
นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้พ.ศ. ….วาระ1 เห็นด้วยคะแนน 532 เสียง ไม่เห็นด้วย 38 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 6 เสียง โดยได้พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. …. จำนวน 49 คน และกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 15 วัน ทั้งนี้ หลักการสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เพื่อพัฒนาบุคคลอย่างรอบด้านและสมดุล เป็นพื้นฐานในการพัฒนาในมิติต่าง ๆ ของประเทศ โดยเฉพาะประชาชนทุกช่วงวัย ให้มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ฯลฯ มีทั้งหมด 31 มาตรา ส่งเสริมการเรียนรู้ทั้ง 3 รูปแบบ คือ
1. การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีเป้าหมายให้บุคคลสามารถเรียนรู้และสามารถเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
2. การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และ
3. การจัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ โดยมีเป้าหมายให้ผู้อยู่ในวัยเรียนแต่ไม่ได้รับการศึกษาในระบบโรงเรียน
“โดยสรุปกฎหมายฉบับนี้ จะอุดช่องว่าง ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม มีความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่จะส่งผลให้ประชาชนทุกช่วงวัยมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ ในการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสมต่อไป ศธ. เห็นสมควรปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ และปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยจัดการเรียนรู้เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัย ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต มีศักยภาพในการเข้าร่วมพัฒนาประเทศ สังคมไทย เป็นสังคมที่เป็นธรรม มีความเหลื่อมล้ำน้อย เศรษฐกิจและสังคมพัฒนาอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีระบบการบริหารจัดการรับผิดชอบในการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันสมัย โปร่งใส ตรวจสอบได้”นางกนกวรรณ กล่าว
รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จะนำข้อเสนอแนะในที่ประชุมสภาฯ ซึ่งหลายข้อเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของศธ. โดยเฉพาะในฐานะที่ตนกำกับ ดูแล สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)โดยตรง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับหลากร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้ ผ่านการพิจารณาของกมธ. และในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับอัตรากำลัง ความมั่นคงสำหรับคน กศน. รวมทั้งข้อเสนอให้ ศธ.ทบทวนประกาศ กฎกระทรวงต่าง ๆ ที่ลิดรอนสิทธิประโยชน์นั้น เป็นเรื่องที่ศธ.ตระหนักและเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการบูรณาการการใช้สถานที่จัดการเรียนรู้ โดย กศน. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และหน่วยงานใน ศธ.มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประโยชน์อาคารสถานที่ร่วมกัน เน้นประหยัดงบประมาณและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด
ที่มา ; มติชนออนไลน์
ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. …. ได้รับความเห็นชอบในวาระแรกจากสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัยให้มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา อันเป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน กฎหมายฉบับนี้ประกอบด้วย 31 มาตรา และเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ 3 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ โดยมุ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่พลาดโอกาสทางการศึกษาในระบบสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้
สาระสำคัญอีกประการคือการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างความเท่าเทียม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการเรียนรู้ พร้อมทั้งปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานและระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร โดยเฉพาะหน่วยงาน กศน. รวมถึงการบูรณาการใช้ทรัพยากรและสถานที่ร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น สพฐ. เพื่อความคุ้มค่าและประหยัดงบประมาณ โดยภาพรวม กฎหมายนี้มุ่งสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ข้อ 1 วัตถุประสงค์หลักของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียนในระบบ
ข. พัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างรอบด้าน
ค. เน้นการแข่งขันทางวิชาการ
ง. ส่งเสริมเฉพาะผู้มีความสามารถพิเศษ
ข้อ 2 การเรียนรู้ตลอดชีวิตมีเป้าหมายสำคัญคือข้อใด
ก. เรียนเฉพาะในโรงเรียน
ข. เรียนเพื่อสอบแข่งขัน
ค. เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเอง
ง. เรียนเฉพาะออนไลน์
ข้อ 3 กลุ่มเป้าหมายสำคัญของการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิคือใคร
ก. นักเรียนเก่ง
ข. ผู้บริหาร
ค. ผู้ไม่ได้เรียนในระบบ
ง. ครูใหม่
ข้อ 4 การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเน้นวิธีใด
ก. เพิ่มค่าเล่าเรียน
ข. จำกัดสิทธิ์
ค. เปิดโอกาสเท่าเทียม
ง. ลดจำนวนครู
ข้อ 5 การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายส่งผลอย่างไร
ก. ลดคุณภาพ
ข. เพิ่มภาระ
ค. เพิ่มโอกาสการเรียนรู้
ง. ลดงบประมาณ
ข้อ 6 การบูรณาการใช้สถานที่ร่วมกันมีเป้าหมายหลักคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนอาคาร
ข. ใช้งบประมาณมากขึ้น
ค. ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า
ง. ลดหน่วยงาน
ข้อ 7 หากผู้บริหารต้องการลดความเหลื่อมล้ำ ควรดำเนินการใด
ก. คัดเลือกเฉพาะเด็กเก่ง
ข. เปิดโอกาสทุกกลุ่มเข้าถึง
ค. เพิ่มการสอบ
ง. ลดกิจกรรม
ข้อ 8 การปรับโครงสร้างหน่วยงานมีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. ลดบุคลากร
ข. เพิ่มความซับซ้อน
ค. เพิ่มประสิทธิภาพ โปร่งใส
ง. ลดการตรวจสอบ
ข้อ 9 ปัญหาที่ต้องเตรียมรองรับเกี่ยวกับ กศน. คือข้อใด
ก. หลักสูตรเก่า
ข. อัตรากำลังและความมั่นคง
ค. อาคารเรียน
ง. เทคโนโลยี
ข้อ 10 หากต้องตัดสินใจเชิงนโยบาย ผู้บริหารควรยึดหลักใด
ก. ความสะดวกส่วนตน
ข. ความคุ้มค่าและความเท่าเทียม
ค. ลดงาน
ง. เพิ่มงบประมาณ
คลิกเฉลย >>>