สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M150_12 กระทรวงผนึกกำลังพัฒนาเด็กไทยครบมิติ

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแนวทางข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 ครั้งที่ 2/2564 พร้อมเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนทิศทางการขับเคลื่อน นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพเด็กไทยอย่างยั่งยืน โดยมีนายแพทย์สราวุฒิบุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในการประชุม และนายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารจากกระทรวงต่างๆ รวมถึงคณะทำงานขับเคลื่อนและบูรณาการประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงชีวิต กลุ่มเด็กวัยเรียน จำนวน 50 คน เข้าร่วมการประชุม ณโรงแรมที เค พาเลส แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร 

รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ดร. อัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. ให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพราะในวันนี้เมื่อการเปลี่ยนแปลงของโลกส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา เราจึงต้องเตรียมคนให้พร้อมในศตวรรษที่ 21 โดยเป้าหมายของเด็กในอนาคตคือได้เรียนรู้ตามความถนัด ความสนใจ เหมาะสมกับช่วงวัย เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีสมรรถนะที่สำคัญติดตัวไปใช้ในการดำรงชีวิต มีเป้าหมายและเส้นทางการเรียนรู้ของตนเอง มีความรู้เท่าทันและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ รวมถึงเป็นผู้เรียนรู้ ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์สำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 

“ที่ผ่านมาสพฐ. ได้ขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษามาโดยตลอด ตามนโยบายของน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ที่ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนหรือ Quickwin ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ทั้งในเรื่องความปลอดภัยของผู้เรียน หลักสูตรฐานสมรรถนะ และการพัฒนาทักษะทางอาชีพ ที่ให้ผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา โดยมีจุดเน้นที่สำคัญ คือ 

·   มีการปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 รวมถึง

·   การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของครูและอาจารย์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล 

·   พลิกโฉมระบบการศึกษาไทย ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาทุกระดับ ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ (Big ROCK) ด้านการศึกษา 

โดยสมรรถนะเหล่านี้จะทำให้เด็กคิดได้ ทำเป็น เห็นคุณค่า ทำให้เด็กเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีส่วนร่วมในสังคมต่อไป” นางเกศทิพย์ กล่าว 

ด้านนายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพของประชากรไทยทุกช่วงวัย ซึ่งการพัฒนาศักยภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่นเป็นการวางรากฐานโครงสร้างคุณภาพคนที่ดีที่สุด เพื่อสร้างเด็กรุ่นใหม่ที่มีความคิดดี การเรียนรู้ที่ดี มีความพร้อมทุกด้าน ส่งต่อไปสู่เยาวชนที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต โดยกลไกความร่วมมือที่สำคัญ คือ ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ระหว่าง 12 กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน มีวิสัยทัศน์ มุ่งให้เด็กไทยแข็งแรง เป็นคนดี มีทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 นับเป็นนโยบายความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 อย่างมีคุณภาพด้วยหลัก 4 H (ฉลาด (Head) ดี (Heart) มีทักษะ (Hand) แข็งแรง (Health) ภายใต้การมีส่วนร่วมของครอบครัว (Home) และชุมชน 

ขณะที่แพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กล่าวว่า เด็กเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศไทย จากสถานการณ์ปัญหาคุกคามพัฒนาการของเด็กในประเทศหลายปีที่ผ่านมา อาทิ ภาวะโภชนาการ มีเชาวน์ปัญญา (IQ) ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน การไม่ได้เรียนต่อ เด็กไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ และปัญหาช้ำเติมจากผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 หากไม่ได้รับการแก้ไขทันท่วงที จะคุกคามศักยภาพเด็กมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่จะต้องให้ความสำคัญและลงทุนกับการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้มากขึ้น ด้วยนโยบายรัฐบาลตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต แผนการพัฒนาเด็กช่วงวัยเรียนวัยรุ่น มีเป้าหมายมุ่งให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นมีความรู้ และทักษะในศตวรรษที่ 21 ครบถ้วน รู้จักคิด วิเคราะห์ รักการเรียนรู้ มีสำนึกพลเมือง มีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล ตลอดชีวิตดีขึ้น จึงเป็นโอกาสเอื้ออำนวยแก่องค์กรด้านเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ในการสานพลังความร่วมมือขับเคลื่อนตามทิศทางให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน 

