สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M074_พ.ร.บ.การศึกษาชาติฯ ส่อแท้ง หลังแม่พิมพ์รุมสับลดศักดิ์ศรีครู

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งพ้นจากอำนาจการพิจารณาของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จากนี้ขึ้นอยู่กับครม.ว่าจะเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว หรือส่งกลับให้คณะกรรมการกฤษฎีกาปรับแก้ ทั้งนี้กรณีไม่ส่งกลับให้คณะกรรมการกฤษฎีกาปรับแก้สามารถพิจารณาแก้ไขได้ในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง

นายอำนาจ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาไม่เห็นด้วย โดยเห็นว่าร่างพร.บ.ที่กำลังจะเข้าสู่สภาฯ ลดคุณภาพของการจัดการศึกษา โดยมีการปรับเปลี่ยนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของครูเป็นใบรับรองการประกอบวิชาชีพ และผู้บริหารสถานศึกษาเปลี่ยนเป็นตำแหน่งหัวหน้าสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาระดับเขตไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งถือว่าเป็นการลดคุณภาพของครู ลดคุณภาพของสถานศึกษา และลดคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่ ส่งผลต่อการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ นั้น ในส่วนของสกศ.รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่ผู้เกี่ยว โดยเฉพาะครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่การจะปรับแก้หรือไม่ขณะนี้ อยู่ที่การพิจารณาของครม. ส่วนสกศ.ทำหน้าที่วิเคราะห์และเสนอความเห็นเพิ่มเติมไปให้พิจารณา ดังนั้นจึงต้องรอว่า ครม.จะมีมติไปในทิศทางใด

ในส่วนของสกศ. ได้มีการหารือข้อกังวลของครูและบุคลากรทางการศึกษา และเห็นด้วยที่จะแก้ไขทั้ง 3 ข้อเบื้องต้น ทั้งการปรับแก้ชื่อ ผู้บริหารสถานศึกษา เป็นหัวหน้าสถานศึกษา สกศ.เห็นว่าควรกลับมาใช้ ชื่อตำแหน่ง ผู้บริหารสถานศึกษา หรือใบรับรองความเป็นครู ก็ควรกลับมาใช้ใบอนุญาตฯ ตามเดิม เพราะแม้จะเปลี่ยนชื่อทั้งสองอย่าง ทางกฎหมายอาจไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ภาษาที่ใช้อาจทำให้ครู และบุคาลกรทางการศึกษาเกิดความกังวล ไม่มั่นใจ ลดทอนศักดิ์ศรีวิชาชีพครู ดังนั้นหากเป็นเช่นนี้ก็ไม่ควรปรับแก้ หรือกำหนดไว้ในกฎหมาย ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องการกระจายอำนาจทั้งระดับจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนที่เห็นว่า ควรต้องเขียนรายละเอียดให้มีความชัดเจนมายิ่งขึ้น แต่ขณะนี้ทุกอย่างพ้นจากอำนาจหน้าที่ของสกศ.แล้ว ดังนั้นจึงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของครม. โดยร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ เกิดขึ้น จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯให้สอดคล้อง มีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปรูปการศึกษา (กอปศ.) ขึ้นมาดำเนินการยกร่าง และร่างฉบับกอปศ. เสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตั้งแต่ปี 2562 แต่ถูกส่งกลับมาสอบถามความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใหม่อีกครั้ง จึงถือว่า การยกร่างกฎหมายฉบับนี้มีความล่าช้าไปมากแล้ว นายอำนาจกล่าว

ข่าวเกี่ยวกัน

องค์กรครูพบ ตรีนุชค้าน พ.ร.บ.การศึกษาฯ ชี้กระทบคุณภาพต้องยกเครื่องใหม่

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ ประธานชมรมพิทักษ์สิทธิผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูไทย (ค.อ.ท.) และ 247 องค์กรครูทั่วประเทศ ร่วมกันคัดค้านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ซึ่งขณะนี้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา และจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐสภา ตามลำดับ โดยองค์กรครูทั่วประเทศ เห็นว่า

ร่าง พ.ร.บ.ศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. มีประเด็นที่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาและกระทบต่อคุณภาพการศึกษา ดังนี้

