
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดการประชุมวิเคราะห์สภาวการณ์ทางการศึกษาของประเทศไทย ไตรมาส 1 พ.ศ. 2567 ซึ่ง สกศ. ได้จัดทำรายงานสภาวะการศึกษาไทย เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สภาวการณ์ทางการศึกษาของประเทศไทย บริบทและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ใช้ประกอบการจัดทำนโยบายทางการศึกษา และได้พัฒนารูปแบบวิเคราะห์สภาวะการศึกษาไทย ให้รองรับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน สำหรับ ไตรมาสที่ 1 พ.ศ. 2567 (ม.ค.-มี.ค. 2567) พบว่า สถานการณ์แรงงานกับการศึกษา ภาพรวมปี 2566 การจ้างงานขยายตัวในทุกสาขา และมีแนวโน้มดีขึ้น โดยอัตราการว่างงานในไตรมาสสี่ลดลงกว่าปีที่ผ่านมาในทุกระดับการศึกษา แต่ยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานในระดับอาชีวศึกษา และสถานประกอบการมีความต้องการการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะเพื่อรองรับการใช้ AI เพิ่มขึ้น ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ข้อมูลจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก พบว่า ปี 2566 เยาวชนที่มีอายุ 15-17 ปี เป็นกลุ่มที่กระทำผิดมากที่สุด สถานการณ์เศรษฐกิจกับการศึกษา ภาพรวมปี 2566 ขยายตัวชะลอลงจาก ปี 2565 ผลจากการสำรวจครัวเรือน พ.ศ. 2566 (6 เดือนแรก) พบว่า ครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายเป็นหนี้สินที่ใช้ในการศึกษา ร้อยละ 1.2 สภาวะการมีงานทำ จากการสำรวจสภาวการณ์ทำงานของประชากรทั่วราชอาณาจักร ไตรมาสที่ 4 (ต.ค.-ธ.ค. 2566) พบว่า มีกำลังแรงงานทั้งสิ้น 40.58 ล้านคน มีผู้ว่างงาน 0.33 ล้านคน (ร้อยละ 0.8) โดยผู้มีงานทำจำนวนถึงร้อยละ 54.4 สำเร็จการศึกษาในระดับการศึกษาภาคบังคับหรือต่ำกว่า และมีผู้สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาอยู่ร้อยละ 24.3
การศึกษาไทยวิกฤติหรือไม่ และอยู่จุดไหนในมาตรฐานระดับสากล
1) นโยบายการศึกษาควรเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด การทำฉากทัศน์ทางการศึกษาเป็นแนวทางลดความเสียหายหากเหตุการณ์ไม่คาดคิด
2) เป้าหมายสำคัญที่สุดของฉากทัศน์อยู่ที่การสร้างความตระหนักถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งผู้บริหารทุกหน่วยงานต้องสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือลดผลกระทบที่เกิดให้เหลือน้อยที่สุด และ
3) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามุ่งหวังที่จะกระจายแนวความคิดเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอนได้อย่างเป็นระบบ ให้เป็นหนึ่งในแนวคิดหลักในการทำงานให้แก่หน่วยงานทางการศึกษาทุกหน่วยงาน
เมื่อ AI ทำได้ทุกอย่าง และมีประสิทธิภาพกว่ามนุษย์ การประยุกต์ใช้ AI ในการวางแผนการศึกษา การนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์สภาวการณ์ทางการศึกษาให้มีความรวดเร็ว ถูกต้องและได้สารสนเทศเชิงลึก ควรนำหลักการด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) มาใช้ควบคู่ในทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลจนถึงการนำเสนอและการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ด้านการวางแผนการศึกษาต้องคำนึงถึงข้อพึงระวังด้านความถูกต้อง ความเอนเอียงและความไม่ครบถ้วนของผลการวิเคราะห์ ปัญญาประดิษฐ์เป็นเพียงเครื่องมือช่วยสนับสนุนการดำเนินงานสิ่งสำคัญคือการพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาให้มีความสามารถ ความรู้ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการนำปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการข้อมูลมาใช้สนับสนุนในการดำเนินการจัดทำรายงานสภาวะการศึกษาไทยจะทำให้การดำเนินการมีความสะดวก รวดเร็วมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น และเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ข้อมูลมีความทันสมัยทันต่อการเปลี่ยนแปลงและเกิดประโยชน์ในการพัฒนาด้านการศึกษาต่อไป
ที่มา ; เดลินิวส์ออนไลน์ 8 พฤษภาคม 2567
สรุปสาระสำคัญ
ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า สกศ. จัดประชุมวิเคราะห์สภาวการณ์ทางการศึกษาไทย ไตรมาส 1/2567 เพื่อศึกษาบริบทและปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการศึกษา โดยรายงานพบว่า แรงงานไทยปี 2566 มีแนวโน้มดีขึ้น อัตราว่างงานลดลง แต่ยังขาดแรงงานอาชีวะและแรงงานทักษะสูงรองรับเทคโนโลยี AI ขณะเดียวกัน เยาวชนอายุ 15–17 ปีมีแนวโน้มกระทำผิดมากที่สุด ส่วนเศรษฐกิจเติบโตชะลอลง ครัวเรือนมีหนี้เพื่อการศึกษาร้อยละ 1.2
ผลการทดสอบ PISA 2022 สะท้อนให้ไทยต้องเร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยใช้ข้อมูลจริงและยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สกศ. เสนอ “ฉากทัศน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2570” เพื่อเตรียมความพร้อมต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิด และสร้างระบบบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ AI และ Data Science ในการวิเคราะห์ วางแผน และรายงานสภาวะการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังความเอนเอียงและความไม่ครบถ้วนของข้อมูล พร้อมพัฒนาบุคลากรให้เข้าใจและใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง เพื่อให้ระบบการศึกษาทันสมัย มีคุณภาพ และตอบโจทย์อนาคต
ข้อสอบ
1. การจัดทำรายงานสภาวะการศึกษาไทยไตรมาสที่ 1 ของ สกศ. มีจุดประสงค์หลักใด
ก. เพื่อวิเคราะห์เฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจระดับประเทศ
ข. เพื่อให้ข้อมูลสนับสนุนการกำหนดนโยบายทางการศึกษาอย่างมีหลักฐานเชิงประจักษ์
ค. เพื่อรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานการศึกษา
ง. เพื่อทำนายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในอนาคต
2. จากบทความ การขาดแคลนแรงงานอาชีวะและความต้องการแรงงานทักษะ AI สะท้อนปัญหาสำคัญในระบบการศึกษาข้อใด
ก. ความไม่เชื่อมโยงระหว่างการศึกษาและตลาดแรงงาน
ข. การผลิตบัณฑิตมากเกินไปในสายสามัญ
ค. การบริหารงบประมาณไม่เพียงพอ
ง. การประเมินคุณภาพสถานศึกษาไม่เป็นมาตรฐาน
3. แนวคิด “ฉากทัศน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2570” เน้นหลักการบริหารใดมากที่สุด
ก. การบริหารแบบตั้งรับปัญหาเฉพาะหน้า
ข. การบริหารเชิงคาดการณ์และเตรียมความพร้อมต่ออนาคต
ค. การบริหารแบบรวมศูนย์เพื่อลดความเสี่ยง
ง. การบริหารเชิงแข่งขันและเปรียบเทียบผลลัพธ์
4. การนำ AI และ Data Science มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางการศึกษา ต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงข้อใดเป็นสำคัญ
ก. ความเร็วในการประมวลผลเป็นอันดับแรก
ข. ความถูกต้อง ความเป็นกลาง และความครบถ้วนของข้อมูล
ค. การลดจำนวนบุคลากรด้านวิเคราะห์ข้อมูล
ง. การใช้ระบบอัตโนมัติแทนการตัดสินใจของคน
5. หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการนำนโยบายจากรายงานนี้ไปปรับใช้ ควรดำเนินการในแนวทางใด
ก. จัดอบรมให้ครูเข้าใจแนวโน้มแรงงานและเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ข. ลดชั่วโมงเรียนในรายวิชาพื้นฐานเพื่อสอดคล้องกับตลาดแรงงาน
ค. มุ่งจัดการศึกษาเฉพาะสายอาชีพเท่านั้น
ง. ใช้ AI ประเมินครูแทนผู้บริหาร
คลิกเฉลย >>>