สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M402_สกศ. เสนอทางรอด ‘3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม’ เด็กปฐมวัย

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการแถลงข่าว 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม : ฟื้นฟูพัฒนาการเด็กปฐมวัย ทางรอดประเทศไทย” โดยมี นางสุภาวดี หาญเมธี ประธานคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมถ่ายทอดบทเรียนและนวัตกรรมการแก้ปัญหาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพัฒนาการของเด็กปฐมวัยหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า  กว่า 3  ปี ของการเรียนออนไลน์ในช่วงโควิด ผลักให้เด็กเข้าสู่ภาวะการเรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ความสูญเสียโอกาสที่จะได้สร้างพัฒนาการยิ่งซ้ำเติมให้เด็กยุคโควิดกลายเป็น Lost Generation หลุดออกจากระบบการศึกษา ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างรุนแรง โมเดล 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม จึงเป็นทางรอดของไทยที่จะช่วยฟื้นคืนพัฒนาการเด็กปฐมวัยให้สมวัยและเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข ประกอบด้วย

 

3 เร่ง ได้แก่

1.เร่งกำหนดการฟื้นฟูเด็กปฐมวัย เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และเป็นไปทั้งระบบจนเกิดผล

2.เร่งให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก และสังคม และ

3.เร่งค้นหา เยียวยา และพัฒนาเด็กในภาวะเปราะบาง 

 

“ 3 ลด ได้แก่

1.ลดการใช้สื่อหน้าจอในเด็กปฐมวัยอย่างจริงจัง

2.ลดความเครียดคืนความสุขแก่เด็ก และ

3. ลดการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก 

 

3 เพิ่ม ได้แก่

1.เพิ่มกิจกรรมฟื้นฟูพัฒนาการที่เสียไป โดยเฉพาะเพิ่มกิจกรรมทางกาย เพิ่มการอ่านนิทาน และเพิ่มการเล่น 2.เพิ่มสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และ

3.เพิ่มศักยภาพบุคลากรและระบบนิเวศใกล้ตัวเด็ก ผ่านการเสริมพลังครอบครัว สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และเครือข่ายชุมชน 

โดยคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้นำเสนอเรื่องดังกล่าวให้ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาแล้ว โดยคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยได้ให้ความเห็นชอบและมีมติให้เสนอเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ เพื่อกำหนดให้การฟื้นฟูเด็กปฐมวัย เป็นวาระแห่งชาติต่อไป หากฟื้นฟูเด็กปฐมวัยถูกบรรจุเป็นวาระแห่งชาติ เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งพัฒนาเด็กให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป” นายสุเทพ กล่าว 

ด้านนางสุภาวดี กล่าวว่า ถือเป็นการฉายความหวังในการส่งเสริมเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้าน ได้แก่ บทบาทใหม่ของครูและผู้ปกครองต่อการฟื้นฟูพัฒนาการเด็ก วิธีการดูแลสุขภาพใจของเด็กเล็กในช่วงโควิด การช่วยเหลือเด็กให้ก้าวข้ามภาวะสูญเสียทางการเรียนรู้ และการเลี้ยงลูกให้สอดคล้องกับบริบทสมัยใหม่ โดยเฉพาะการใช้สื่อหน้าจอหรือโทรศัพท์มือถือที่งานวิจัยจากทั่วโลกชี้ชัดว่าทำลายสมองเด็กเล็กอย่างรุนแรง และห้ามใช้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบอย่างเด็ดขาด จากนี้ คณะอนุกรรมการสื่อสารฯ และ สกศในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย จะร่วมระดมกำลังจากทุกฝ่ายบูรณาการงานตามแนวทาง 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ฟื้นฟูพัฒนาการเด็กปฐมวัยในระยะเวลาอันสั้น เพื่อให้ในระยะยาวประเทศจะไม่สูญเสียพลเมืองคุณภาพจากพัฒนาการที่สูญเสียไปของเด็กปฐมวัยแต่อย่างใด 

 

สรุปสาระสำคัญ 

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา แถลงแนวทาง “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” เพื่อฟื้นฟูพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้เด็กจำนวนมากเกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) และเสี่ยงเป็น “Lost Generation” แนวทางดังกล่าวมุ่งแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเร่งให้การฟื้นฟูเด็กเป็นวาระแห่งชาติ เร่งให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง–ครู–สังคม และเร่งค้นหาและเยียวยาเด็กกลุ่มเปราะบาง ควบคู่กับการลดการใช้สื่อหน้าจอ ลดความเครียด และลดความรุนแรงต่อเด็ก พร้อมเพิ่มกิจกรรมฟื้นฟูพัฒนาการ เพิ่มสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และเพิ่มศักยภาพบุคลากรและสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก แนวทางนี้ได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยและจะเสนอให้ ครม. รับทราบเพื่อผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนี้ สกศ. และคณะอนุกรรมการสื่อสารเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยจะบูรณาการความร่วมมือทุกฝ่ายเพื่อเร่งฟื้นฟูพัฒนาการเด็กอย่างเป็นรูปธรรม ลดความเสียหายระยะยาวต่อคุณภาพประชากรของประเทศ 

ข้อสอบ 

1. ปัจจัยใดเป็น “แรงผลักดันสำคัญที่สุด” ที่ทำให้ต้องออกโมเดล 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม 

ก. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการเรียนรู้
ข. ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้จากโควิดเป็นวงกว้าง
ค. การขาดแคลนครูปฐมวัยในระดับประเทศ
ง. นโยบายปฏิรูปการศึกษาระยะเร่งด่วน

2. หากโรงเรียนปฐมวัยต้องออกนโยบายเร่งด่วนให้สอดคล้องที่สุดกับ “3 ลด” ควรมุ่งที่ข้อใดเป็นอันดับแรก

ก. ปรับตารางเรียนให้มีการอ่านออกเสียงมากขึ้น
ข. ลดการใช้สื่อหน้าจอในเด็กอย่างเป็นรูปธรรม
ค. ขยายโครงการอาหารกลางวันถ้วนหน้า
ง. สร้างศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยครบทุกอำเภอ

3. ข้อใดเป็น “ตรรกะเชิงระบบ (system logic)” ที่อยู่เบื้องหลังข้อเสนอให้ฟื้นฟูเด็กปฐมวัยเป็นวาระแห่งชาติ

ก. ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากสำหรับการเยียวยา
ข. ความเสียหายเชิงพัฒนาการจะกระทบคุณภาพประชากรระยะยาว
ค. หน่วยงานปัจจุบันไม่สามารถให้บริการเด็กได้ครบทุกพื้นที่
ง. สังคมไทยยอมรับความสำคัญของเด็กปฐมวัยมากขึ้น

4. หากพบเด็กกลุ่มหนึ่งมีพฤติกรรมก้าวร้าวหลังโควิด การดำเนินการใดสะท้อนการใช้ “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” อย่างครบมิติที่สุด

ก. ให้ผู้ปกครองจำกัดเวลาใช้มือถืออย่างเข้มงวด
ข. ส่งเข้าพบจิตแพทย์เด็กทันที
ค. ลดความเครียด–ลดความรุนแรง พร้อมเพิ่มกิจกรรมทางกาย
ง. เร่งจัดอบรมครูเรื่องพฤติกรรมเด็ก

5. เมื่อโรงเรียนต้องออกแบบแผนพัฒนาครูปฐมวัยให้สอดคล้องกับโมเดลนี้ ควรเน้นเรื่องใดมากที่สุด 

ก. การวัดผลตามมาตรฐานสากล
ข. การใช้เทคโนโลยีการสอนแบบเข้มข้น
ค. การเสริมศักยภาพครูในการฟื้นฟูพัฒนาการและดูแลสุขภาพใจเด็ก
ง. การพัฒนาสื่อดิจิทัลเพื่อเรียนรู้ที่บ้าน

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น