1.คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่เคยนำเสนอปัญหาด้านการศึกษาให้สังคมทราบว่ามีปัญหาอะไร และมาตราใดของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เป็นต้นเหตุของปัญหา รวมถึงแนวทางในการแก้ปัญหาและการดำเนินการเพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพ การศึกษาแต่อย่างใด

2.ครูไม่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ

3.ขณะนี้ไม่มี กอปศ.แล้ว และร่างกฎหมายนี้ ก็ไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนและบุคลากรในวงการศึกษา ดังนั้น ควรตั้งคณะกรรมการร่างกฎหมายขึ้นใหม่และดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

4.ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ลดทอนคุณค่าของผู้ประกอบวิชาชีพครูที่เคยได้รับการยกย่องและคาดหวังจากสังคมมาเป็นเวลานานว่าเป็นวิชาชีพชั้นสูง เพื่อเป็นหลักประกันให้สังคมมีความมั่นใจ และเป็นการกำหนดเพื่อให้ครูได้ตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบต่อนักเรียนเสมือนเป็นพ่อแม่คนที่สอง แต่ร่างกฎหมายได้ตัดความสำคัญนี้ออกไปทั้งที่ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้มีบัญญัติไว้ในมาตรา 52

5.ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ กำหนดให้ใช้ หัวหน้าสถานศึกษาแทนคำว่า ผู้อำนวยการสถานศึกษาโดยไม่มีเหตุผลอันควรและไม่เป็นที่ยอมรับของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นอกจากนี้ ยังกำหนดให้เปลี่ยน ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเป็น ใบรับรองความเป็นครูโดยไม่มีเหตุผลในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาแต่อย่างใด และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลให้ครูเสียสิทธิในเรื่องการได้รับเงินวิทยฐานะ

6.ไม่มีการกำหนดตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา เช่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น ทำให้เห็นแนวโน้มว่าจะมีการยุบเขตพื้นที่ฯ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาที่ต้องแก้ไขต่อไป

7.ในมาตรา 11 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ กำหนดให้รัฐสามารถมอบหมายให้เอกชนเข้าบริหารจัดการศึกษาโดยใช้ทรัพยากรของรัฐได้ การบัญญัติไว้เช่นนี้สุ่มเสี่ยงต่อการให้เอกชน และผู้มีอำนาจแสวงหาผลประโยชน์ได้

8.ร่างกฎหมายนี้มีเจตนารมณ์ไม่ให้มีข้าราชการครูอีกต่อไป โดยครูที่เข้าปฏิบัติหน้าที่หลังจากที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะไม่ได้เป็นข้าราชการ แต่จะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ของรัฐ เหมือนพนักงานมหาวิทยาลัยเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่เป็นการจูงใจให้คนดีและคนเก่งมาทำหน้าที่ครู

นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ ยังมีประเด็นที่น่าจะขัดกับหลักความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เช่น

  • รัฐธรรมนูญ มาตรา 54 กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย แต่ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
  • มาตรา 12 กำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาให้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเป็นเวลาสิบแปดปี

ดังนั้น เครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูทั้ง 247 องค์กร ขอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการศึกษาของชาติ ดำเนินการให้มีการถอนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ก่อนเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้มีการแก้ไขประเด็นที่เป็นปัญหา หรืออาจจะให้มีการยกร่างใหม่ทั้งหมดโดยทุกภาคส่วนจะต้องมีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายฉบับใหม่ด้วย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.รับทราบเรื่องแล้ว และจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ต่อไปนายรัชชัยย์กล่าว

ด้านนายไพศาล ปันแสน นายกสมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่ประธาน ค.อ.ท. กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรครูทั่วประเทศได้รวมตัวกันเพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. โดยร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลัษณ์ พร้อมกับกระจายตัวยื่นข้อเสนอของเครือข่ายผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในแต่ละพื้นที่ให้ครบ 77 จังหวัด

มติชนออนไลน์ วันที่ 24 พฤษภาคม 2564

สรุปสาระสำคัญ

ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา และอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจว่าจะเห็นชอบหรือส่งกลับแก้ไข โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ทำหน้าที่เพียงวิเคราะห์และเสนอความเห็นเพิ่มเติมเท่านั้น

