
เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอชื่นชม และให้กำลังใจ ดร.สะท้าน วารี ผอ. สพม.สระแก้ว พร้อมทีมงาน และนายชัยทัศน์ จ้องสกุลวงษ์ ผอ.โรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม จ.สระแก้ว และคณะคุณครูทุกท่าน ตลอดจน ลูกนักเรียนทุกคน ห้องรามเกียรติ์ (ห้องเรียนต้นแบบภาษาไทย) ซึ่งในปีการศึกษา 2566 ทางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยได้ปรับปรุง พัฒนาห้องเรียน 313 เป็นห้องเรียนต้นแบบ โดยเรามุ่งพัฒนาต้นแบบ 3 ด้าน ดังนี้
ต้นแบบการปรับเปลี่ยนบรรยากาศ โดยเลือกแนวคิดจัดเป็นห้องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นวรรณคดีเอกของไทย ทาสีโทนสีเขียวเข้ม และเขียวอ่อนตัดกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นสีของพระราม และติดป้ายแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวของกับเรื่องรามเกียรติ์ ต้นแบบการจัดห้องเรียน โดยปรับเก้าอี้เป็นรูปตัวยูซึ่ง คุณครูสามารถดึงความสนใจของเด็กๆ ได้มากกว่า และกระตุ้นการแลกเปลี่ยนไอเดียกันในห้องเรียน ช่วยลดปัญหาการเล่นกันของเด็กๆ เพราะสามารถเข้าถึงเด็กๆได้มากขึ้นและมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมมากขึ้น
ต้นแบบการจัดกิจกรรมก่อนเรียน โดยในห้องจัดโต๊ะบาร์ให้นักเรียนได้ทำ “กิจกรรมเล่าข่าว..กล่าวสำนวน” กันก่อนเริ่มเรียน ให้นักเรียนได้นำข่าวที่น่าสนใจหรือเป็นกระแสสังคมมาเล่าให้เพื่อนฟัง ใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนคิด แก้ปัญหา หรือนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและเชื่อมโยงกับสำนวนที่เกี่ยวข้องกับข่าว
สพฐ.ขอชื่นชม สุดยอดห้องเรียนต้นแบบภาษาไทย กระตุ้นให้นักเรียนคิด แก้ปัญหา
ที่มา ; เดลินิวส์ 20 กรกฎาคม 2566
เกี่ยวข้องกัน
หลักบวร,อ่านออกเขียนได้ และผู้นำทางวิชาการ คือกุญแจความสำเร็จ ของโครงการโรงเรียนดีมีทุกที่
เป็นระยะเวลา 2 ปีแล้ว ที่ทางโครงการโรงเรียนดีมีทุกที่ ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิเอเชีย และเหล่าพันธมิตร ได้ร่วมกันค้นหาโรงเรียนที่มีผู้อำนวยการเป็นผู้นำทางวิชาการ ได้รับการสนับสนุนให้มีการกระจายอำนาจในการจัดการศึกษา และสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ จากทั่วประเทศไทย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดพลังบวกในสังคม และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถสรุปถอดบทเรียนได้ 3 ข้อ ที่เป็นปัจจัยทำให้โรงเรียนประสบความสำเร็จคือ 1)การใช้หลักบวร (บ้านวัดโรงเรียน), 2)ทักษะการอ่านออกเขียนได้ และ 3)ผู้นำทางวิชาการที่ยอดเยี่ยม
ดร.รัตนา แซ่เล้า เจ้าหน้าที่โครงการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและวิจัย มูลนิธิเอเชีย ได้กล่าวว่า “โครงการโรงเรียนดีมีทุกที่เป็นการนำเสนอโรงเรียนต้นแบบที่มีผู้นำทางวิชาการที่เข้มแข็ง เป็นตัวอย่างความสำเร็จของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น สร้างผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมได้แม้ว่าจะอยู่ในบริบททางสังคมที่แตกต่างกัน ด้วยมุ่งหวังให้เกิดแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาไทยในทุกมิติ โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดทำโครงการฯ ใน 18 โรงเรียน จาก 7 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, ลำพูน, กาญจนบุรี, ระยอง, มหาสารคาม และเชียงราย สามารถสรุปถอดบทเรียนได้ 3 ข้อ ที่เป็นปัจจัยทำให้โรงเรียนประสบความสำเร็จคือ
1) การใช้หลักบวร (บ้านวัดโรงเรียน) หรือชุมชนเข้มแข็งมาผสานสัมพันธ์ในการพัฒนาเด็ก เกิดเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ พัฒนาทั้งในด้านวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต ได้แก่
1.1) รร.วัดทุ่งลาดหญ้า “ลาดหญ้าวิทยา” อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีพระครูสิทธิกิจจานุวัตร เป็นผู้ทำนุบำรุงการศึกษาให้เป็นรากฐานของชุมชน ภายใต้ความร่วมมือของบ้าน ซึ่งมีผู้ปกครองและผู้นำชุมชนช่วยกันส่งเสริมพัฒนา และโรงเรียน ซึ่งเป็นหน้าที่ของครูผู้สอนให้ความรู้นักเรียน
