สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เลกเชอร์ (lecture) อย่างไรให้เด็กเรียนอย่างไม่ง่วง

บทความโดย จิราพร เณรธรณี         

การบรรยาย หรือ lecture เป็นหนึ่งในวิธีสอนที่ครูและผู้เรียนต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วต่อการส่งต่อเนื้อหาจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หากครูขาดเทคนิคหรือกลวิธีจูงใจนักเรียนก็อาจจะทำให้พวกเขารู้สึกเบื่อหรือง่วงได้ ครูจึงควรมีเทคนิคบางอย่างติดตัวไว้เพื่อให้นักเรียนได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

5 เทคนิคเลกเชอร์ที่น่าลองใช้ประกอบการบรรยาย         

1. การบรรยายที่ไม่ได้มีเพียงการพูดประกอบสื่อ แต่ยังสอดแทรกเทคนิคการใช้คำถาม การใช้ผังกราฟิก การจัดกลุ่ม เกมทดสอบ และการอภิปรายได้ด้วย มีงานวิจัยที่ได้นำผังกราฟิกมาใช้ในวิธีการสอนภายหลังจากจบการบรรยายในประเด็นหลัก พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น จากการที่ได้จัดองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ เกิดการทบทวนและประมวลองค์ความรู้เป็นประเด็นไป นอกจากนี้ยังมีการนำวิดีโอขนาดสั้น หรือภาพชวนคิดที่มีความสอดคล้องกับเนื้อหานั้น ๆ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนได้มีเวลาคิดทบทวนตนเอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน และพักสมองด้วย         

2. การปิดไฟในห้องไม่ได้ช่วยให้ผู้เรียนสนใจสื่อที่ฉายได้เสมอไป การบรรยายที่มีเพียงไฟบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ ที่ครูหวังว่านักเรียนจะมองข้อความบนจอชัดขึ้น หรือสร้างบรรยากาศการเรียนที่แปลกกว่าปกติ ในความเป็นจริงการทำเช่นนี้อาจทำให้นักเรียนบางคนที่อยู่ในสภาวะไม่พร้อมที่จะเรียนอยู่แล้ว รู้สึกง่วงมากขึ้นกว่าเดิมหรือใช้โอกาสไฟสลัวนี้งีบหลับก็ได้ ฉะนั้น วิธีการที่เหมาะสมกว่า คือการปรับแสงหน้าจอโปรเจกเตอร์ให้ชัดขึ้นและช่วยถนอมสายตานักเรียนแทนการปิดไฟ หรือหรี่ไฟในห้องก็ได้เช่นกัน         

3. การใช้เทคโนโลยีตลอดเวลาอาจทำให้บทเรียนน่าเบื่อได้ การนำเสนอด้วยสื่อ PowerPoint หรือ โปรแกรม Canva ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ที่มีฟังก์ชันเสริมที่ช่วยให้การนำเสนอดูน่าสนใจกว่าการอ่านบนหน้าจอ อย่างการบันทึกเสียง ทำให้ครูสามารถใช้น้ำเสียงที่หลากหลายทำให้บทเรียนน่าสนใจ และป้องกันไม่ให้เกิดบรรยากาศการเรียนที่น่าเบื่อ แต่ถ้าหากครูมีหน้าที่เพียงเปลี่ยนหน้าจอสไลด์ ฟังก์ชันที่ตระการตาก็จะบดบังบทบาทของครูให้ดูน่าเบื่อ และส่งผลให้บทเรียนไม่มีความหมายด้วย         

4. บางครั้งมุกตลก หรือการสร้างอารมณ์ขันระหว่างเรียนก็อาจจะไม่ได้ผล ครูควรคำนึงถึงช่วงวัยและความเข้าใจหรือเข้าถึงมุกตลกของนักเรียนด้วย อย่างไรก็ตาม ครูไม่ควรฝืนความเป็นตัวเองเพียงเพราะเห็นผู้อื่นใช้มุกตลกแล้วทำให้การเรียนการสอนสนุกมากขึ้น หากต้องการแทรกมุกตลกระหว่างสอน ครูควรเชื่อมโยงมุกกับประเด็นหรือเนื้อหาที่สอนอยู่ เพื่อให้ช่วยให้นักเรียนจดจ่อกับเนื้อหามากกว่ามุกตลกเหล่านั้น และอาจเป็นโมเมนต์ที่น่าจดจำสำหรับหัวข้อนั้น ๆ         