ประเด็นสำคัญที่ก่อให้เกิดข้อกังวลในหมู่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่ การเปลี่ยน “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู” เป็น “ใบรับรองความเป็นครู” การเปลี่ยนตำแหน่ง “ผู้อำนวยการสถานศึกษา” เป็น “หัวหน้าสถานศึกษา” และการไม่กำหนดให้ผู้บริหารระดับเขตต้องมีใบอนุญาต ซึ่งถูกมองว่าอาจลดทอนคุณภาพและศักดิ์ศรีวิชาชีพ

องค์กรครูทั่วประเทศกว่า 247 องค์กรคัดค้านร่างกฎหมาย โดยชี้ว่าขาดการมีส่วนร่วม ไม่ชัดเจนในการแก้ปัญหาการศึกษา และอาจเปิดช่องให้เอกชนเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรของรัฐ อีกทั้งยังกังวลเรื่องการยกเลิกสถานะข้าราชการครูในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตว่าบางมาตราอาจขัดรัฐธรรมนูญ เช่น การกำหนดให้รัฐจัดการศึกษาฟรี 18 ปี ขณะที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 12 ปี จึงมีข้อเสนอให้ถอนร่างหรือยกร่างใหม่โดยเปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงและมีคุณภาพ

ข้อสอบ

ข้อ 1 ข้อใดสะท้อนบทบาทของ สกศ. ตามบทความได้ถูกต้องที่สุด
ก. เป็นผู้อนุมัติร่างกฎหมาย
ข. เป็นผู้ร่างกฎหมายขั้นสุดท้าย
ค. วิเคราะห์และเสนอความเห็นต่อร่างกฎหมาย
ง. มีอำนาจแก้ไขกฎหมายในชั้นสภา

ข้อ 2 หาก ครม. ไม่เห็นชอบร่างกฎหมาย จะเกิดอะไรขึ้น
ก. ยกเลิกทันที
ข. ส่งกลับให้กฤษฎีกาปรับแก้
ค. ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ
ง. ประกาศใช้ชั่วคราว

ข้อ 3 ประเด็นใด “ไม่ใช่” ข้อกังวลหลักของครู
ก. เปลี่ยนชื่อผู้บริหาร
ข. เปลี่ยนใบอนุญาตเป็นใบรับรอง
ค. เพิ่มเงินเดือนครู
ง. ลดมาตรฐานวิชาชีพ

ข้อ 4 การเปลี่ยนใบอนุญาตเป็นใบรับรอง อาจส่งผลอย่างไร
ก. เพิ่มความเข้มงวด
ข. ลดศักดิ์ศรีวิชาชีพ
ค. เพิ่มจำนวนครู
ง. ลดภาระงาน

ข้อ 5 หากผู้บริหารเขตไม่ต้องมีใบอนุญาต จะส่งผลเชิงระบบอย่างไร
ก. เพิ่มคุณภาพทันที
ข. ลดมาตรฐานการบริหาร
ค. เพิ่มงบประมาณ
ง. ลดจำนวนนักเรียน

ข้อ 6 ข้อใดสะท้อนปัญหาการมีส่วนร่วม
ก. มีการรับฟังทุกฝ่าย
ข. ครูมีบทบาทนำ
ค. ครูไม่ได้มีส่วนร่วม
ง. ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

ข้อ 7 ข้อใดเป็นความเสี่ยงจากมาตรา 11
ก. งบประมาณลดลง
ข. เอกชนแสวงหาประโยชน์
ค. ครูเกษียณเร็ว
ง. นักเรียนลดลง

ข้อ 8 ข้อขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญคือเรื่องใด
ก. การสอบครู
ข. ระยะเวลาการศึกษาฟรี
ค. เงินเดือนครู
ง. โครงสร้างโรงเรียน

ข้อ 9 หากต้องการปฏิรูปอย่างมีส่วนร่วม ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ใช้ร่างเดิมทันที
ข. ให้เฉพาะนักการเมืองตัดสิน
ค. เปิดให้ทุกภาคส่วนร่วมร่าง
ง. ยกเลิกกฎหมายทั้งหมด

ข้อ 10 แนวโน้มผลกระทบระยะยาวต่อวิชาชีพครูคืออะไร
ก. มีผู้สมัครเพิ่มขึ้น
ข. คุณภาพสูงขึ้น
ค. ขาดแรงจูงใจคนเก่ง
ง. ครูมีอำนาจมากขึ้น

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม