สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทย

เขตเศรษฐกิจพิเศษประเทศไทย คือ บริเวณพื้นที่ที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) กำหนดให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งรัฐจะสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สิทธิประโยชน์การลงทุน การบริหารแรงงานต่างด้าวแบบไป-กลับ การให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จและการบริการอื่นที่จำเป็น 

การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดนของประเทศไทย เริ่มจากการผลักดันของธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ภายใต้กลยุทธ์ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากโครงการระเบียงเศรษฐกิจ ในปี พ.ศ. 2541 โดยกำหนดการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนใส่ในแผนปฏิบัติการเพื่อการเปลี่ยนระเบียงการขนส่ง (Transport Corridors) ให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridors) 

31 มี.ค. 2556 มติคณะรัฐมนตรีมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ศึกษาความเหมาะสมการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ  เพื่อนำนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่นำทางในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ปี 2557 ประเทศไทยโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อสร้างฐานการผลิตเชื่อมโยงกับอาเซียนและพัฒนาเมืองชายแดน และได้มีคําสั่งที่ 72/2557 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2557 แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) โดยมีหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นประธาน มี สศช. เป็นฝ่ายเลขานุการ และมีคณะอนุกรรมการหลักๆ อีก 6 คณะ ทําหน้าที่ขับเคลื่อนงานด้านต่างๆ ที่เป็นหัวใจสําคัญของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่

ในปีถัดมา มีประกาศกำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตามหลักเกณฑ์และจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพและเหมาะสมพัฒนาเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 10 จังหวัด โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

 

ระยะแรก 5 จังหวัด ได้แก่ ตาก มุกดาหาร สระแก้ว ตราด และสงขลา ประกอบด้วย 10 อำเภอ 36 ตำบล (เริ่มดำเนินการได้ในปี 2558)

ระยะที่สอง 5 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย นราธิวาส เชียงราย นครพนม และกาญจนบุรี ประกอบด้วย 12 อำเภอ 55 ตำบล (เริ่มดำเนินการในปี 2559)

กรอบแนวคิดในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทย

กนพ. ได้กำหนดแผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญให้เกิดการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคโดยใช้โอกาสจากอาเซียน ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่บริเวณชายแดน รวมทั้ง เพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน 

ช่วงแรกของการดำเนินงาน เป็นการเตรียมความพร้อมในพื้นที่และกำหนดรูปแบบ การพัฒนาที่เหมาะสม ภาครัฐเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาให้เป็นไปตามเป้าหมายและอำนวยความสะดวกการลงทุนของภาคเอกชนในพื้นที่ชายแดนทั้ง 10 แห่ง  

แนวทางการดำเนินงาน

กนพ. เปิดโอกาสให้จังหวัดเป็นผู้จัดทำข้อเสนอการพัฒนาเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ซึ่งครอบคลุมขอบเขตพื้นที่ที่จะพัฒนาเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน กิจกรรมที่ต้องการพัฒนาในพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องการได้รับการพัฒนา และสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนที่ต้องการได้รับการสนับสนุน โดยข้อเสนอดังกล่าวต้องผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม ของประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ การพิจารณาของคณะอนุกรรมการภายใต้ กนพ. ในด้านที่เกี่ยวข้อง และนําเสนอต่อ กนพ. และคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอน เมื่อ กนพ. และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดําเนินการแผนงาน โครงการ และมาตรการต่างๆ ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยนับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา กนพ. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต่างๆ ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 10 จังหวัด ดังนี้ 

     1. กำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 รวม 10 จังหวัด

      2. การจัดหาที่ดินและการบริหารจัดการ  ในรัฐบาล คสช. สั่งการเรื่องการจัดหาที่ดินเพื่อการใช้ประโยชน์สำหรับการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถนน ด่านศุลกากร และนิคมอุตสาหกรรมเพื่อให้ภาคเอกชนเช่าดำเนินกิจกา

      3. การให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน

      4. การจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน (OSS) ในแต่ละพื้นที่

      5. การจัดระบบแรงงานข้ามชาติ ให้สามารถเข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย ตาก และกาญจนบุรี

       6. การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร ช่วยอำนวยความสะดวกให้เกิดการขยายตัวของการค้าชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในระยะ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาและในอนาคต 

       7. การจัดทำผังเมืองรวมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน มีการจัดทำผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ผังคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการออกแบบการกำหนดโซนนิ่งระดับย่าน พร้อมวางระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ให้สอดคล้องกับพื้นที่และสอดคล้องกับโอกาสขยายตัวในอนาคต

คลิกอ่าน ; สรุปเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษประเทศไทย>>>

ที่มา ; สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สคช.)

สรุปสาระสำคัญ 

เขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่รัฐกำหนดเพื่อเร่งพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สิทธิประโยชน์การลงทุน การบริหารแรงงานต่างด้าวแบบไป-กลับ และระบบบริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ แนวคิดเริ่มจากการผลักดันของธนาคารพัฒนาเอเชียในปี 2541 เพื่อยกระดับ “ระเบียงการขนส่ง” สู่ “ระเบียงเศรษฐกิจ” ต่อมา คณะรัฐมนตรีปี 2556 มอบหมายให้ศึกษาความเหมาะสม และปี 2557 ได้ประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการ พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) เพื่อขับเคลื่อน

มีการกำหนดพื้นที่ 10 จังหวัด แบ่งเป็น 2 ระยะ (2558 และ 2559) เน้นจังหวัดชายแดนที่มีศักยภาพ วัตถุประสงค์หลักคือกระจายความเจริญ ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และเสริมความมั่นคงชายแดน การดำเนินงานเปิดโอกาสให้จังหวัดเสนอแผนโดยมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ผ่านการพิจารณาหลายระดับก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี

มาตรการสำคัญ ได้แก่ การจัดหาที่ดิน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สิทธิประโยชน์การลงทุน ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ การจัดระบบแรงงานข้ามชาติ และการวางผังเมืองรวม เพื่อสนับสนุนการค้าชายแดนและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 วัตถุประสงค์สำคัญของเขตเศรษฐกิจพิเศษคือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้ภาษีของรัฐเท่านั้น
ข. กระจายความเจริญและลดความเหลื่อมล้ำ
ค. ควบคุมแรงงานต่างด้าว
ง. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลัก
เฉลย: ข
เหตุผล: เป้าหมายหลักคือการกระจายความเจริญ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิต

 

ข้อ 2 แนวคิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเริ่มต้นจากองค์กรใด
ก. IMF
ข. WTO
ค. ADB
ง. World Bank
เฉลย: ค
เหตุผล: ธนาคารพัฒนาเอเชียเป็นผู้ผลักดันแนวคิดระเบียงเศรษฐกิจ

 

ข้อ 3 ปีใดที่มีการประกาศนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างเป็นทางการ
ก. 2541
ข. 2556
ค. 2557
ง. 2559
เฉลย: ค
เหตุผล: ปี 2557 มีคำสั่งแต่งตั้ง กนพ. และประกาศนโยบาย

 

ข้อ 4 การแบ่งพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมีกี่ระยะ
ก. 1 ระยะ
ข. 2 ระยะ
ค. 3 ระยะ
ง. 4 ระยะ
เฉลย: ข
เหตุผล: แบ่งเป็นระยะที่ 1 และระยะที่ 2 รวม 10 จังหวัด

 

ข้อ 5 ข้อใด “ไม่ใช่” มาตรการสำคัญ
ก. ศูนย์บริการ OSS
ข. การควบคุมค่าเงิน
ค. สิทธิประโยชน์การลงทุน
ง. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
เฉลย: ข
เหตุผล: ไม่มีนโยบายควบคุมค่าเงินในเขตเศรษฐกิจพิเศษ

 

ข้อ 6 การมีส่วนร่วมของประชาชนเกิดขึ้นในขั้นตอนใด
ก. หลัง ครม. อนุมัติ
ข. ก่อนเสนอ กนพ.
ค. หลังดำเนินโครงการ
ง. ไม่เกี่ยวข้อง
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมก่อนเสนอพิจารณา

 

ข้อ 7 การจัดระบบแรงงานแบบไป-กลับ มีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. ลดค่าแรง
ข. ควบคุมการเข้าเมือง
ค. อำนวยความสะดวกแรงงานชายแดน
ง. ลดจำนวนแรงงาน
เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อรองรับแรงงานในพื้นที่ชายแดนอย่างยืดหยุ่น

 

ข้อ 8 หน่วยงานใดเป็นฝ่ายเลขานุการของ กนพ.
ก. กระทรวงแรงงาน
ข. สศช.
ค. BOI
ง. กระทรวงมหาดไทย
เฉลย: ข
เหตุผล: สำนักงานสภาพัฒน์ฯ ทำหน้าที่เลขานุการ

 

ข้อ 9 เหตุผลสำคัญของการเลือกพื้นที่ชายแดนคืออะไร
ก. มีพื้นที่ว่างมาก
ข. ใกล้แหล่งท่องเที่ยว
ค. เชื่อมโยงการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน
ง. ค่าแรงต่ำ
เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อส่งเสริมการค้าและเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค

 

ข้อ 10 การจัดทำผังเมืองรวมมีประโยชน์หลักคืออะไร
ก. เพิ่มราคาที่ดิน
ข. ควบคุมประชากร
ค. วางโครงสร้างการใช้ที่ดินและพัฒนาอย่างเป็นระบบ
ง. ลดภาษี
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการวางแผนพัฒนาให้สอดคล้องและยั่งยืน

ความเห็นของผู้ชม