สมาชิกเข้าสู่ระบบ

สพฐ.แจ้งกำหนดการอบรมการใช้หลักสูตรใหม่สำหรับสถานศึกษาแกนนำ

-สพฐ.แจ้งกำหนดการอบรมออนไลน์ฯ (วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๘) สำหรับการใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๘ และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓) พุทธศักราช ๒๕๖๘

-กลุ่มเป้าหมายการอบรม ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาแกนนำให้หลักสูตรฯ (โรงเรียนกลุ่มวิจัย และโรงเรียนกลุ่มเครือข่าย รวม ๔,๔๔๐ แห่ง)

@คลิกตรวจสอบรายชื่อโรงเรียนฯ

-กลุ่มวิจัยฯ ๒๓๗ แห่ง
https://drive.google.com/file/d/16auBK-QaFU6tN75toAQl89r33xWMkjAw/view?usp=sharing

-กลุ่มเครือข่ายฯ ๔,๒๐๓ แห่ง
https://drive.google.com/file/d/1JwTpQaetC5qWKVaZvjbGv3xM58Ej04oB/view?usp=sharing

ที่มา ; สวก.สพฐ.

 

เกี่ยวข้องกัน

สพฐ. เดินหน้าใช้หลักสูตรใหม่ปฐมวัย–ประถมต้น 4,440 โรงเรียน เร่งพัฒนาครู รับเปิดเทอมปี 68

วันที่ 29 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ซึ่งมีศาสตราจารย์บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประธาน กพฐ.) เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำหลักสูตรใหม่สำหรับใช้เป็นกรอบในการจัดการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดแนวคิดการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ และสอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียน 

สพฐ. จึงได้มีการขับเคลื่อนการนำ “หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3–6 ปี” และ “หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–3) พุทธศักราช 2568” ไปใช้จริงทั่วประเทศในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โดยเปิดโอกาสให้โรงเรียนพิจารณาความพร้อมและสมัครใจเข้าร่วม เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 ทักษะที่จำเป็นของผู้เรียน และนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ.

การพัฒนาหลักสูตรใหม่ดำเนินการตามหลักวิชาการอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การวิจัยสถานภาพการสอนในระดับปฐมวัยและประถมศึกษา การวิเคราะห์หลักสูตรและแนวโน้มการศึกษาต่างประเทศ การพัฒนาหลักสูตรต้นแบบ และการสังเคราะห์แนวปฏิบัติที่ดีจากโรงเรียนต่างๆ จนได้หลักสูตรที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย และมีการรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) อย่างต่อเนื่อง 

โดยล่าสุด มีโรงเรียนจากทุกสังกัดสมัครใจเข้าร่วมแล้ว 4,440 แห่ง แบ่งเป็นกลุ่มวิจัยและประเมินคุณภาพการใช้หลักสูตร 237 โรงเรียน และกลุ่มเครือข่ายการใช้หลักสูตร 4,203 โรงเรียน ซึ่งในระดับปฐมวัยจะมุ่งเน้นพัฒนาการสมวัย ขณะที่ระดับประถมศึกษาตอนต้นเน้นให้เด็กอ่านออกเขียนได้อย่างเข้าใจ คิดเลขเป็น เสริมสร้างทักษะพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตอบสนองการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็มที่ตามความถนัดและความสนใจ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาขั้นสูง

ทางด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในระดับประถมต้น (ป.1–ป.3) จะเน้นการประเมินสมรรถนะด้านการอ่าน เขียน และคำนวณ โดยแบ่งผลการเรียนรู้เป็น 4 ระดับ ได้แก่ เริ่มต้น พัฒนา ชำนาญ และเชี่ยวชาญ ซึ่งแตกต่างจากการประเมินผลแบบเป็นเกรดรายวิชา ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ทั้งนี้ สพฐ. ได้จัดทำแนวทางการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรต่างระบบ เพื่อให้การย้ายเข้า–ออกของนักเรียนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ.

ขณะเดียวกัน สพฐ. โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้เตรียมมาตรการสนับสนุนการใช้หลักสูตรอย่างครบวงจร

·      แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ (https://sites.google.com/view/curri68/home?authuser=0)

·      การตั้ง "คลินิกวิชาการ" เป็นที่ปรึกษา

·      การจัดประชุมชี้แจงแนวทางกับผู้บริหารและครู และการประชุมเชิงปฏิบัติการผ่าน OBEC Channel

·      การนำเทคโนโลยี AI มาช่วยลดภาระครูในการออกแบบหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ และการวัดผล ผ่านแหล่งเรียนรู้เฉพาะด้าน (https://www.giftedobec.org/อบรมการใช-gen-ai-หลกสตร-2568)

สพฐ. มุ่งหวังว่าการนำร่องใช้หลักสูตรใหม่ครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยตั้งแต่ระดับปฐมวัยและประถมศึกษา ให้เด็กและเยาวชนเกิดสมรรถนะอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย พร้อมสำหรับการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ทางด้านโรงเรียนที่สมัครใจเข้าร่วม สพฐ. พร้อมเป็นเพื่อนดูแลช่วยคุณครูและโรงเรียน ให้สามารถขับเคลื่อนหลักสูตรได้อย่างมั่นใจ โดยเตรียมพร้อมทั้งคลินิกวิชาการ การอบรมพัฒนาครู การอบรมศึกษานิเทศก์ทั่วประเทศ ฯลฯ ทั้งนี้ หลักสูตรใหม่นี้มีเฉพาะของระดับประถมต้น หากการนำร่องใช้หลักสูตรใหม่ประสบผลสำเร็จด้วยดี ขั้นต่อไปเราจะพัฒนาหลักสูตรในระดับประถมปลาย จนไปถึงระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้เด็กไทยทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้เต็มที่อย่างมีความสุข และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตได้อย่างมั่นคง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ที่มา ; ประชาสัมพันธ์ สพฐ.

 

เกี่ยวข้องกัน

สรุปภาพรวมและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรใหม่

เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เมื่อจบชั้นประถมศึกษาตอนต้น และการจัดเวลาเรียน ตามหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568 สรุปได้ดังนี้

 

1) ความสามารถพื้นฐาน (Basic Literacy)

·      การอ่าน (Reading Literacy) 》》สามารถอ่านและเข้าใจความหมายของคำ ข้อความ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ จับใจความสำคัญ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินคุณค่าของสิ่งที่อ่าน เพื่อนำไปใช้พัฒนาตนเองและแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน

·      การเขียน (Writing Literacy) 》》สามารถเขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ภาษาถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสมกับกาลเทศะ และสร้างสรรค์

·      การคิดคำนวณ (Numeracy) 》》สามารถใช้ความรู้ ทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์พื้นฐานในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน สื่อสาร และนำเสนอข้อมูลทางคณิตศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม

 

2) การประยุกต์ใช้ความสามารถพื้นฐานในชีวิตประจำวัน (Functional Literacy) 5 ด้าน

·      วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี 》》 สามารถนำความรู้ความเข้าใจในหลักการทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้น สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี มาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมีเหตุผล ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

·      สังคมและความเป็นพลเมือง 》》มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวของสังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และความเป็นพลเมืองที่ดี เคารพสิทธิหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม

·      เศรษฐกิจและการเงิน 》》มีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเงิน สามารถบริหารจัดการทรัพยากรของตนเองได้อย่างเหมาะสม และเข้าใจหลักการพื้นฐานของการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง

·      สุขภาพกายและจิต 》》มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของตนเองและผู้อื่น มีสุขนิสัยที่ดี และสามารถจัดการกับอารมณ์และความเครียดได้อย่างเหมาะสม

·      ศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อสุนทรียภาพ 》》ชื่นชมและเห็นคุณค่าของศิลปะและวัฒนธรรมที่หลากหลาย สามารถแสดงออกทางศิลปะอย่างสร้างสรรค์ และมีสุนทรียภาพในชีวิต

 

3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์

·      รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

·      ซื่อสัตย์สุจริต

·      มีวินัย

·      อยู่อย่างพอเพียง

·      มีจิตสาธารณะ

 

โดยรวมแล้ว เป้าหมายหลักของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาตอนต้น ตามหลักสูตรปี 2568 คือ การพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความสามารถพื้นฐานด้านการเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะเหล่านั้นในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพในหลากหลายบริบท

 

ตัวอย่าง : การจัดเวลาเรียนตามหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น พ.ศ. 2568

หลักการจัดเวลาเรียน สถานศึกษามีอิสระในการนำโครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรไปบริหารจัดการในระดับสถานศึกษา โดยคำนึงถึงบริบทและความพร้อมของตนเอง

 

รูปแบบการจัดการเรียนรู้ สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนรู้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น

·      วิชาเรียน

·      โครงงาน

·      กิจกรรม

·      หน่วยการเรียนรู้

 

ข้อสังเกต

·      เวลาส่วนใหญ่ยังคงเน้นไปที่การพัฒนาความสามารถพื้นฐานด้านการเรียนรู้ ในทุกระดับชั้น

·      เวลาที่จัดสรรให้กับการพัฒนาความสามารถในการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ค่อนข้างมากในชั้น ป.1 และ ป.2 แต่ลดลงในชั้น ป.3

·      กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีการจัดสรรเวลาเท่ากันในทุกระดับชั้น

·      ไม่มีการระบุเวลาที่ชัดเจนสำหรับการพัฒนา คุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยตรง ซึ่งจะบูรณาการอยู่ในกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ

 

แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการจัดเวลาเรียนของสถานศึกษา โดยยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความสามารถในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

 

หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568 เพื่อให้คุณครูทุกท่านมีความเข้าใจที่ครอบคลุมและสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเน้นประเด็นสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่

·      คุณภาพของผู้เรียนเมื่อจบการศึกษา

·      การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

·      เกณฑ์การจบชั้นประถมศึกษาตอนต้น

 

1. คุณภาพของผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้น ป.1-3)

หลักสูตรใหม่ได้กำหนดคุณภาพของผู้เรียนเมื่อจบช่วงชั้น ป.1-3 ไว้ทั้งหมด 8 ความสามารถหลัก ที่บูรณาการทั้ง ความสามารถพื้นฐานด้านการเรียนรู้ ความสามารถด้านการประยุกต์ใช้ความสามารถพื้นฐาน และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ดังนี้

 

ความสามารถพื้นฐานด้านการเรียนรู้ (Basic Literacy) : เป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบด้วย

▪️การเข้าใจความหมาย : สามารถตีความและเข้าใจข้อมูลต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน (คำ ข้อความ ภาพ สัญลักษณ์ แผนภูมิ ฯลฯ) ได้อย่างถูกต้อง

▪️การสรุปและสื่อสาร : สามารถจับใจความสำคัญจากการอ่านและสื่อสารความคิดเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และมีความรับผิดชอบ

▪️การเขียนถ่ายทอด : สามารถเขียนเพื่อสื่อสารข้อมูล ความคิด และความรู้สึก โดยใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้ถูกต้องตามหลักภาษา ชัดเจน และเหมาะสมกับบริบท

▪️การคิดคำนวณ : สามารถใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เบื้องต้นแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจและสื่อสารแนวคิดทางคณิตศาสตร์ได้

 

ความสามารถด้านการประยุกต์ใช้ความสามารถพื้นฐานด้านการเรียนรู้ (Functional Literacy) : เป็นการนำความรู้และทักษะพื้นฐานไปใช้ในการจัดการกับสถานการณ์จริง ประกอบด้วย

▪️การเข้าใจและใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี : มีความเข้าใจในโลกรอบตัวและสามารถนำความรู้ไปใช้ในการตัดสินใจ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์อย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

▪️การเป็นพลเมืองที่ดีและอยู่ร่วมกันในสังคม : เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง มีการควบคุมอารมณ์ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และมีจิตสำนึกในความดี

▪️การเข้าใจเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง : เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจเบื้องต้น การทำงานหารายได้ และนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต

▪️การดูแลสุขภาพกายและจิตใจ : มีความรู้ในการดูแลสุขภาพ มีสุขนิสัยที่ดี สามารถจัดการอารมณ์และความเสี่ยงต่าง ๆ ได้

