สมาชิกเข้าสู่ระบบ

คุก อดีต ผอ.ร.ร. ใช้ลูกจ้างรับงาน-ยักยอกเงินซ่อมส้วม

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.orgรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายคำนวณ มโนธรรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเจดีย์โคะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เข้ามีส่วนได้เสียในการปรับปรุงห้องสมุด ปรับปรุงซ่อมแซมห้องส้วม และอนุมัติเบิกจ่ายค่าโทรศัพท์มือถือส่วนตัวโดยไม่มีสิทธิ  ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 147, 151 , 152 และ 157 ประกอบมาตรา 90 , 91 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) มาตรา 12 ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช.พ.ศ. 2561 มาตรา 172)  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2565 ที่ผ่านมา 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาดังนี้

1. นายคำนวณ มโนธรรม จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 147 (เดิม) , 151 (เดิม), 152 (เดิม) และตามพ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 ให้ลงโทษตามมาตรา 147 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 รวม 25 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 25 กระทง เป็นจำคุก 125 ปี

จำเลย ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามมาตรา 78 สมควรลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งคง จำคุกกระทงละ ปี 6 เดือน รวม 27 กระทง เป็นจำคุก 54 ปี 162 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุกไม่เกิน 50 ปี ตามมาตรา 91 (3) คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก 

2. นายคำนวณ มโนธรรม จำเลย มีความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 รวม 27 กระทง แต่ละกระทงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม มาตรา 12 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 10 ปี 

ทั้งนี้ คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 2 ม.ค.2567 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามที่อัยการสูงสุด (อสส.) หารือไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 เห็นควรไม่อุทธรณ์คำพิพากษา 

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปี ถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท 

อนึ่งก่อนหน้านี้ สำนักงาน ป.ป.ช.เคยเผยแพร่ข้อมูลคดีกล่าวหา นายคำนวณ มโนธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเจดีย์โคะ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต อาทิ

1. เข้ารับงานจ้างกับโรงเรียนฯ โดยให้ นายสมนึก สัญญะวิชัย ลูกจ้างชั่วคราว และนายสมคิด ใจดี ลูกจ้างประจำ เป็นผู้รับจ้างบังหน้า

2. ยักยอกเงินงบประมาณจัดจ้างต่อเติมห้องสมุดโรงเรียน จำนวน 150,000 บาท และงบประมาณปรับปรุงส้วมสุขภัณฑ์ จำนวน 250,000 บาท ที่ อบจ.ตาก สนับสนุน ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว

3. เบิกจ่ายเงินของทางราชการเป็นค่าบริการโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของตนทุกเดือน เป็นเงินจำนวน 50,000 บาท 

ป.ป.ช. เผยแพร่ผลคดีกล่าวหา 'คำนวณ มโนธรรม' อดีตผอ.ร.ร.บ้านเจดีย์โคะ ทุจริตใช้ลูกจ้างบังหน้ารับงาน -ยักยอกเงินซ่อมห้องสมุดสุขา-เบิกค่าโทร5หมื่น/ด. ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 6 พิพากษาลงโทษหนักคดีอาญาจำคุก 54 ปี 162 เดือน แต่ติดจริง 50 -พ.ร.บ.ฮั้ว โดน 10 ปี  

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันจันทร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567  

เกี่ยวข้องกัน

เบิกค่าโทร5หมื่น/ด.-ยักยอกเงินซ่อมสุขา! ป.ป.ช. โชว์ข้อกล่าวหาผอ. ร.ร.บ้านเจดีย์โคะ

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า ขณะนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานคดีกรณีกล่าวหา นายคำนวณ มโนธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเจดีย์โคะ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จ.ตาก ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต อาทิ

1. เข้ารับงานจ้างกับโรงเรียนฯ โดยให้ นายสมนึก สัญญะวิชัย ลูกจ้างชั่วคราว และนายสมคิด ใจดี ลูกจ้างประจำ เป็นผู้รับจ้างบังหน้า

2.ยักยอกเงินงบประมาณจัดจ้างต่อเติมห้องสมุดโรงเรียน จำนวน 150,000 บาท และงบประมาณปรับปรุงส้วมสุขภัณฑ์ จำนวน 250,000 บาท ที่ อบจ.ตาก สนับสนุน ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว

3.เบิกจ่ายเงินของทางราชการเป็นค่าบริการโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของตนทุกเดือน เป็นเงินจำนวน 50,000 บาท 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ป.ป.ช. ระบุว่า คดีนี้ ป.ป.ช.รับเรื่องเข้าตรวจสอบเป็นทางการเมื่อช่วงปี 56 จากนั้นมีการจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบ รวมถึงการตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยานบุคคลแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน  

ป.ป.ช. โชว์ข้อกล่าวหา 'ผอ.ร.ร.บ้านเจดีย์โคะ' ถูกสอบคดีปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต  'ใช้ลูกจ้างบังหน้ารับงาน -ยักยอกเงินซ่อมห้องสมุดสุขา-เบิกค่าโทร5หมื่น/ด.' เผยตรวจสอบที่เกิดเหตุสอบปากคำพยาน รวบรวมหลักฐานแล้ว  

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน 2559

เกี่ยวข้องกัน

คุก 5 ปี อดีต ผอ.โรงเรียนสุไหงโก-ลก ยักยอกเงินบริจาค 

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.orgรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายนิรัตน์ นราฤทธิพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพิ้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ยักยอกเงินบริจาคของโรงเรียนสุไหงโก-ลก ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 157 ตามพ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ตามมาตรา 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา   

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค มีคำพิพากษาว่า นายนิรัตน์ นราฤทธิพันธ์ จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 147 พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 147 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 5 ปี 

อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยมีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้  

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา 

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท 

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'นิรัตน์ นราฤทธิพันธ์' อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนสุไหงโก-ลก นราธิวาส ยักยอกเงินบริจาค ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 9 พิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา  

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันจันทร์ ที่ 14 กรกฎาคม 2568