5. คำนึงถึงประโยชน์ของนักเรียนเป็นหลัก การยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-centered learning) ในวิธีสอนด้วยการบรรยาย สามารถทำได้โดยการอำนวยความสะดวกโดยให้เอกสารประกอบการเรียนรู้ การบันทึกการสอนเพื่อให้นักเรียนสามารถกลับไปทบทวนย้อนหลังได้ และไม่ควรนำเสนอซ้ำกับในเอกสารประกอบการนำเสนอที่แจกให้ แต่ควรเน้นไปที่หลักและวิธีคิดที่จะช่วยให้พวกเขาเข้าใจหลักการของเรื่องนั้น ๆ และสิ่งสำคัญคือ การอธิบายนอกเหนือจากข้อความในสไลด์และการเขียนประกอบคำอธิบายเพื่อให้พวกเขาสามารถติดตามสาระได้         

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกเทคนิคที่เหมาะกับทุกคน แต่ครูสามารถเลือกรับและปรับใช้ พร้อมใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปให้เหมาะได้ อย่างเช่น ลักษณะการพูด วลีประจำตัว ท่าทางการสอน เพื่อให้เกิดเอกลักษณ์ที่จะช่วยให้นักเรียนจดจำและสนใจในระหว่างที่บรรยายเนื้อหาต่าง ๆ และสิ่งสำคัญคือ การบรรยายไม่ได้เหมาะสมกับเนื้อหาทุกประเภทและการบรรยายไม่ได้มีเพียงการพูดอธิบายผ่านสื่อที่มีเพียงข้อความเท่านั้น

 

รายการอ้างอิง
Terada, Y. (2022, 24 February). 8 Evidence-Based Tips to Make Your Lectures More Engaging—and Memorable. Edutopia. 
https://www.edutopia.org/article/8-evidence-based-tips-make-your-lectures-more-engaging-and-memorable

Times Higher Education. (2018, 18 October). Top tips on how to make your lectures interesting. 
https://www.timeshighereducation.com/features/top-tips-how-make-your-lectures-interesting

วิชัย วงศ์สุวรรณ. (2559). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนแบบบรรยายร่วมกับเทคนิคกราฟิกและสารสนเทศร่วมสมัย ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้ รายวิชา ส 32102 เศรษฐศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา จังหวัดสงขลา. วารสารวิจัยและพัฒนาหลักสูตร, 6(2), 65-77.
 

ที่มา ;  EDUCA

สรุปสาระสำคัญ

การบรรยาย (Lecture) เป็นวิธีการสอนที่นิยมเพราะสามารถถ่ายทอดเนื้อหาได้รวดเร็วและครอบคลุม แต่หากครูขาดเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม อาจทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อ ง่วง และขาดความสนใจ ดังนั้นครูจึงควรปรับวิธีการบรรยายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

แนวทางสำคัญคือการผสมผสานเทคนิคต่าง ๆ เช่น การใช้คำถาม การจัดกลุ่ม การอภิปราย เกมการเรียนรู้ รวมถึงผังกราฟิกและสื่อวิดีโอสั้น เพื่อช่วยให้นักเรียนจัดระบบความคิด เกิดการทบทวน และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น นอกจากนี้ การใช้แสงในห้องเรียนควรเหมาะสม ไม่ควรปิดไฟจนมืดเพราะอาจทำให้นักเรียนง่วง แต่ควรปรับแสงให้เหมาะกับการมองเห็น

การใช้เทคโนโลยีควรเน้นเสริมบทบาทครู ไม่ใช่แทนที่ครูทั้งหมด มิฉะนั้นบทเรียนจะขาดความน่าสนใจ อีกทั้งการใช้มุกตลกควรเหมาะสมกับวัยและเชื่อมโยงกับเนื้อหาเพื่อเพิ่มการจดจำ

หลักสำคัญคือการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยจัดเอกสารประกอบการเรียนและการบันทึกการสอนเพื่อให้ทบทวนได้ แต่ควรเน้นการอธิบายเชิงคิดวิเคราะห์มากกว่าการอ่านสไลด์ ครูควรปรับใช้เทคนิคให้เหมาะกับตนเองและบริบท เพื่อให้การบรรยายมีประสิทธิภาพและเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

จุดอ่อนสำคัญของการบรรยาย (Lecture) หากขาดเทคนิคคือข้อใด
ก. ใช้เวลาเตรียมการมากเกินไป
ข. นักเรียนเกิดความเบื่อและขาดความสนใจ
ค. เนื้อหาไม่สามารถสอนครบถ้วน
ง. ครูไม่สามารถใช้สื่อได้

