ข้อมูลผู้เรียน
ค. การเพิ่มงบประมาณ
ง. การลดจำนวนผู้เรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นข้อมูลโปร่งใสและนำข้อมูลไปใช้พัฒนา
แนวคิด “Child Centric” ในโครงการหมายถึงอะไร
ก. ครูเป็นศูนย์กลาง
ข. ผู้บริหารเป็นศูนย์กลาง
ค. เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้
ง. เอกชนเป็นผู้กำหนดหลักสูตร
เฉลย: ค
เหตุผล: การจัดการเรียนรู้ยึดผู้เรียนเป็นหลัก
การพัฒนาครูและผู้บริหารในโครงการเน้นวิธีใด
ก. ฝึกอบรมออนไลน์ต่อเนื่อง
ข. ลดจำนวนการอบรม
ค. ใช้การสอบประเมินอย่างเดียว
ง. ให้เรียนรู้ด้วยตนเองเท่านั้น
เฉลย: ก
เหตุผล: มีการอบรมออนไลน์จากภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง
Learning Center มีวัตถุประสงค์สำคัญคืออะไร
ก. เป็นศูนย์กีฬา
ข. เป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชนและติดตามผล
ค. เป็นศูนย์สอบ
ง. เป็นศูนย์ลงโทษนักเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้และประเมินผลในชุมชน
การใช้สมุดพกดิจิทัล (Student Report Card) มีประโยชน์อย่างไร
ก. ใช้ลดเอกสาร
ข. ใช้วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนผู้เรียน
ค. ใช้แทนการสอน
ง. ใช้จัดอันดับโรงเรียนเท่านั้น
เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนเชิงลึกในการพัฒนา
แนวทางสำคัญที่สุดในการยกระดับการศึกษาตามบทความคืออะไร
ก. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ข. การใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
ค. ความร่วมมือทุกภาคส่วน
ง. การเพิ่มข้อสอบมาตรฐาน
เฉลย: ค
เหตุผล: โครงการเน้นความร่วมมือรัฐ เอกชน และชุมชนเป็นกลไกหลักในการพัฒนา