
นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส. บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่มีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. หารือการปรับแก้พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ถูกฟ้องล้มละลาย ไม่ต้องออกจากราชการ เนื่องจากเป็นคดีทางแพ่งไม่ใช่การทุจริต โดยขณะนี้อยู่ระหว่างทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็นผู้เกี่ยวข้องนั้น ปัจจุบันมีข้าราชการ ที่มีปัญหาหนี้สินจำนวนมาก ในส่วนของข้าราชการครูมีหลายคนที่เป็นหนี้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและเป็นหนี้กับสถาบันการเงินควบคู่กัน
“ตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2553 มาตรา 42/1 จะมีการหักเงินเดือนเพื่อจ่ายหนี้ให้กับสหกรณ์โดยตรง จึงทำให้ในส่วนของสหกรณ์จะไม่มีการฟ้องร้องครูที่เป็นลูกหนี้ แต่เมื่อถูกหักเงินส่วนนี้ ครูที่มีหนี้หลายช่องทางก็จะไม่มีเงินเหลือพอที่จะคืนเงินให้กับสถาบันการเงินอื่นๆจึงทำให้ถูกฟ้องล้มละลาย โดยในปี2567 มีข้าราชการถูกฟ้องล้มละลายกว่า 7,000 คน ปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 14,000 คน และในจำนวนนี้เป็นข้าราชการครูกว่า 5,000 คน ซึ่งหากถูกฟ้องล้มละลายก็จะถูกให้ออกจากราชการ ไม่มีอาชีพทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา” นายณรินทร์ กล่าว
นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ จึงเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาเพื่อขับเคลื่อนกฏหมายที่ช่วยเหลือข้าราชการในทุกสาขาอาชีพ ไม่เพียงแต่ข้าราชการครูเท่านั้น โดยสาเหตุที่ไม่ควรให้ออกจากราชการ เพราะเห็นมองว่า การล้มละลายไม่ใช่การทุจริต เป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา ดังนั้นควรได้รับโอกาสในการทำงานต่อไป เพราะหากถูกบังคับออกจากราชการก็จะเสียช่องทางการหารายได้เป็นการสร้างภาระเพิ่ม
“จากนี้จะต้องหารือกับทางคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ซึ่งเป็นผู้แลภาพรวมของข้าราชการทั่วประเทศ รวมไปถึงหารือกับคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) เพื่อยกก่อนจะนำเรื่องนี้เข้าเสนอที่ประชุมครม.ต่อไปซึ่งเป็นขั้นตอนปกติของการผลักดันร่างกฏหมาย”นายณรินทร์ กล่าว
นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า กรณีนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันมีข้าราชการที่ถูกให้ออกจากราชการจำนวนมาก จึงควรเร่งผลักดันเพื่อให้กฏหมายมีผลบังคับใช้เร็วที่สุด หากช้าไปกว่านี้ ก็อาจทำให้มีข้าราชการเดือดร้อน ถูกฟ้องล้มละลาย ต้องออกจากราชการ เพราะกฏหมายไม่มีผลย้อนหลัง และหากถูกให้ออกแล้ว ก็ไม่สามารถกลับมาเป็นข้าราชการได้อีก
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 15 เมษายน 2568
สรุปสาระสำคัญ
นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา อยู่ระหว่างพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ พ.ศ. 2547 เพื่อให้ ข้าราชการที่ถูกฟ้องล้มละลายไม่ต้องออกจากราชการ เนื่องจากถือเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีทุจริต ขณะนี้อยู่ในขั้นตอน ประชาพิจารณ์ และเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ปัญหาหนี้สินครูส่วนใหญ่เกิดจากการกู้หลายแหล่ง โดยเฉพาะการถูกหักเงินเดือนชำระหนี้กับสหกรณ์ตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2553 มาตรา 42/1 ทำให้ไม่มีเงินชำระหนี้กับสถาบันการเงินอื่น จนถูกฟ้องล้มละลาย ปี 2567 มีข้าราชการถูกฟ้องล้มละลายกว่า 7,000 คน และเพิ่มเป็น 14,000 คน ในจำนวนนี้เป็นครูประมาณ 5,000 คน นายณรินทร์ย้ำว่า การล้มละลายไม่ใช่ความผิดร้ายแรง จึงควรให้โอกาสครูทำงานต่อไป มิฉะนั้นจะกระทบต่อชีวิต ความมั่นคง และระบบการศึกษา พร้อมเร่งผลักดันกฎหมายให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพราะไม่สามารถใช้ย้อนหลังได้
แนวข้อสอบ
การแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ที่กำลังดำเนินการ มีเป้าหมายสำคัญคือข้อใด
ก. ให้ข้าราชการครูที่ล้มละลายต้องออกจากราชการทันที
ข. ให้ข้าราชการครูที่ถูกฟ้องล้มละลายยังคงทำงานได้
ค. ปรับเพิ่มเงินเดือนครูที่เป็นหนี้สหกรณ์
ง. จำกัดการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเอกชน
เฉลย: ข
เหตุผลที่ไม่ควรให้ครูที่ล้มละลายออกจากราชการคือข้อใด
ก. เพราะเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีทุจริต
ข. เพราะครูส่วนใหญ่มีหนี้
ค. เพราะครูควรได้รับการยกจากรัฐ
ง. เพราะครูมีรายได้เพียงพอชำระหนี้
เฉลย: ก