‘สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแนวทางข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 มุ่งให้เกิดการบูรณาการงานร่วมกันชัดเจน มีความเป็นไปได้ในการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับสถานการณ์วิถีชีวิตใหม่ในยุคดิจิทัล โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย คณะทำงานขับเคลื่อนและบูรณาการประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต กลุ่มวัยเรียน ซึ่งเป็นผู้แทนจาก 12 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงแรงงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข โดยผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนได้ใช้โอกาสร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมคิดร่วมทำอย่างรอบคอบรอบด้าน ในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อน อาทิ 

เป้าประสงค์ เป้าหมาย ตัวชี้วัด มาตรการหลัก ระบบข้อมูล ระบบติดตามประเมินผล และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง อย่างเป็นระบบชัดเจน” นายแพทย์เอกชัย กล่าว 

ที่มา ; เดลินิวส์ 30 พฤศจิกายน 2564 

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแนวทางข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 โดยความร่วมมือจาก 12 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง เน้นการบูรณาการทำงานอย่างเป็นระบบ ภายใต้นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เด็กต้องเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ มีความสามารถคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และปรับตัวได้

แนวทางสำคัญประกอบด้วยการปรับปรุงหลักสูตรฐานสมรรถนะ การพัฒนาครูด้านภาษาและดิจิทัล และการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีทางการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้ “คิดเป็น ทำเป็น เห็นคุณค่า” ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิต

นอกจากนี้ ยังเน้นกรอบการพัฒนาแบบ 4H ได้แก่ Head (ฉลาด) Heart (ดี) Hand (ทักษะ) Health (แข็งแรง) โดยมีครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วม (Home) เพื่อสร้างเด็กไทยที่มีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาท้าทาย เช่น โภชนาการไม่เหมาะสม IQ ต่ำ และผลกระทบจากโควิด-19 จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาเด็กอย่างเป็นระบบ มีตัวชี้วัด การติดตามประเมินผล และการใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อน เพื่อให้เด็กไทยมีคุณลักษณะครบถ้วน เป็นพลเมืองคุณภาพ และกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

ข้อสอบ

ข้อ 1 แนวคิดสำคัญของการพัฒนาเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 คือข้อใด
ก. เน้นการท่องจำเนื้อหา
ข. ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้
ค. ครูเป็นผู้กำหนดความรู้ทั้งหมด
ง. ใช้เทคโนโลยีแทนครู

ข้อ 2 ข้อใด “ไม่ใช่” องค์ประกอบของ 4H
ก. Head
ข. Heart
ค. Human
ง. Health

ข้อ 3 หากผู้บริหารต้องการพัฒนาผู้เรียนตามนโยบาย ควรดำเนินการข้อใดก่อน
ก. เพิ่มการสอบ
ข. ปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ค. ลดกิจกรรมผู้เรียน
ง. เน้นแข่งขันอย่างเดียว

ข้อ 4 การบูรณาการ 12 กระทรวง สะท้อนแนวคิดใด
ก. การรวมศูนย์อำนาจ
ข. การมีส่วนร่วมหลายภาคส่วน
ค. การแข่งขันระหว่างหน่วยงาน
ง. การลดบทบาทชุมชน

ข้อ 5 ปัญหาที่ส่งผลต่อศักยภาพเด็กไทยคือข้อใด
ก. การเรียนออนไลน์
ข. IQ ต่ำและโภชนาการไม่เหมาะสม
ค. การใช้เทคโนโลยีมาก
ง. การมีครูเพียงพอ

ข้อ 6 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนควรเน้นข้อใด
ก. จำเก่ง
ข. วิเคราะห์และแก้ปัญหา
ค. ทำตามคำสั่ง
ง. แข่งขันสอบ

ข้อ 7 หากครูต้องการพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 ควรใช้วิธีใด
ก. บรรยายอย่างเดียว
ข. ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ
ค. ให้การบ้านจำนวนมาก
ง. เน้นข้อสอบปรนัย

ข้อ 8 การใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาควรมีเป้าหมายใด
ก. ลดบทบาทครู
ข. เพิ่มความทันสมัยและประสิทธิภาพ
ค. ใช้แทนหนังสือทั้งหมด
ง. ลดเวลาเรียน

ข้อ 9 หากโรงเรียนไม่มีระบบติดตามผล จะเกิดผลอย่างไร
ก. พัฒนางานได้เร็วขึ้น
ข. ขาดข้อมูลในการปรับปรุง
ค. ลดภาระครู
ง. เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทันที

ข้อ 10 เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาเด็กไทยคือข้อใด
ก. สอบได้คะแนนสูง
ข. เป็นแรงงานราคาถูก
ค. เป็นพลเมืองคุณภาพ
ง. เข้าเรียนมหาวิทยาลัย

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม