สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เมื่อเจอครูหมดไฟ ครูใหญ่ทำอะไรได้บ้าง

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ไม่แน่นอนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ครูต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อที่จะสามารถทำการสอนต่อไปได้ นอกเหนือจากงานสอนยังมีภาระงานอื่นที่ครูต้องรับผิดชอบร่วมด้วย ภาระงานที่มากมายทำให้ครูหลายท่านประสบกับกับความเครียดส่งผลต่อปัญหาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนและสุขภาวะของครูโดยรวมได้ แล้วครูใหญ่ในฐานะผู้บริหารจะทำอะไรเพื่อช่วยเหลือคุณครูในโรงเรียนของตนได้บ้าง

 

เข้าใจปัญหาอาการหมดไฟ
          ก่อนที่จะไปจัดการปัญหาที่เกิดจากอาการหมดไฟ ครูใหญ่จำเป็นต้องค้นหาและวิเคราะห์ให้แน่ใจเสียก่อนว่าเกิดจากเหตุใดกันแน่ เพราะมีปัจจัยมากมายที่ส่งผลให้ครูหมดไฟในการสอนแม้การสอนจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ยกตัวอย่างเช่น
          1. ตารางงานที่ควบคุมไม่ได้ ส่งผลต่อตารางชีวิตที่จัดสรรเวลาได้ยาก นอกจากนั้นยังไม่นับภาระนอกเหนือจากการสอน และการดูแลนักเรียนที่ไม่สามารถจัดการได้อย่างใจ เหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาวะของครูได้ทั้งหมด หรือที่เรียกว่า
การขาดความสมดุลชีวิตและการทำงาน (work-life balance)
          2. ความคาดหวังในงานที่ทำอยู่ เมื่องานที่ทำเต็มไปด้วยความคาดหวัง ไม่ว่าจะเกิดจากตนเองผู้บริหาร นักเรียน หรือผู้ปกครอง แรงกดดันจากสิ่งเหล่านี้ก่อเกิดเป็นความเครียดในการทำงานได้
          3. การขาดการสนับสนุนจากคนรอบข้าง ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานนั้นมีอิทธิพลต่อการทำงานไม่มากก็น้อย กลายเป็นความรู้สึกแปลกแยกหรือโดดเดี่ยวจากเพื่อนร่วมงาน เช่น ความรู้สึกไม่สบายใจในทำงานกับเพื่อนครู หรือเมื่อทำงานสำเร็จมักถูกมองข้าม ไม่ได้รับคำชม
          4. การดูแลบุคลากรอย่างไม่เท่าเทียม การบริหารจัดการคนในโรงเรียนที่มีบุคลากรหลากหลายว่ายากแล้ว การดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมนั้นยากกว่าหลายเท่า เพราะเมื่อครูมีความรู้สึกว่าตนได้รับการดูแลหรือใส่ใจน้อยกว่าเพื่อนครูคนอื่น ๆ แน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อกำลังใจในการทำงาน ทำให้ขาดแรงจูงใจจนเกิดภาวะหมดไฟในที่สุด

          เมื่อเข้าใจถึงสาเหตุจากการพูดสอบถาม กระบวนการที่สำคัญคือแก้ไขปัญหาภาวะหมดไฟการสอนให้คุณครู

ครูใหญ่ (และเพื่อนครู) จะสามารถช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง
          1. การพูดคุยกับครูให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยแบบเจอหน้า โทรศัพท์ หรือออนไลน์ก็ใช้ได้ การพูดคุยไม่เพียงเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ระบายความรู้สึกที่คั่งค้างในใจและทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในการทำงาน
          2. การสร้างกิจกรรมที่ทำให้ครูได้ทำสิ่งอื่นนอกเหนือจากงาน หากิจกรรมช่วยให้ครูได้ใช้เวลาร่วมกัน เช่น การจับกลุ่มทำงานอดิเรกด้วยกัน การออกกำลังกาย หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
          3. การให้อิสระให้ครูได้ลองรูปแบบการสอนใหม่ ๆ หากครูรู้สึกว่าตนเองไม่มีแรงบันดาลใจในการสอนหรือหมดไฟกับสิ่งเดิม ๆ ให้ลองปรับการสอนโดยกลวิธีใหม่ ๆ มาใช้ในการสอนรายวิชาของตน เมื่อเจอกับเป้าหมายใหม่ในการสอนอาจช่วยเติมไฟในการสอนของครูได้อีกครั้ง
          4. ดูแลสภาพจิตใจของครูและอยู่เคียงข้างในยามต้องการความช่วยเหลือ สิ่งที่ควรจัดสรรให้มีในโรงเรียนคือการมีนักจิตวิทยาประจำภายในโรงเรียน เพื่อให้ทั้งครูและนักเรียนได้มีที่ปรึกษาทางด้านจิตใจ หรืออาจใช้ตัวเลือกอื่นที่ได้ผล เช่น การประเมินสุขภาพจิตผ่านเครื่องมือต่าง ๆ หรือการเปิดพื้นที่ให้ครูสามารถบอกเล่าและขอความช่วยเหลือได้โดยการเข้าหาครูใหญ่ได้โดยตรง

          เมื่อไฟนั้นมอดไป การรอเฉย ๆ ให้ไฟนั้นขึ้นมาเองคงยาก ผู้บริหารจึงเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถเติมไฟของครูให้ลุกโชนขึ้นมาได้อีกครั้ง ผ่านการช่วยเหลือและดูแลเท่าที่สามารถจะทำได้ ไม่เพียงครูที่กำลังอยู่ในภาวะหมดไฟ ครูที่ยังไฟแรงก็ต้องดูแลไม่ให้ไฟนั้นมอดลง คอยอยู่เคียงข้างสนับสนุนและช่วยเหลือเป็นกำลังใจเพื่อให้ครูทำงานในโรงเรียนได้อย่างมีความสุข 

บทความโดย อาทิตยา ไสยพร 

แหล่งอ้างอิง

ที่มา ; EDUCA

สรุปสาระสำคัญ 

บทความนี้กล่าวถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ไม่แน่นอน ซึ่งทำให้ครูต้องปรับตัวในการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งต้องรับภาระงานนอกเหนือจากการสอน ส่งผลให้ครูจำนวนมากเกิดความเครียดและภาวะหมดไฟในการทำงาน ซึ่งกระทบต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอนและสุขภาวะของครูโดยรวม สาเหตุของภาวะหมดไฟประกอบด้วยหลายปัจจัย ได้แก่ ตารางงานที่ไม่สมดุลกับชีวิตส่วนตัว ความคาดหวังสูงจากตนเอง ผู้บริหาร นักเรียน และผู้ปกครอง การขาดการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงาน รวมถึงการบริหารบุคลากรที่ไม่เท่าเทียมกันในโรงเรียน

บทบาทของผู้บริหารหรือครูใหญ่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ปัญหา โดยสามารถช่วยได้ผ่านการสื่อสารพูดคุยกับครูอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับฟังปัญหาและลดความโดดเดี่ยว การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์และผ่อนคลายให้ครู การเปิดโอกาสให้ครูได้พัฒนารูปแบบการสอนใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มแรงบันดาลใจ และการดูแลสุขภาพจิตของครูอย่างเป็นระบบ เช่น การมีนักจิตวิทยาในโรงเรียนหรือระบบให้คำปรึกษา

แนวทางดังกล่าวช่วยฟื้นฟูพลังในการทำงานของครู และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีความสุขและยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

สาเหตุสำคัญของภาวะหมดไฟของครูตามบทความคือข้อใด
ก. การไม่มีนักเรียนในชั้นเรียน
ข. ภาระงานและความไม่สมดุลระหว่างชีวิตกับงาน
ค. การขาดงบประมาณโรงเรียน
ง. การใช้เทคโนโลยีมากเกินไป

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าตารางงานและภาระงานที่ไม่สมดุลเป็นปัจจัยหลักของความเครียด

 

ข้อ 2

ข้อใดสะท้อนปัญหาความสัมพันธ์ในองค์กรตามบทความ
ก. ครูมีรายได้ไม่เพียงพอ
ข. ครูไม่มีอุปกรณ์การสอน
ค. ครูรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่ได้รับการยอมรับ
ง. นักเรียนไม่สนใจเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: การขาดการสนับสนุนและการมองข้ามผลงานทำให้เกิดความโดดเดี่ยว

 

ข้อ 3

บทบาทแรกที่ผู้บริหารควรทำในการแก้ปัญหาภาวะหมดไฟคือข้อใด
ก. เพิ่มงานให้ครู
ข. ลงโทษครูที่ทำงานช้า
ค. วิเคราะห์และเข้าใจสาเหตุของปัญหา
ง. เปลี่ยนผู้สอนทั้งหมด

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงก่อนแก้ไขปัญหา

 

ข้อ 4

การสร้างกิจกรรมร่วมกันของครูมีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
ก. เพิ่มคะแนนนักเรียน
ข. ลดค่าใช้จ่ายโรงเรียน
ค. สร้างความสัมพันธ์และลดความเครียด
ง. เพิ่มภาระงานครู

เฉลย: ค
เหตุผล: กิจกรรมช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและความสัมพันธ์ที่ดี

 

ข้อ 5

การให้อิสระในการสอนมีผลอย่างไรต่อครู
ก. เพิ่มความกดดัน
ข. ลดความคิดสร้างสรรค์
ค. เพิ่มแรงบันดาลใจในการทำงาน
ง. ทำให้การสอนไม่มีมาตรฐาน

เฉลย: ค
เหตุผล: การปรับวิธีสอนช่วยกระตุ้นแรงจูงใจและความคิดสร้างสรรค์

 

ข้อ 6

ข้อใดเป็นแนวทางดูแลสุขภาพจิตครูอย่างเป็นระบบ
ก. เพิ่มจำนวนชั่วโมงสอน
ข. มีนักจิตวิทยาหรือระบบให้คำปรึกษา
ค. ลดวันหยุดครู
ง. ให้ครูแก้ปัญหาเอง

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเสนอการมีผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาในโรงเรียน

 

ข้อ 7

ความคาดหวังจากหลายฝ่ายส่งผลต่อครูอย่างไร
ก. เพิ่มความมั่นใจ
ข. ลดความรับผิดชอบ
ค. เพิ่มความเครียดในการทำงาน
ง. ทำให้ครูทำงานน้อยลง

เฉลย: ค
เหตุผล: ความคาดหวังสูงทำให้เกิดแรงกดดันและความเครียด

 

ข้อ 8

การบริหารที่ไม่เท่าเทียมกันส่งผลอย่างไร
ก. เพิ่มประสิทธิภาพโรงเรียน
ข. เพิ่มแรงจูงใจครู
ค. ทำให้ครูขาดกำลังใจและหมดไฟ
ง. ลดภาระงาน

เฉลย: ค
เหตุผล: ความรู้สึกไม่ได้รับความเท่าเทียมทำให้แรงจูงใจลดลง

 

ข้อ 9

แนวทางใดช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวของครูได้ดีที่สุด
ก. เพิ่มเอกสารงาน
ข. ลดเวลาพัก
ค. การสื่อสารพูดคุยอย่างสม่ำเสมอ
ง. แยกครูทำงานเดี่ยว

เฉลย: ค
เหตุผล: การพูดคุยช่วยให้ครูระบายและได้รับการสนับสนุน

 

ข้อ 10

เป้าหมายสำคัญที่สุดของการจัดการภาวะหมดไฟคือข้อใด
ก. เพิ่มคะแนนสอบ
ข. ลดจำนวนครู
ค. สร้างความสุขและคุณภาพการทำงานของครู
ง. เพิ่มกฎระเบียบ

เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อให้ครูมีสุขภาวะที่ดีและการสอนมีคุณภาพอย่างยั่งยืน

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น