▪️การเห็นคุณค่าและสุนทรียภาพของศิลปะและวัฒนธรรม : ชื่นชมและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วยความภาคภูมิใจ

 

2. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

การวัดและประเมินผลในหลักสูตรใหม่นี้ มุ่งเน้นการ พัฒนาพฤติกรรมการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง โดยมีหลักการสำคัญดังนี้

·      บูรณาการกับการจัดการเรียนรู้ : ดำเนินการควบคู่ไปกับการสอนอย่างสอดคล้อง

·      หลากหลายวิธีการ : ใช้วิธีการที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ข้อมูลรอบด้าน

·      อิงตามสภาพจริง : ประเมินจากสถานการณ์และภารกิจในชีวิตประจำวัน

·      ให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) : แจ้งจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และแนวทางการปรับปรุงแก่ผู้เรียน

·      ใช้ผลเพื่อพัฒนา : นำข้อมูลมาปรับปรุงการสอนและส่งเสริมผู้เรียน

.

"สิ่งที่วัดและประเมิน" ครอบคลุมดังนี้

▪️ความสามารถพื้นฐานด้านการเรียนรู้ (อ่าน เขียน คิดคำนวณ)

▪️ความสามารถด้านการประยุกต์ใช้ความสามารถพื้นฐาน (ทั้ง 5 ด้าน)

▪️คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (5 ข้อ)

 

"ช่วงเวลาในการวัดและประเมินผล"

▪️ระหว่างกิจกรรมการเรียนรู้ (เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าและให้ Feedback)

▪️เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมการเรียนรู้ (เพื่อสรุปผลการเรียนรู้)

.

"การใช้ผลการประเมิน"

▪️ให้ผู้เรียนทราบระดับความสามารถและแนวทางการพัฒนาตนเอง

▪️ให้ครูผู้สอนปรับปรุงแผนการสอนและเลือกวิธีการที่เหมาะสม

▪️ให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน

 

"การตัดสินผลการเรียน"

▪️เมื่อจบชั้นปี : รายงานผลเป็น 4 ระดับ (เริ่มต้น พัฒนา ชำนาญ เชี่ยวชาญ) ในแต่ละความสามารถ และประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ผ่าน/ไม่ผ่าน)

▪️เมื่อจบช่วงชั้น (ป.3) : พิจารณาระดับความสามารถด้านการอ่าน เขียน คิดคำนวณ (ต้อง ชำนาญ ขึ้นไป) ความสามารถด้านการประยุกต์ใช้ (ต้อง พัฒนา ขึ้นไป) และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ผ่าน)

▪️เกณฑ์การประเมิน : เป็นไปตามที่สถานศึกษากำหนด โดยสอดคล้องกับหลักสูตรและบริบทของโรงเรียน

 

3. เกณฑ์การจบชั้นประถมศึกษาตอนต้น (ป.1-3) :

·      เพื่อให้ผู้เรียนสำเร็จการศึกษาในช่วงชั้น ป.1-3 ตามหลักสูตรใหม่นี้ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้

·      มีผลการเรียนครบทั้ง 8 ความสามารถ : แสดงให้เห็นพัฒนาการในทุกด้านตามที่หลักสูตรกำหนด

·      ผ่านตามเกณฑ์สถานศึกษา : มีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดในแต่ละความสามารถ

·      ความสามารถพื้นฐาน (อ่าน เขียน คิดคำนวณ) ระดับชำนาญขึ้นไป : มีทักษะพื้นฐานที่แข็งแกร่งเพียงพอ

·      ความสามารถด้านการประยุกต์ใช้ ระดับพัฒนาขึ้นไป : สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

·      คุณลักษณะอันพึงประสงค์ผ่าน : มีคุณลักษณะที่ดีตามเป้าหมายของหลักสูตร

·      กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่าน : เข้าร่วมและผ่านเกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

 

โดยสรุป หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2568

·      มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถรอบด้าน ทั้งความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น

·      การทำความเข้าใจในคุณภาพของผู้เรียน การวัดและประเมินผลที่สอดคล้อง และเกณฑ์การจบช่วงชั้น จะเป็นแนวทางสำคัญให้คุณครูสามารถจัดการเรียนรู้และส่งเสริมพัฒนาการของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