สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เจาะงบเงินเดือนข้าราชการ ปี 67 ทะลุ 3.2 แสนล้าน

 หลังจากที่นายเศรษฐา ทวีศิลป์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีคำสั่งให้ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาความเหมาะสม และเป็นไปได้ แนวทาง กรอบระยะเวลา และผลกระทบของการปรับอัตราเงินดือน สำหรับกลุ่มข้าราชการพลเรือน และเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ชัดเจน และรายงานผลให้คณะรัฐมนตรีทราบโดยเร็วภายในเดือนพฤศจิกายน 2566 

โดยมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ปี 2566 – 2570 พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการจ้างงานในส่วนของกำลังคนภาครัฐ รวมกว่า 3 ล้านคน แบ่งเป็นข้าราชการ จำนวน 1.75 ล้านคน

ประเภทอื่นที่ไม่ใช่ข้าราชการ (พนักงานจ้าง พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานกระทรวงสาธารณสุข พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานองค์การมหาชน) จำนวน 1.24 ล้านคน 

ทั้งนี้จากการพิจารณาข้อมูลของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รายงานภาพรวมกำลังคนภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ 2565 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนกำลังคนภาครัฐรวมทั้งสิ้น 3,199,106 คน แบ่งเป็น

  • ข้าราชการ 1,775,812 คน
  • กำลังคนประเภทอื่น 1,423,294 คน (ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการ พนักงานจ้าง พนักงานองค์กรมหาชน พนักงานกระทรวงสาธารณสุข พนักงานมหาวิทยาลัย และพนักงานรัฐวิสาหกิจ)

ทั้งนี้เมื่อจำแนกรายละเอียดเฉพาะข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยแบ่งตามตำแหน่ง ระดับตำแหน่ง มีด้วยกัน 4 ประเภท ดังนี้

  • ประเภทบริหาร จำนวน 1,252 ตำแหน่ง 
  • ประเภทอำนวยการ จำนวน 7,092 ตำแหน่ง 
  • ประเภทวิชาการ จำนวน 352,674 ตำแหน่ง 
  • ประเภททั่วไป จำนวน 107,161 ตำแหน่ง

สำหรับโครงสร้างวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2567 กำหนดกรอบวงเงินเอาไว้รวม 3.48 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นรายจ่ายประจำ ซึ่งรวมถึงเงินเดือนข้าราชการ และเงินเดือนลูกจ้าง เอาไว้ ภายใต้กรอบวงเงินรวม 2.61 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 75.28% ของวงเงินงบประมาณ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อน  2.17 แสนล้านบาท 

ต่อมา(22 พฤศจิกายน 2566) นายปานปรีย์ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาแนวทางปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ว่าอีก1-2วัน น่าจะแล้วเสร็จ และคาดว่าจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในวันอังคารที่ 28 พ.ย. 2566 

เมื่อพิจารณารายละเอียดงบประมาณ 2567 ตามมติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท พบว่ามีการตั้งงบประมาณรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับเงินเดือนข้าราชการ และลูกจ้างประจำในงบกลางเพียง 5 รายการ เท่านั้น ไม่มีการตั้งงบประมาณสำหรับการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำแต่อย่างใด 

งบกลาง เงินเดือนข้าราชการ ปี 2567 

·      เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ วงเงิน 4,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 จำนวน 320 ล้านบาท

·      เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ จำนวน 329,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 จำนวน 6,640 ล้านบาท

·      เงินเลื่อนเงินเดือน และเงินปรับวุฒิข้าราชการ 11,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 จำนวน 1,000 ล้านบาท

·      เงินสมทบของลูกจ้างประจำ 500 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2566 จำนวน 60 ล้านบาท 

·      เงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของข้าราชการ 78,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 จำนวน 2,795 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า หากรัฐบาลจะปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการในปีงบประมาณ 2567 ก็สามารถทำได้ด้วยการนำงบกลางในรายการ เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นมาใช้ ซึ่งในปีงบประมาณ 2567 ได้ตั้งงบไว้ 95,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 2,600 ล้านบาท 

เปิดงบจ่ายเงินเดือนข้าราชการ 1.7 ล้านคน 5 หมื่นล้านต่อเดือน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันกรมบัญชีกลางจ่ายเงินเดือนข้าราชการใช้งบประมาณเฉลี่ยเดือนละ 50,000 ล้านบาท โดยเป็นข้าราชการที่อยู่ในความดูแลผ่านระบบจ่ายตรง 230 หน่วยงาน มีจำนวนข้าราชการทั้งหมด 1.7 ล้านคน โดยไม่รวมข้าราชการท้องถิ่น และข้าราชการการเมือง หากมีการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการก็จะทำให้งบที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น สำหรับการจ่ายตรงเงินเดือน และค่าจ้างประจำเดือน ต.ค. 2566 แบ่งเป็น

