.jpg)






คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต่อรัฐสภา (วันที่ ๙-๑๐ เมษายน ๒๕๖๙) มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้:
หลักการบริหารราชการแผ่นดิน ; รัฐบาลยึดหลักสำคัญ ๓ ประการ คือ
๑. นโยบายด้านเศรษฐกิจ
· การแก้ไขปัญหาหนี้สินและลดรายจ่าย: เร่งจัดการหนี้สินแบบเบ็ดเสร็จโดยยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง พร้อมลดภาระค่าครองชีพ เช่น ค่าน้ำดื่มสะอาด และค่าพลังงาน
· การสนับสนุน SMEs และเศรษฐกิจฐานราก: ดำเนินโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" ควบคู่กับการเพิ่มทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) และ AI รวมถึงให้แต้มต่อผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าไทย (Made in Thailand) ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
· การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่: มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล, AI, หุ่นยนต์, พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีชีวภาพ
· ด้านการเกษตร: เปลี่ยนจากเกษตรดั้งเดิมสู่ "เกษตรแม่นยำ" ใช้ Big Data และ AI วางแผนการผลิต และผลักดันโครงการดอกเบี้ยคนละครึ่งสำหรับเกษตรกร
· ด้านการท่องเที่ยว: ยกระดับสู่การสร้างมูลค่าสูง และส่งเสริมไทยเป็นจุดหมายปลายทาง ๓๖๕ วัน (Destination Thailand) โดยเน้นความปลอดภัยและนำ Soft Power ด้านวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่ม
๒. นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
· บทบาทเชิงรุกในเวทีโลก: ขับเคลื่อนนโยบาย "Beyond Thailand" และเตรียมความพร้อมเป็นประธานอาเซียนในปี ๒๕๗๑ รวมถึงเร่งเข้าเป็นสมาชิก OECD
· ความมั่นคงชายแดน: จัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และแก๊งสแกมเมอร์อย่างเด็ดขาด รวมถึงเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิก MoU 2544 (พื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา)
· ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน: ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดย ไม่สนับสนุนให้การพนันเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย
๓. นโยบายด้านสังคมและคุณภาพชีวิต
· สวัสดิการและกลุ่มเปราะบาง: พัฒนาระบบข้อมูลรายบุคคลเพื่อจัดสวัสดิการแบบรวมศูนย์ และมีมาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน
· การศึกษาและสาธารณสุข: พลิกโฉมมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรม และพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขให้รองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
๔. นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
· การมุ่งสู่ Net Zero: ตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. ๒๕๙๓ (ค.ศ. ๒๐๕๐) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
· การจัดการทรัพยากร: บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง
๕. นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย
· รัฐบาลดิจิทัล (Government Digital Transformation): เร่งพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐเพื่อให้การบริการโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดการใช้ดุลพินิจ
· ระบบการทำงานแบบ Cluster: ปรับรูปแบบการบริหารเป็นระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ เพื่อทำงานบนเป้าหมายและตัวชี้วัดเดียวกัน
· การกระจายอำนาจ: ส่งเสริมบทบาทท้องถิ่นในการพัฒนาเศรษฐกิจและผลักดันกฎหมายภาษีบ้านเกิดเมือง
คลิกคลิกรายละเอียด
https://drive.google.com/file/d/1Xspqc2vVBt6bMfpc-u85u3g8YC4aHd4J/view?usp=sharing
เกี่ยวข้องกัน
เปิดนโยบาย ครม.อนุทิน 2 ลุยนโยบาย Quick Big win.
รัฐบาล “อนุทิน 2” เตรียมประชุม ครม. นัดพิเศษ 11 เม.ย. 69 คลอดแพ็กเกจใหญ่รับมือราคาพลังงานพุ่ง เดินหน้ากู้เงิน 1.5 แสนล้านบาทอุ้มกองทุนน้ำมัน ควบคู่สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วย SMEs อีก 1 แสนล้านบาท
พร้อมออกมาตรการลดภาระประชาชน ทั้งอุดหนุนค่าขนส่งรถบรรทุก รถโดยสาร และไรเดอร์ ดันนโยบาย “ตั๋วร่วม 40 บาท” ลดค่าเดินทาง ขณะเดียวกันภาคเกษตรเร่งแก้ปัญหาปุ๋ยแพง-ขาดแคลน หวังประคองค่าครองชีพและพยุงเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางแรงกดดันราคาน้ำมันโลกที่ยังผันผวน
วางโครงสร้างขับเคลื่อนประเทศผ่าน “5 กลุ่มยุทธศาสตร์” ได้แก่
1. เศรษฐกิจมหภาคและอุตสาหกรรมอนาคต
2. การผลิต-การค้า-บริการ
3. โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม
4. สังคมและสวัสดิการ
5. ความมั่นคง-การต่างประเทศ
เป้าหมายเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาว
นโยบายรัฐบาลอนุทิน 2 เตรียมแถลงต่อรัฐสภา 9-10 เม.ย.นี้ ประกาศปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ เปิดโครงการเกษียณก่อนกำหนด ส่งเสริมข้าราชการ Work from Anywhere พร้อมปรับบทบาทรัฐจาก "ผู้ควบคุม" สู่ "ผู้อำนวยความสะดวก" เสริมวินัยการเงินการคลัง ลดรายจ่ายไม่จำเป็น.
ปฏิรูปราชการครั้งใหญ่
อนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล “อนุทิน 2” ต่อรัฐสภา 9-10 เม.ย. นี้ โดยชูแผนปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “รัฐขนาดเล็ก คล่องตัว โปร่งใส” พร้อมปรับบทบาทจากผู้ควบคุมสู่ผู้อำนวยความสะดวก เพื่อให้การบริหารราชการตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้นในยุคใหม่
เปิดเกษียณก่อนกำหนด
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการเปิดโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด เพื่อปรับลดขนาดภาครัฐอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการทบทวนภารกิจหน่วยงาน ลดความซ้ำซ้อนของงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เสริมวินัยทางการเงินการคลัง พร้อมย้ำการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนเป็นหลัก
ดัน Work from Anywhere
นโยบายเด่นอีกด้านคือการส่งเสริมข้าราชการทำงานแบบ Work from Anywhere รองรับโลกยุคดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมปรับระบบประเมินผลใหม่ที่เน้น “ผลลัพธ์” มากกว่ากระบวนการ เพื่อให้บริการภาครัฐมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ลดรายจ่าย-ปรับกฎหมาย
รัฐบาลเตรียมลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น โครงการก่อสร้างและดูงานต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าทบทวนกฎหมายกว่า 7,000 ฉบับ ลดขั้นตอนบริการ และผลักดันระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ รวมถึงกฎหมาย Super License และ Omnibus Law เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและภาคธุรกิจในระยะต่อไป
ที่มา ; FB ฐานเศรษฐกิจ