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ว่าปัญหาหลักคือผู้เรียนเบื่อ ง่วง และไม่สนใจ

 

ข้อ 2

เทคนิคใดช่วยให้นักเรียนจัดระบบความคิดได้ดีที่สุด
ก. การปิดไฟในห้องเรียน
ข. การใช้สไลด์ PowerPoint
ค. การใช้ผังกราฟิก
ง. การเล่าเรื่องตลก

เฉลย: ค
เหตุผล: ผังกราฟิกช่วยจัดองค์ความรู้เป็นระบบและเพิ่มผลสัมฤทธิ์

 

ข้อ 3

การใช้เทคโนโลยีในการสอนที่เหมาะสมควรเป็นลักษณะใด
ก. ใช้แทนครูทั้งหมด
ข. ใช้เฉพาะตกแต่งสไลด์
ค. ใช้เพื่อควบคุมชั้นเรียน
ง. ใช้เสริมบทบาทครูและเพิ่มความน่าสนใจ

เฉลย: ง
เหตุผล: เทคโนโลยีควรสนับสนุน ไม่แทนบทบาทครู

 

ข้อ 4

เหตุใดการปิดไฟในห้องเรียนเพื่อฉายสื่ออาจไม่เหมาะสม
ก. ทำให้เครื่องฉายเสียเร็ว
ข. นักเรียนบางคนง่วงและขาดสมาธิ
ค. ทำให้ภาพไม่ชัด
ง. เปลืองพลังงานไฟฟ้า

เฉลย: ข
เหตุผล: แสงสลัวอาจทำให้ผู้เรียนง่วงมากขึ้น

 

ข้อ 5

หลักการสำคัญที่สุดของการบรรยายที่มีประสิทธิภาพคือข้อใด
ก. ใช้สื่อจำนวนมาก
ข. เน้นความเร็วในการสอน
ค. ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ง. ใช้ภาษาทางวิชาการเท่านั้น

เฉลย: ค
เหตุผล: Student-centered learning เป็นหัวใจของบทความ

 

ข้อ 6

การใช้มุกตลกระหว่างสอนควรคำนึงถึงสิ่งใดมากที่สุด
ก. ความยาวของเรื่องตลก
ข. ความสามารถของครูในการเล่า
ค. ความเหมาะสมกับวัยและเนื้อหา
ง. จำนวนครั้งที่ใช้ในคาบเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเหมาะสมและเชื่อมโยงกับเนื้อหา

 

ข้อ 7

ข้อใดสะท้อนแนวคิดการสอนที่ดีตามบทความ
ก. ครูอ่านสไลด์ให้นักเรียนฟัง
ข. นักเรียนจดตามคำบรรยายทั้งหมด
ค. ครูเน้นให้ท่องจำเนื้อหา
ง. ครูอธิบายนอกเหนือจากสไลด์เพื่อสร้างความเข้าใจ

เฉลย: ง
เหตุผล: เน้นการอธิบายเชิงคิด ไม่ใช่แค่อ่านสไลด์

 

ข้อ 8

การจัดการเรียนรู้แบบใดช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เรียนมากที่สุด
ก. การสอบย่อยทุกคาบ
ข. การบรรยายอย่างเดียว
ค. การใช้คำถามและอภิปราย
ง. การให้จดสรุปจากสไลด์

เฉลย: ค
เหตุผล: การถาม-ตอบและอภิปรายเพิ่มการมีส่วนร่วม

 

ข้อ 9

เหตุใดครูจึงควรให้เอกสารประกอบการเรียนแก่นักเรียน
ก. เพื่อให้ลดเวลาสอน
ข. เพื่อให้นักเรียนทบทวนย้อนหลังได้
ค. เพื่อแทนการสอนทั้งหมด
ง. เพื่อเพิ่มภาระงานนักเรียน

เฉลย: ข
เหตุผล: ช่วยให้เกิดการทบทวนและเรียนรู้ต่อเนื่อง

 

ข้อ 10

ข้อใดเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาการบรรยาย
ก. ใช้วิธีเดียวให้ชำนาญที่สุด
ข. เลี่ยงการใช้สื่อทั้งหมด
ค. ปรับใช้เทคนิคตามบริบทและบุคลิกครู
ง. ใช้มุกตลกตลอดการสอน

เฉลย: ค
เหตุผล: ไม่มีเทคนิคเดียวที่เหมาะกับทุกสถานการณ์ ต้องปรับใช้ให้เหมาะสม

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น