·      ข้าราชการ จำนวน 1.29 ล้านคน ใช้งบประมาณ 44,372 ล้านบาท 

·      ลูกจ้างประจำ จำนวน 44,608 คน ใช้งบประมาณ 1,335 ล้านบาท

·      กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จำนวน 1.15 ล้านคน ใช้งบประมาณ 3,335 ล้านบาท

·      กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (กสจ.) จำนวน 38,208 คน ใช้งบประมาณ 71 ล้านบาท

·      กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สำหรับข้าราชการ จำนวน 181,971 คน ใช้งบประมาณ 196 ล้านบาท

·      กยศ. ลูกจ้างประจำ 264 คน ใช้งบประมาณ 2.2 แสนบาท 

ขณะที่การจ่ายตรงเงินเดือนทหารกองประจำการในเดือนต.ค. 2566 แบ่งเป็น

·      สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จำนวน 1,145 คน ใช้งบประมาณ 8.04 ล้านบาท

·      กองทัพบก จำนวน 105,824 คน ใช้งบประมาณ 752 ล้านบาท

·      กองทัพเรือ จำนวน 23,064 คน ใช้งบประมาณ 164 ล้านบาท

·      กองทัพอากาศ จำนวน 11,236 คน ใช้งบประมาณ 78.96 ล้านบาท

·      กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 1,268 คน ใช้งบประมาณ 8.91 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ในส่วนของเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ จำนวน 329,430 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 จำนวน 6,640 ล้านบาทนั้น สอดคล้องกับข้อมูลของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ระบุว่า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2566 และเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ในอีก 10 ปีข้างหน้า (ปี 2576) โดยประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 28 หรือประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด 

เจาะงบเงินเดือนข้าราชการ ปี 67 รายจ่ายบำเหน็จ บำนาญ พุ่งอีก 6.6 พันล้าน ทะลุ 3.2 แสนล้าน ขณะที่เงินเลื่อนเงินเดือน ปรับวุฒิทะลุ 10,000 ล้าน เตรียมรับมืองบเกษียณบวม เหตุสังคมสูงวัย 

ที่มา ; ฐานเศรษฐกิจ 3 พฤศจิกายน 2566

 

เกี่ยวข้องกัน

งบประมาณ "บุคลากรภาครัฐ" ทะลุ 7.8 แสนล้านบาท

ไม่นานมานี้มีประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” หลังจากได้เสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ขอให้ลดการบรรจุอัตรากำลังใหม่ โดยให้มีเฉพาะที่จำเป็นตามกรอบอัตรากำลัง ระเบียบและหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดไว้เท่านั้น 

หลังนายกรัฐมนตรี รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2567 และคณะอนุกรรมาธิการด้านต่าง ๆ ว่า ยังมีการตั้งงบประมาณซ้ำซ้อนกันในหลายหน่วยงาน เนื่องจากขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำยังคงมีสัดส่วนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับงบประมาณรายจ่ายลงทุน

จึงขอให้ลดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นต่าง ๆ ภายใต้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ลงให้ได้ ซึ่งหนึ่งในรายการที่นายกฯ ต้องการให้ปรับลดลงนั่นก็คือ การขอให้ลดการบรรจุอัตรากำลังใหม่ เพื่อจะนำงบประมาณที่เกี่ยวกับบุคลากรที่ปรับลดลงนี้ ไปจัดสรรเป็นงบประมาณรายจ่ายลงทุน เพื่อใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป 

สำหรับ “งบประมาณรายจ่ายบุคลากร” นั้น ระเบียบว่าด้วยการโอนงบประมาณรายจ่ายบูรณาการและงบประมาณรายจ่ายบุคลากรระหว่างหน่วยรับงบประมาณ พ.ศ.2562 กำหนดคำนิยาม งบประมาณรายจ่ายบุคลากร มีหมายความว่า งบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้ในแผนงานบุคลากรภาครัฐตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย 

ฐานเศรษฐกิจ ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับจำนวนข้าราชการและบุคลากรรัฐ พบข้อมูลของ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) สรุปภาพรวมกำลังคนภาครัฐประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 พบว่า ประเทศไทยมีกำลังคนภาครัฐ ทั้งสิ้น 3,199,106 คน แยกเป็น 

·      ข้าราชการ 1,775,812 คน

·      กำลังคนประเภทอื่น เช่น ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานจ้าง ลูกจ้างประจำรวม 1,423,294 คน

 

โดยในปีงบประมาณ 2567 รัฐบาลได้มีการกำหนดงบประมาณรายจ่ายเอาไว้ 3.48 ล้านล้านบาท โดยจำนวนนี้ มีงบประมาณที่เป็นรายจ่ายบุคลาการไว้สูงถึง 785,957 ล้านบาท 

