
เมื่อความรักเป็นสิ่งที่หักห้ามกันไม่ได้ รักในวัยเรียน หรือ Puppy Love จึงเกิดขึ้น การมีความรักในวัยเรียนไม่ใช่เรื่องที่ผิด หรือเสียหาย เพราะความรักเป็นสิ่งสวยงาม ในขณะเดียวกันความรักก็เปรียบดั่งดาบสองคม เนื่องจากมีผู้เรียนหลายคนต้องเสียการเรียนเพราะเรื่องความรัก แล้วครูจะมีวิธีในการช่วยผู้เรียนให้รักที่จะเรียนรู้และเรียนรู้ที่จะรักไปพร้อม ๆ กันได้อย่างไร
รักที่จะเรียนรู้ คือการตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของการเรียนรู้ การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดไว้เพียงแค่ในสถานศึกษา หรือช่วงวัยเรียน แต่ยังครอบคลุมไปถึงทุกช่วงอายุ ทุกชนชั้นในสังคม การสร้างเสริมและเตรียมผู้เรียนให้เห็นถึงความสำคัญในการเรียนรู้และ “รัก” การเรียนรู้อย่างยั่งยืนสามารถทำได้ โดยมีวิธีช่วยให้ผู้เรียนรักที่จะเรียนรู้ ดังนี้
1. ตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้ การตั้งเป้าหมายในการเรียนจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้และทำให้พึงระลึกเสมอว่าเรียนรู้ไปเพื่ออะไร เมื่อผู้เรียนตอบคำถามนี้ได้ ผู้เรียนจะมีทิศทางในการเรียนรู้และได้ประโยชน์จากการเรียนรู้อย่างแท้จริง เช่น ฉันอยากเต้น cover ให้เก่ง (เป้าหมาย) ฉันจะฝึกเต้นโดยเรียนรู้จากคลิปใน Tiktok (การเรียนรู้)
2. สนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้เชิงบวก ครูในฐานะผู้เอื้ออำนวยการเรียนรู้ (facilitator) ควรช่วยเหลือผู้เรียนเมื่อผู้เรียนมีอุปสรรค หรือผิดพลาดในระหว่างการเรียนรู้ นอกจากนี้ การให้กำลังใจในการเรียนรู้ของครูก็มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนเช่นกัน ดังนั้น การใช้วาทศิลป์ หรือใช้จิตวิทยาในการสื่อสารกับผู้เรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ
3. สร้างพื้นที่ปลอดภัย ครูควรสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เรียนโดยการไม่นำเรื่องที่ผู้เรียนมาปรึกษา หรือบอกเล่าไปเผยแพร่ต่อผู้อื่นและแสดงให้เห็นความจริงใจเพื่อให้ผู้เรียนรู้สึกปลอดภัยในการเรียนรู้ที่มีครูเป็นผู้ผลักดันและสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
4. ให้อิสระและเสรีภาพในการเรียนรู้ การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดเพียงในตำราเรียน หรือเสียงบรรยายของครูในโรงเรียน การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในชีวิตของตนได้ทั้งนั้น ยกตัวอย่าง ผู้เรียนสนใจการเล่นกลของนักมายากล จึงเรียนรู้เทคนิคและทักษะการใช้ร่างกายที่ว่องไวเพื่อนำมาฝึกปฏิบัติในขั้นต่อไปจนชำนาญ
5. ให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ด้วยการนำมาใช้แก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน เพราะทุกชีวิตล้วนต้องประสบกับปัญหาที่แตกต่างกัน การนำทักษะและความรู้ที่เกิดขึ้นระหว่างการเรียนรู้มาปรับใช้ย่อมเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการกับปัญหา เมื่อผู้เรียน รู้ว่าคุณค่าในการเรียนรู้วิชาหนึ่ง ๆ คือการนำไปปรับใช้และต่อยอดกับอะไร จะส่งผลให้ผู้เรียนตระหนักในความสำคัญของการเรียนรู้มากขึ้น
การเรียนรู้นับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ความรักก็เช่นกัน ดังนั้น ผู้เรียนที่กำลังอยู่ในช่วงวัยเรียนจึงต้องรู้จักสร้างสมดุลระหว่างเรื่องความรักและการเรียน ครูสามารถช่วยให้ผู้เรียนรู้จักการรักให้เป็น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต หรือข้อผิดพลาดตามมา ซึ่งอาจจะมีผลต่อการเรียนรู้ได้ วิธีสอนให้ผู้เรียน “รักเป็น” ด้วยการเรียนรู้ มีดังนี้
1. เรียนรู้ที่จะเคารพและเห็นคุณค่าในตัวเอง โดยให้ผู้เรียนตระหนักว่า อะไรคือสิ่งที่เป็นจุดเด่น หรือความสามารถที่ตนเองภูมิใจและอยากพัฒนาต่อไป เพื่อนำสิ่งเหล่านี้ไปสร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง รวมถึงครอบครัวในอนาคต ดังนั้น ครูจึงต้องใช้จิตวิทยาในการโน้มน้าวผู้เรียนให้เห็นถึงความสำคัญของตัวเอง
2. เรียนรู้ที่จะผิดหวัง การผิดหวังเป็นหน้าที่ของผู้คาดหวัง ครูควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนรู้จักเท่าทันความรู้สึกยึดติดกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น มองความรักเป็นเรื่องธรรมชาติ กล่าวคือ ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามความเหมาะสมของเวลา อย่างไรก็ตาม หากมีผู้เรียนผิดหวังจากความรัก ครูควรชี้ให้ผู้เรียนจัดการกับความผิดหวัง โดยการนำความผิดหวังนั้นเป็นบทเรียนและเป็นประสบการณ์ของชีวิตต่อไป
3. เรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ตนเอง ก่อนจะควบคุมอารมณ์ตนเองได้นั้น จำเป็นต้องรับรู้และเข้าใจอารมณ์ในแต่ละขณะให้ได้เสียก่อน การใช้ความคิดมากกว่าอารมณ์ระหว่างที่มีความรักในช่วงนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากรักด้วยอารมณ์อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการเรียน หรือผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง เช่น การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร หรือการคิดสั้นตามมา ดังนั้น การรักบนพื้นฐานของความคิดจะช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการขาดสติของผู้เรียนได้
ชีวิตในวัยเรียน ที่มีทั้งเรียนและรัก เพราะนี่คือชีวิต เป็นธรรมดาที่จะมีปัญหาเกิดขึ้น สถานศึกษาควรให้ความสำคัญทั้งเรื่องเรียนและรักของนักเรียนควบคู่กัน เช่น จัดอบรมความรู้ จัดกิจกรรมต่าง ๆ ฯลฯ ที่ทำให้ผู้เรียนรักเรียนและเรียนรู้ในการรัก เพราะมีผู้เรียนหลายคนที่ประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ได้เพราะรู้จักรักเป็น
บทความโดย จิราพร เณรธรณี
ที่มา ; EDUCA