
วันที่ 3 มกราคม 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาว รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาอาเซียน – รัสเซีย พ.ศ.2565-2569 (ASEAN – Russian Federation Plan of Action on Education 2022 – 2026)
แผนปฏิบัติการนี้ จัดทำขึ้นโดยคณะทำงานด้านการศึกษาอาเซียน – รัสเซีย เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย โดยมีกลไกการดำเนินกิจกรรมผ่านคณะทำงานด้านการศึกษาอาเซียน – รัสเซีย ซึ่งจะมีการจัดประชุมคณะทำงานครั้งต่อไปในปี 2567 โดยไทยเป็นประธานร่วมกับรัสเซีย
น.ส.รัชดากล่าวว่า แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาอาเซียน – รัสเซีย พ.ศ.2565 – 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงาน ตรวจสอบ และประเมินกิจกรรมที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย โดยจะขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการผ่าน 5 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
1.เสริมสร้างและพัฒนากิจกรรมร่วมทางการศึกษา อาทิ
1) แบ่งปันข้อมูลและแนวปฏิบัติที่ดีในการเสริมสร้างศักยภาพในระดับสากล
2) สนับสนุนเครือข่ายระหว่างโรงเรียนประถมและมัธยม สถาบันอาชีวศึกษา และสถาบันอุดมศึกษา เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ
2.เสริมสร้าง พัฒนา และส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน และภาควิชาการ อาทิ
1) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียนและนักวิชาการในการประชุมเชิงปฏิบัติการและงานสัมมนาต่าง ๆ
2) เสริมสร้างศักยภาพในการทำวิจัยให้แก่นักวิจัยผ่านโครงการและเครือข่ายอาเซียน – รัสเซีย
3.ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน อาทิ
1) จัดตั้งพื้นที่เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างองค์กรด้านการศึกษาและภาคธุรกิจ
2) พัฒนาผลลัพธ์จากการศึกษา และการฝึกอบรมให้ตรงต่อความต้องการของตลาดแรงงาน
4.สร้างเครือข่ายทางการศึกษาเพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ อาทิ
1) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนครู ผู้ช่วย นักเรียน ผู้นำโรงเรียนหรือผู้บริหาร รวมถึงอุปกรณ์การจัดการเรียนการสอนและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
2) พัฒนาฐานข้อมูลเพื่อส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูล และความร่วมมือระหว่างองค์การด้านการศึกษา
5.เสริมสร้างยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างอาเซียน – รัสเซีย อาทิ
1) เสริมสร้างหุ้นส่วนความร่วมมือให้มีความเข้มแข็ง และพัฒนาความร่วมมือระหว่างอาเซียน – รัสเซียในหัวข้อที่มีความสนใจร่วมกัน
2) ขยายความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากแผนปฏิบัติการฉบับนี้ คือ
1) นักเรียนและเยาวชนไทยจะได้รับโอกาสในการพัฒนาด้านวิชาการ ศิลปวัฒนธรรมและทักษะในการใช้ชีวิต
2) เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาในการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ระหว่างกัน
3) ส่งเสริมความสั
มพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและรัสเซีย
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ
สรุปสาระสำคัญ
บทความสะท้อนสถานการณ์การยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยภายใต้บริบทความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาอาเซียน–รัสเซีย พ.ศ.2565–2569 เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือด้านการศึกษาในระดับภูมิภาคและนานาชาติ แผนดังกล่าวมุ่งเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนและระบบการศึกษาให้เท่าทันโลก ผ่านกลไกการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร การวิจัย และการเชื่อมโยงการศึกษากับตลาดแรงงาน
หลักการสำคัญคือการพัฒนาการศึกษาแบบเครือข่าย (network-based education) เน้นความร่วมมือระหว่างรัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และประชาคมระหว่างประเทศ บนฐานการมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
แนวคิดเชิงนโยบายมุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะสากล มีทักษะชีวิตและอาชีพ พร้อมเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม ขณะที่แนวปฏิบัติทางการศึกษามุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนครู นักเรียน ผู้บริหาร การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการพัฒนาฐานข้อมูลร่วม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้เชื่อมโยงกับบริบทอาเซียนและเวทีโลกอย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
ข้อที่ 1 เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาอาเซียน–รัสเซีย คือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนนักเรียนแลกเปลี่ยน
ข. การสร้างกรอบความร่วมมือทางการศึกษาระยะยาว
ค. การแข่งขันทางวิชาการระหว่างประเทศ
ง. การถ่ายทอดวัฒนธรรมฝ่ายเดียว
ข้อที่ 2 หากสถานศึกษาต้องการขานรับยุทธศาสตร์ที่ 3 ของแผน ควรดำเนินการใดมากที่สุด
ก. เพิ่มกิจกรรมวิชาการในห้องเรียน
ข. จัดโครงการความร่วมมือกับสถานประกอบการ
ค. ขยายหลักสูตรทฤษฎีขั้นสูง
ง. เพิ่มการประเมินผลมาตรฐาน
ข้อที่ 3 บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาตามแผนปฏิบัติการนี้ ควรเน้นสิ่งใดเป็นหลัก
ก. การควบคุมคุณภาพภายในอย่างเข้มงวด
ข. การเป็นผู้นำเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษา
ค. การบริหารงบประมาณอย่างรัดกุม
ง. การรักษาหลักสูตรเดิมให้มั่นคง
ข้อที่ 4 ยุทธศาสตร์ใดของแผนที่เอื้อต่อการพัฒนาสมรรถนะสากลของผู้เรียนมากที่สุด
ก. ยุทธศาสตร์ที่ 1
ข. ยุทธศาสตร์ที่ 2
ค. ยุทธศาสตร์ที่ 4
ง. ยุทธศาสตร์ที่ 5
ข้อที่ 5 ผลประโยชน์ที่ไทยได้รับจากแผนนี้ในมุมมองการจัดการศึกษาเชิงระบบ คือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณจากต่างประเทศ
ข. ได้หลักสูตรมาตรฐานเดียวกันทั้งอาเซียน
ค. เกิดเครือข่ายความร่วมมือและการเรียนรู้ข้ามพรมแดน
ง. ลดบทบาทหน่วยงานภาครัฐ
คลิกเฉลย >>>