
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผอ.ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวว่า จากสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันของโลกที่นับวันจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาคนหรือทุนมนุษย์ภายใต้มิติที่เชื่อมโยงกับการศึกษาทั้งในและนอกระบบจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับกลยุทธ์หรือกรอบแนวคิดให้ทันกับสภาวการณ์ ดังนั้น สถาบันการศึกษาต่าง ๆ โดยเฉพาะในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ผู้มีหน้าที่กำหนดทิศทางหรือนโยบายและผู้ปฏิบัติ จำเป็นที่จะต้องผนึกพลังร่วมทลายกำแพงเพื่อนำนวัตกรรม เทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับการเรียนการสอนไปสู่การปฏิบัติที่ตอบโจทย์ในยุคดิจิทัล และที่สำคัญการพัฒนาคนหรือการเพาะพันธุ์ทุนมนุษย์ให้เป็นผู้ที่มีความพร้อมรอบด้าน จึงเป็นหนึ่งในมิติที่ถือว่ามีความท้าทายสำหรับผู้นำการศึกษาในยุคนี้เป็นอย่างยิ่ง
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ กล่าวต่อไปว่า ที่น่าสนใจ กรอบการเรียนการสอนแบบเดิม ๆ ที่ครูหรืออาจารย์บางสถาบันเป็นผู้ชี้นำหรือผูกขาดแนวคิดแต่เพียงฝ่ายเดียวคงจะไม่ใช่กลยุทธ์หรือนวัตกรรมที่จะใช้ได้อีกต่อไป คงถึงเวลาที่จะต้องขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนผ่านการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของโลกและสังคมยุคใหม่โดยเฉพาะการนำโมเดล หรือรูปแบบที่ได้รับความนิยมจากนานาประเทศซึ่งประสบความสำเร็จมาดำเนินการ ซึ่งหนึ่งในโมเดลที่น่าสนใจและบ้านเรามีสถาบันการศึกษาทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษาได้ดำเนินการจนประสบความสำเร็จมาแล้ว ได้แก่
แนวคิด Mentorship Program สำหรับแนวคิดดังกล่าวคือ การสร้างเครือข่ายด้วยการเชิญบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบความสำเร็จเฉพาะทางมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งรูปแบบนี้จะเป็นหนึ่งในสะพานเชื่อมหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เพิ่มมุมมองที่กว้างไกลและเป็นกระบวนการเสริมปัญญาด้วยการสร้างมุมมองสะท้อนย้อนคิด (reflection) และถ่ายทอดความรู้ แนวคิด มุมมอง ทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญสั่งสมมา ซึ่งจากแนวคิดที่ได้นำเสนอนี้ หากสถาบันการศึกษาทุกระดับได้นำโมเดลดังกล่าวไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน เชื่อว่าเด็กและเยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคตจะเป็นทุนมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีคุณค่าสามารถเป็นพลังร่วมในการขับเคลื่อนการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ผอ.ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ชี้การจัดการศึกษาทุกระดับต้องนำนวัตกรรม เทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับการเรียนการสอนไปสู่การปฏิบัติที่ตอบโจทย์ในยุคดิจิทัล
ที่มา ; เดลินิวส์ 18 กุมภาพันธ์ 2565
บทความสะท้อนให้เห็นว่าโลกยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การพัฒนาทุนมนุษย์ต้องปรับตัวให้ทันสถานการณ์ โดยเฉพาะภาคการศึกษาทุกระดับ ทั้งขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา จำเป็นต้องปรับกรอบแนวคิดและกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้ จากรูปแบบเดิมที่ครูเป็นศูนย์กลาง ไปสู่รูปแบบที่เปิดกว้าง ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบโจทย์สังคมดิจิทัล
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ “Mentorship Program” ซึ่งเน้นการสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาร่วมถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองแก่ผู้เรียน ทำให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึก ผ่านกระบวนการสะท้อนคิด (reflection) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนมีมุมมองที่กว้างขึ้นและพัฒนาทักษะรอบด้าน
การขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้กำหนดนโยบายและผู้ปฏิบัติ เพื่อทลายข้อจำกัดเดิม ๆ และนำแนวคิดใหม่มาประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน หากดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยพัฒนาเยาวชนให้เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต
ข้อ 1 แนวคิดหลักของบทความนี้คือข้อใด
ก. การเพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. การพัฒนาทุนมนุษย์ให้ทันโลกยุคใหม่
ค. การลดบทบาทครูในห้องเรียน
ง. การเน้นการสอบแข่งขัน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการปรับการศึกษาเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลง
ข้อ 2 เหตุผลสำคัญที่ต้องปรับการจัดการศึกษาคืออะไร
ก. งบประมาณจำกัด
ข. เทคโนโลยีล้าสมัย
ค. การแข่งขันของโลกที่สูงขึ้น
ง. จำนวนนักเรียนลดลง
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นการแข่งขันของโลกเป็นแรงผลักหลัก
ข้อ 3 ข้อใด “ไม่ใช่” ลักษณะของการเรียนรู้แบบเดิมที่ถูกวิพากษ์
ก. ครูเป็นศูนย์กลาง
ข. ผู้เรียนมีส่วนร่วมสูง
ค. ครูผูกขาดความคิด
ง. การสอนทางเดียว
เฉลย: ข
เหตุผล: การเรียนรู้แบบเดิมมักให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมน้อย
ข้อ 4 Mentorship Program มีจุดเด่นสำคัญคืออะไร
ก. ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
ข. เน้นการสอบวัดผล
ค. เชื่อมโยงผู้เรียนกับผู้เชี่ยวชาญ
ง. ลดบทบาทโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญ
ข้อ 5 กระบวนการ reflection มีบทบาทอย่างไร
ก. ใช้ประเมินคะแนน
ข. สร้างความจำระยะสั้น
ค. ช่วยให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์และพัฒนาตน
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: reflection ช่วยให้เกิดการคิดทบทวนและเรียนรู้เชิงลึก
ข้อ 6 หากผู้บริหารต้องการนำแนวคิดนี้ไปใช้ ควรเริ่มจากอะไร
ก. เพิ่มข้อสอบ
ข. สร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เปลี่ยนตำราเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: Mentorship ต้องเริ่มจากการเชื่อมโยงเครือข่าย
ข้อ 7 บทบาทของเทคโนโลยีในบทความคืออะไร
ก. แทนครูทั้งหมด
ข. เป็นเครื่องมือเสริมการเรียนรู้
ค. ใช้เฉพาะการสอบ
ง. ไม่มีความสำคัญ
เฉลย: ข
เหตุผล: เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้
ข้อ 8 ข้อใดเป็นผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการพัฒนาทุนมนุษย์
ก. นักเรียนสอบได้คะแนนสูง
ข. ลดจำนวนครู
ค. สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม
ง. เพิ่มเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป้าหมายคือพัฒนาประเทศผ่านทุนมนุษย์
ข้อ 9 หากครูยังใช้วิธีสอนแบบเดิม จะเกิดผลอย่างไร
ก. ผู้เรียนมีทักษะรอบด้าน
ข. ผู้เรียนขาดการพัฒนาที่สอดคล้องโลกใหม่
ค. ระบบการศึกษาดีขึ้น
ง. เทคโนโลยีไม่จำเป็น
เฉลย: ข
เหตุผล: ไม่สอดคล้องกับบริบทโลกปัจจุบัน
ข้อ 10 ปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงคืออะไร
ก. การทำงานแยกส่วน
ข. การแข่งขันภายใน
ค. ความร่วมมือระหว่างนโยบายและการปฏิบัติ
ง. การลดงบประมาณ
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่ายในการขับเคลื่อน