ส่วนในปีงบประมาณ 2568 ยังไม่มีการจัดทำรายละเอียดงบประมาณที่เป็นรายจ่ายบุคลาการ แต่มีกรอบวงเงินเบื้องต้น คือ ภายใต้กรอบวงเงินรวม 3.6 ล้านล้านบาท โดยมีรายจ่ายประจำ 2,713,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อน 180,873 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ฐานเศรษฐกิจ ยังได้ตรวจสอบข้อมูลการจัดทำงบประมาณประจำปี 2567 ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภา พบว่า มีการแสดงรายละเอียดของงบประมาณที่เป็นรายจ่ายบุคลาการ วงเงิน 785,957 ล้านบาท แยกเป็นรายกระทรวง และรายหน่วยรับงบประมาณ โดยเรียงจากกระทรวงหน่วยงานที่ใช้งบรายจ่ายในส่วนนี้มากที่สุดไปถึงน้อยที่สุด ดังนี้

·      กระทรวงศึกษาธิการ มีรายจ่ายบุคลาการ 204,590 ล้านบาท 

·      กระทรวงสาธารณสุข มีรายจ่ายบุคลาการ 115,564 ล้านบาท 

·      กระทรวงกลาโหม มีรายจ่ายบุคลาการ 109,164 ล้านบาท 

·      กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีรายจ่ายบุคลาการ 79,465 ล้านบาท 

·      กระทรวงมหาดไทย มีรายจ่ายบุคลาการ 52,542 ล้านบาท 

·      กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีรายจ่ายบุคลาการ 24,227 ล้านบาท 

·      กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีรายจ่ายบุคลาการ 11,248 ล้านบาท 

·      กระทรวงยุติธรรม มีรายจ่ายบุคลาการ 11,044 ล้านบาท 

·      กระทรวงการคลัง มีรายจ่ายบุคลาการ 13,178 ล้านบาท 

·      กระทรวงคมนาคม มีรายจ่ายบุคลาการ 9,694 ล้านบาท 

·      สำนักนายกรัฐมนตรี มีรายจ่ายบุคลาการ 7,056 ล้านบาท 

·      กระทรวงแรงงาน มีรายจ่ายบุคลาการ 3,953 ล้านบาท 

·      กระทรวงการต่างประเทศ มีรายจ่ายบุคลาการ 3,924 ล้านบาท 

·      กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีรายจ่ายบุคลาการ 2,861 ล้านบาท 

·      กระทรวงพาณิชย์ มีรายจ่ายบุคลาการ 2,697 ล้านบาท 

·      กระทรวงวัฒนธรรม มีรายจ่ายบุคลาการ 2,492 ล้านบาท 

·      กระทรวงอุตสาหกรรม มีรายจ่ายบุคลาการ 1,579 ล้านบาท 

·      กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีรายจ่ายบุคลาการ 1,801 ล้านบาท 

·      กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีรายจ่ายบุคลาการ 1,785 ล้านบาท 

·      กระทรวงพลังงาน มีรายจ่ายบุคลาการ 870 ล้านบาท  

นอกจากนี้ส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี มีรายจ่ายบุคลาการรวม 88,042 ล้านบาท โดยเรียงจากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดในกลุ่มหน่วยงาน  ดังนี้ 

·      หน่วยงานของศาล มีรายจ่ายบุคลาการ 16,960 ล้านบาท

·      หน่วยงานขององค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ มีรายจ่ายบุคลาการ 13,996 ล้านบาท

·      หน่วยงานของรัฐสภา มีรายจ่ายบุคลาการ 4,575 ล้านบาท

·      รัฐวิสาหกิจ มีรายจ่ายบุคลาการ 2,319 ล้านบาท 

·      หน่วยงานอื่นของรัฐ มีรายจ่ายบุคลาการ 318 ล้านบาท 

แหล่งข้อมูล : พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี สำนักงบประมาณ


ที่มา ; Thansettakij

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลในการพิจารณาปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ศึกษาความเหมาะสม ความเป็นไปได้ แนวทางดำเนินการ กรอบระยะเวลา และผลกระทบด้านงบประมาณและเสถียรภาพทางการคลัง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีภายในเดือนพฤศจิกายน 2566

ประเทศไทยมีกำลังคนภาครัฐมากกว่า 3.19 ล้านคน แบ่งเป็นข้าราชการราว 1.77 ล้านคน และบุคลากรประเภทอื่นกว่า 1.42 ล้านคน ซึ่งสะท้อนภาระงบประมาณบุคลากรที่มีขนาดใหญ่ งบประมาณปี 2567 มีวงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท โดยเป็นรายจ่ายประจำถึงร้อยละ 75.28 หรือกว่า 2.61 ล้านล้านบาท ซึ่งรวมเงินเดือนและสวัสดิการของรัฐ

รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนเฉลี่ยประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อเดือน และอาจเพิ่มขึ้นหากมีการปรับโครงสร้างเงินเดือน โดยสามารถพิจารณาใช้ “งบกลาง” เช่น เงินเลื่อนเงินเดือน บำเหน็จบำนาญ และเงินสำรองกรณีฉุกเฉินเป็นแหล่งรองรับบางส่วน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัย ทำให้ภาระบำเหน็จบำนาญเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ดังนั้น รัฐต้องบริหารงบประมาณอย่างสมดุลระหว่างรายจ่ายบุคลากรและรายจ่ายลงทุน พร้อมทั้งลดการบรรจุอัตรากำลังใหม่ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการคลังเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

วัตถุประสงค์สำคัญของการมอบหมายให้ ก.พ. ศึกษาการปรับเงินเดือนคือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้ประชาชนทุกกลุ่ม
ข. ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจการเกษตร
ค. วิเคราะห์ความเหมาะสมและผลกระทบทางการคลัง
ง. ลดจำนวนข้าราชการทั้งหมด

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นศึกษาความเป็นไปได้ ผลกระทบ และกรอบงบประมาณ ไม่ใช่ลดคนหรือปรับเศรษฐกิจโดยตรง

 

ข้อ 2

สัดส่วนรายจ่ายประจำของงบประมาณปี 2567 ประมาณเท่าใด
ก. 55%
ข. 65%
ค. 75%
ง. 85%

เฉลย: ค
เหตุผล: รายจ่ายประจำคิดเป็นประมาณ 75.28%

 

ข้อ 3

หากรัฐบาลต้องการเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ ควรใช้แหล่งงบประมาณใดเหมาะสมที่สุด
ก. งบลงทุนโครงการใหม่
ข. งบกลางเงินสำรองกรณีฉุกเฉิน
ค. เงินกู้ต่างประเทศเท่านั้น
ง. เงินภาษีท้องถิ่น

เฉลย: ข
เหตุผล: งบกลางรายการฉุกเฉินสามารถนำมาใช้รองรับได้บางกรณี

 

ข้อ 4

ประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อภาระบำเหน็จบำนาญเพิ่มขึ้นคือข้อใด
ก. เศรษฐกิจเติบโตเร็ว
ข. สังคมสูงวัย
ค. การเพิ่มงบลงทุน
ง. การลดภาษี

เฉลย: ข
เหตุผล: โครงสร้างประชากรสูงวัยทำให้ผู้เกษียณเพิ่มขึ้น

 

ข้อ 5

จำนวนกำลังคนภาครัฐโดยประมาณทั้งหมดคือข้อใด
ก. 2 ล้านคน
ข. 2.5 ล้านคน
ค. 3.19 ล้านคน
ง. 4 ล้านคน

เฉลย: ค
เหตุผล: ข้อมูลระบุประมาณ 3.19 ล้านคน

 

ข้อ 6

แนวทางบริหารภาครัฐเพื่อความยั่งยืนทางการคลังคือข้อใด
ก. เพิ่มอัตราบรรจุทุกปี
ข. เพิ่มเงินเดือนโดยไม่จำกัด
ค. ลดความซ้ำซ้อนและการบรรจุใหม่
ง. เพิ่มรายจ่ายประจำทั้งหมด

เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ

 

ข้อ 7

งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 มีวงเงินรวมเท่าใด
ก. 2.5 ล้านล้านบาท
ข. 3.48 ล้านล้านบาท
ค. 4.0 ล้านล้านบาท
ง. 5.0 ล้านล้านบาท

เฉลย: ข
เหตุผล: ระบุวงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท

 

ข้อ 8

เหตุผลสำคัญที่ต้องพิจารณาปรับเงินเดือนอย่างรอบคอบคือข้อใด
ก. เงินเฟ้อต่ำ
ข. รายได้รัฐเกินดุล
ค. ภาระงบประมาณระยะยาวเพิ่มขึ้น
ง. จำนวนประชากรลดลงทันที

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องคำนึงถึงภาระงบประมาณและความยั่งยืน

 

ข้อ 9

งบประมาณเฉลี่ยต่อเดือนสำหรับเงินเดือนข้าราชการประมาณเท่าใด
ก. 30,000 ล้านบาท
ข. 40,000 ล้านบาท
ค. 50,000 ล้านบาท
ง. 60,000 ล้านบาท

เฉลย: ค
เหตุผล: ระบุประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อเดือน

 

ข้อ 10

การบริหารงบประมาณที่เหมาะสมตามบทความควรเน้นแนวคิดใด
ก. เน้นรายจ่ายประจำสูงสุด
ข. เน้นรายจ่ายลงทุนและความยั่งยืน
ค. เน้นเพิ่มหนี้สาธารณะ
ง. เน้นลดภาษีทุกประเภท

เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อพัฒนาประเทศและสร้างสมดุลการคลังระยะยาว

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น