1.2) รร.บ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ อ.ลี้ จ.ลำพูน ที่ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) ได้รับการศึกษา เปิดสอนเป็นทั้งโรงเรียนปริยัติธรรมและฆราวาส เมื่อมีกิจกรรมต่างๆ ทางวัดก็จะให้ความร่วมมือสนับสนุน ส่งพระภิกษุไปให้ความรู้นักเรียน มีการสอนคุณธรรมควบคู่กับความรู้ทั่วไป ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
2) ทักษะการอ่านออกเขียนได้ เป็นพื้นฐานสำคัญของการศึกษา ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ในวิชาต่างๆ อย่างมีคุณภาพ และสามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ได้แก่
2.1) รร.ฤทธิยะวรรณาลัย (ประถม) เขตสายไหม กทม. ซึ่งได้มีการส่งเสริมเรื่องการอ่าน เพราะในปัจจุบันเด็กสามารถหาความรู้ได้จากอินเทอร์เนต โดยให้ความสำคัญตั้งแต่ชั้น ป.1 เมื่อโตขึ้นชั้น ป.2-ป.6 ก็จะเพิ่มเป็นอ่านคล่องเขียนคล่อง, การอ่านรู้เรื่อง, สามารถอ่านและจับหรือสรุปใจความได้ มีการทดสอบตลอดปี รวมถึงมีการจัดทำโครงการรักการอ่าน และ กิจกรรมโลกนิทาน, สำนวนชวนอ่าน, สนามหญ้าชวนอ่าน เป็นต้น
2.2) รร.บ้านปางแดง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนตั้งอยู่บนดอยสูง มีนักเรียนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์แบบ 100% รูปแบบการศึกษาเป็นแบบพหุวัฒนธรรม เรียนควบคู่กันไปแบบ 2 ภาษาคือภาษาถิ่นและภาษาไทย เพิ่มเติมด้วยภาษาอังกฤษและจีน โดยมีคุณครูชาติพันธุ์บางส่วนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเป็นผู้สอน นอกจากนี้ยังมีโครงการพี่สอนน้อง เพื่อนสอนเพื่อน ซึ่งในปัจจุบันนักเรียนสามารถฟังพูดอ่านและเขียนภาษาไทยได้เป็นอย่างดี
3) ผู้นำทางวิชาการที่ยอดเยี่ยม เป็นผู้ขับเคลื่อนหรือคอยผลักดัน ในการส่งเสริมศักยภาพความสามารถ ของเด็กในด้านการศึกษาและอื่นๆ ได้แก่
3.1) รร.สารคามพิทยาคม อ.เมือง จ.มหาสารคาม เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งมีผู้นำทางวิชาการที่เข้มแข็ง ที่ผ่านมามีการนำเทคโนโลยีมาส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จัก ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ได้แนะนำให้นักเรียนเข้าไปใช้บริการที่
เว็บไซต์ www.thailandlearning.org ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมแหล่งเรียนรู้ออนไลน์จากทั่วโลก ที่สามารถใช้บริการได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
3.2) รร.วัดถนนกะเพรา อ.แกลง จ.ระยอง เป็นโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาปี 2562 ที่ได้นำความอิสระในการสร้างหลักสูตรมาเปิดโอกาสให้ตัวเอง มีจุดเน้นในการจัดการศึกษาว่าโรงเรียนสร้างสรรค์ นวัตกรน้อยสู่สากล มุ่งหวังจะให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักต่อยอดอาชีพในชุมชน
ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาในข้างต้น ถือเป็นผลที่ได้รับจากการจัดทำโครงการโรงเรียนดีมีทุกที่ ในตลอดระยะ เวลาที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะมีเรื่องที่น่าสนใจอีกหลายอย่างที่สามารถนำมาเป็นบทเรียน หรือต่อยอดให้กับนัก วิชาการ, ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือหน่วยงานราชการต่างๆ โดยผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook : โรงเรียนดีมีทุกที่ หรือสอบถามที่โทรศัพท์ 062-7341267
ที่มา ; แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
บทความทั้งสองนำเสนอแนวคิดและตัวอย่างนวัตกรรมทางการศึกษาที่มุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในโรงเรียนไทยอย่างเป็นระบบ กรณีแรกคือการพัฒนาห้องเรียน “รามเกียรติ์” โรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม ซึ่งเป็นห้องเรียนต้นแบบภาษาไทยที่ออกแบบการเรียนรู้ 3 ด้าน ได้แก่ การปรับสภาพแวดล้อมให้มีบรรยากาศเชิงวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ การจัดห้องเรียนแบบเก้าอี้รูปตัวยูเพื่อเพิ่มปฏิสัมพันธ์ ลดพฤติกรรมรบกวน และส่งเสริมการทำงานร่วมกัน และการจัดกิจกรรมก่อนเรียน “เล่าข่าว–กล่าวสำนวน” เพื่อฝึกการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และเชื่อมโยงภาษาไทยกับชีวิตจริง ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดทักษะคิดเชิงวิพากษ์มากขึ้น
อีกบทความกล่าวถึงโครงการ “โรงเรียนดีมีทุกที่” ซึ่งสรุปปัจจัยความสำเร็จทางการศึกษา 3 ประการ ได้แก่ การใช้หลักบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) เพื่อสร้างความร่วมมือของชุมชน ทักษะการอ่านออกเขียนได้ซึ่งเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต และภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารที่เข้มแข็ง สามารถขับเคลื่อนการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างโรงเรียนจากหลายพื้นที่สะท้อนว่าความร่วมมือของทุกภาคส่วนช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย
จุดมุ่งหมายสำคัญของห้องเรียนรามเกียรติ์คือข้อใด
ก. เพิ่มความสวยงามของห้องเรียน
ข. พัฒนาทักษะกีฬาและสุขภาพ
ค. ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และการใช้ภาษาไทย
ง. เพิ่มจำนวนกิจกรรมสันทนาการ
เฉลย: ค
เหตุผล: ห้องเรียนมุ่งพัฒนาการคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยงภาษาไทยกับชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงความสวยงามหรือสันทนาการ
เหตุผลหลักของการจัดโต๊ะเรียนแบบตัวยูคือข้อใด
ก. ประหยัดพื้นที่ห้องเรียน
ข. ลดค่าใช้จ่ายในการจัดห้อง
ค. เพิ่มปฏิสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
ง. ลดเวลาในการสอนของครู
เฉลย: ค
เหตุผล: การจัดรูปแบบนี้ช่วยให้ครูเข้าถึงผู้เรียนและส่งเสริมการมีส่วนร่วม
กิจกรรม “เล่าข่าว–กล่าวสำนวน” เน้นทักษะใดมากที่สุด
ก. การท่องจำ
ข. การคิดวิเคราะห์และเชื่อมโยงชีวิตจริง
ค. การคัดลายมือ
ง. การทำแบบทดสอบ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้สำนวนกับข่าว
ปัจจัยสำคัญของโครงการ “โรงเรียนดีมีทุกที่” คือข้อใด
ก. เทคโนโลยีเป็นหลัก
ข. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ค. การใช้หลักบวร บ้าน วัด โรงเรียน
ง. การเพิ่มจำนวนนักเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: หลักบวรเป็นหัวใจของความร่วมมือเชิงชุมชน
ทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่สุดต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตคือข้อใด
ก. การวาดภาพ
ข. การอ่านออกเขียนได้
ค. การเล่นกีฬา
ง. การใช้สื่อสังคมออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: การอ่านออกเขียนได้เป็นฐานของทุกการเรียนรู้
บทบาทของผู้นำทางวิชาการที่ดีคือข้อใด
ก. สั่งการอย่างเดียว
ข. เน้นเอกสารราชการ
ค. ขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ง. ลดภาระครูโดยไม่พัฒนาอะไร
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้นำต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนการเรียนรู้และนวัตกรรม
ผลลัพธ์สำคัญของการออกแบบห้องเรียนเชิงนวัตกรรมคือข้อใด
ก. นักเรียนมีคะแนนสูงขึ้นทันที
ข. นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์และคิดวิเคราะห์
ค. ครูทำงานน้อยลง
ง. ลดจำนวนวิชาเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นพัฒนาทักษะคิดขั้นสูงและการเรียนรู้เชิงลึก
ข้อใดสะท้อนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการศึกษา
ก. ครูสอนในห้องเรียนเท่านั้น
ข. โรงเรียนจัดสอบปลายภาค
ค. บ้าน วัด และโรงเรียนร่วมพัฒนาเด็ก
ง. นักเรียนเรียนออนไลน์อย่างเดียว
เฉลย: ค
เหตุผล: หลักบวรเน้นความร่วมมือของทุกภาคส่วน
การใช้เทคโนโลยีในโรงเรียนสารคามพิทยาคมมีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มความสะดวกในการสอบ
ค. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ง. ลดเวลาเรียนในห้องเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้เทคโนโลยีเป็นแหล่งเรียนรู้ต่อเนื่อง
แนวคิดสำคัญร่วมของทั้งสองบทความคือข้อใด
ก. การเน้นสอบแข่งขัน
ข. การเพิ่มภาระงานครู
ค. การพัฒนาผู้เรียนแบบบูรณาการและมีส่วนร่วม
ง. การใช้ตำราเป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: ทั้งสองเน้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและพัฒนารอบด้าน