สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เปิด 5 อันดับ!!! ความสุขของครูและนักเรียนในปี 2567

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา” สำรวจความคิดเห็นของครูและนักเรียนทั่วประเทศ เรื่อง ความสุขของครูและนักเรียนในปี 2567” จำนวนทั้งสิ้น 1,184 ตัวอย่าง (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2566 - 8 มกราคม 2567 สรุปผลได้ ดังนี้

1. “5 อันดับความสุข” ที่ครูอยากได้มากที่สุดในปี 2567 คือ

อันดับ 1 คืนครูสู่ห้องเรียน ลดภาระงานอื่นที่นอกเหนือจากงานสอน 65.77%

อันดับ 2 ปรับเงินเดือนให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ 62.18%

อันดับ 3 ลูกศิษย์ตั้งใจเรียน ประสบความสำเร็จ 56.20%

อันดับ 4 หน้าที่การงานมั่นคง มีความก้าวหน้า 55.46%

อันดับ 5 มีชีวิตที่ดี สุขภาพดี ครอบครัวมีความสุข 44.39%

2. “5 อันดับความสุข” ที่นักเรียนอยากได้มากที่สุดในปี 2567 คือ

อันดับ 1 ครอบครัวมีเงินส่งค่าเล่าเรียน ไม่ลำบาก 57.08%

อันดับ 2 ครูและผู้ปกครองมีความสุขกับการเรียนของบุตรหลาน 52.50%

อันดับ 3 ครอบครัวสุขภาพแข็งแรง 50.21%

อันดับ 4 พ่อแม่มีเวลา ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน พาไปเที่ยว 48.54%

อันดับ 5 ครูเข้าใจเด็ก ให้อิสระ ได้คิด ตัดสินใจเอง 41.04%

*หมายเหตุ ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ) 

ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567

เกี่ยวข้องกัน

ครูเอาด้วย อยากให้ปรับปรุงห้องน้ำ ยกเลิกประกันเกรด เพิ่มเงินเดือน ลดเอกสารทำส่ง ศธ.

หลังจากวันก่อน Rocket Media Lab สื่อมวลชน เพื่อผลักดันให้กับผู้วางนโยบายของรัฐ ระบุทางเพจเฟซบุ๊ก Rocket Media Lab เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา ทั้งกฎเกณฑ์ในโรงเรียน การเรียนการสอน ครู เนื่องใน #วันเด็กแห่งชาติ เบื้องต้นพบว่า นักเรียนโหวตให้ ห้องน้ำ” คือสถานที่ที่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด รองลงมาคือ ห้องเรียน” 

ขณะที่กฎเกณฑ์ที่นักเรียนไม่ชอบมากที่สุดคือ กำหนดทรงผม” รองลงมาคือ ยึดโทรศัพท์ก่อนเข้าเรียน” และ ห้ามแต่งหน้า” สำหรับบทลงโทษของครูที่เหล่าเด็กๆ ไม่ชอบมากๆ คือ การประจานต่อหน้าเพื่อน” และ ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย” 

ล่าสุด เนื่องในโอกาส #วันครูแห่งชาติ 16 มกราคม Rocket Media Lab ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ : Path2health Foundation ทำแบบสอบถามครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-มัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศ ช่วงวันที่ 9-15 มกราคม 2567 สำรวจความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา ทั้งกฎเกณฑ์ในโรงเรียน การเรียนการสอน นักเรียน 

 

พบว่า เสียงส่วนใหญ่ของครูทั่วประเทศอยากให้ โรงเรียนปรับปรุงห้องน้ำ 134 คน คิดเป็น 44.22% รองลงมาคือห้องเรียน 70 คน คิดเป็น 23.10% ตามด้วยห้องสมุด 23 คน คิดเป็น 7.59% 

 

กฎของโรงเรียนที่ครูไม่ชอบมากที่สุด พบว่าคือ การแต่งกายประจำวัน มีผู้ตอบข้อนี้มากที่สุด 74 คน คิดเป็น 24.42% รองลงมาคือการเช็กชื่อก่อนเข้าแถว และการใส่กระโปรง (ยกเว้นครูพละ) 63 คน คิดเป็น 20.79% และอื่นๆ 56 คน คิดเป็น 18.48% เช่น การเข้าเวรเสาร์-อาทิตย์ การสแกนนิ้วหลังเลิกเรียน และมีจำนวนหนึ่งที่ตอบว่า ไม่มีปัญหากับกฎระเบียบ 

 

สิ่งที่ครูไม่อยากให้นักเรียนทำมากที่สุด พบว่า ครูไม่อยากให้นักเรียนเล่นโทรศัพท์ในเวลาเรียนมากที่สุด 101 คน คิดเป็น 33.33% รองลงมาคือ การพูดจาหยาบคาย 88 คน คิดเป็น 29.04% ตามด้วย การล้อเลียนเรื่องกายภาพ เพศ ชาติพันธุ์ สำเนียง 54 คน คิดเป็น 17.82% 

 

วิชาที่ครูอยากให้ยกเลิกมากที่สุด พบว่า วิชาลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด บำเพ็ญประโยชน์ เป็นวิชาที่ครูอยากยกเลิกมากที่สุด 114 คน คิดเป็น 37.62% รองลงมาคือ วิชาชุมนุม/ชมรม 57 คน คิดเป็น 18.81% วิชาหน้าที่พลเมือง 46 คน คิดเป็น 15.18% วิชานาฏศิลป์ 18 คน คิดเป็น 5.94% วิชาพุทธศาสนา 12 คน คิดเป็น 3.96% วิชาพลศึกษา 4 คน คิดเป็น 1.32% และอื่นๆ 52 คน คิดเป็น 17.16% เช่น สุขศึกษา ศิลปะ และส่วนใหญ่เขียนตอบว่าไม่มีวิชาที่อยากยกเลิก 

สิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารโรงเรียนทำที่สุด พบว่า ครูอยากให้ยกเลิกนโยบายการประกันเกรด ปลอด 0 ร. มส. นักเรียนมากที่สุด 123 คน คิดเป็น 40.59% รองลงมาคือ ไม่เลือกปฏิบัติ 100 คน คิดเป็น 33% ยกเลิกการส่งไปอบรมที่ไม่จำเป็น 34 คน คิดเป็น 11.22% 

และเมื่อโฟกัสไปที่ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ สิ่งที่ครูอยากให้ทำมากที่สุด คือ ครูอยากให้ลดภาระงานเอกสารที่ต้องทำส่งกระทรวงมากที่สุด 146 คน คิดเป็น 48.18% รองลงมาเป็น เพิ่มค่าตอบแทนครู 62 คน คิดเป็น 20.46% ปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ 38 คน 12.54 

 

สิ่งที่ครูอยากได้มากที่สุด พบว่า ครูอยากให้เพิ่มเงินเดือน/ค่าวิทยฐานะมากที่สุด 149 คน คิดเป็น 49.17% รองลงมาคือ มาตรฐานการขึ้นเงิน 45 คน คิดเป็น 14.85% ค่าสื่อการสอน 32 คน คิดเป็น 10.56% ค่าทำงานล่วงเวลา 25 คน คิดเป็น 8.25% รถโรงเรียนอำนวยความสะดวกสำหรับกิจกรรมนอกสถานที่ 13 คน คิดเป็น 4.29% ค่าอยู่เวร 10 คน คิดเป็น 3.30% เพิ่มค่าเบี้ยเลี้ยง 6 คน คิดเป็น 1.98% ค่าอินเตอร์เน็ต 5 คน คิดเป็น 1.65% และอื่นๆ 18 คน คิดเป็น 5.94% เช่น ขอให้มีเจ้าหน้าที่การเงิน พัสดุ โดยตรง ขอขวัญและกำลังใจ การลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน และการบรรจุข้าราชการเมื่ออายุงานถึงเกณฑ์ 

นอกจากนี้พบว่า ไม่ว่าจะครูประถม-มัธยม ครูโรงเรียนรัฐ-เอกชน ครูทุกภาค และทุกเพศ ต่างก็เลือกให้การเพิ่มเงินเดือน/ค่าวิทยฐานะเป็นสิ่งที่ครูอยากได้มากที่สุด 

 

มติชนออนไลน์ วันที่ 16 มกราคม 2567

 
 

สรุปสาระสำคัญ 

สวนดุสิตโพลร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ทำการสำรวจความคิดเห็นความสุขของครูและนักเรียนปี 2567 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,184 คน โดยเก็บข้อมูลช่วงวันที่ 27 ธันวาคม 2566 ถึง 8 มกราคม 2567 ผลการวิเคราะห์พบว่า ครูให้ความสำคัญสูงสุดกับการลดภาระงานที่ไม่ใช่งานสอน เพื่อให้สามารถกลับไปปฏิบัติงานในห้องเรียนได้อย่างเต็มที่ รองลงมาคือการปรับเงินเดือนให้สอดคล้องค่าครองชีพปัจจุบัน และความก้าวหน้าในอาชีพ รวมถึงความสุขภาพชีวิตครอบครัว ส่วนของนักเรียนต้องการความสุขจากครอบครัวที่มีรายได้เพียงพอ ไม่ลำบากด้านการศึกษา รวมถึงสุขภาพครอบครัวที่แข็งแรง และการมีเวลาร่วมกันกับผู้ปกครอง อีกทั้งต้องการครูที่เข้าใจและให้อิสระในการเรียนรู้ ผลสำรวจเพิ่มเติมพบว่าทั้งครูและนักเรียนต้องการปรับปรุงห้องน้ำและห้องเรียนอย่างเร่งด่วน ครูไม่พอใจกฎระเบียบการแต่งกายและภาระงานเอกสาร ขณะที่นักเรียนมีพฤติกรรมใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนและพูดจาไม่เหมาะสม ครูต้องการยกเลิกกิจกรรมลูกเสือและบางวิชา รวมถึงนโยบายประกันเกรด และต้องการลดงานเอกสารที่ส่งกระทรวง สะท้อนปัญหาระบบการศึกษาไทยที่ต้องปรับสมดุลระหว่างภาระงาน คุณภาพการเรียนรู้ และคุณภาพชีวิตครูอย่างยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

ผลสำรวจชี้ว่า “ความสุขอันดับ 1 ของครู” คือข้อใด
ก. เงินเดือนสูงขึ้น
ข. ลดภาระงานนอกสอน ✔
ค. นักเรียนสอบผ่านทั้งหมด
ง. มีวันหยุดเพิ่ม

เฉลย: ข
เหตุผล: ครูต้องการกลับไปทำหน้าที่สอนโดยลดงานเอกสารและงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

 

ข้อ 2

นักเรียนต้องการความสุขด้านใดมากที่สุด
ก. ได้ใช้โทรศัพท์ในห้องเรียน
ข. ครอบครัวมีเงินส่งค่าเรียน ✔
ค. ลดการบ้าน
ง. ยกเลิกสอบ

เฉลย: ข
เหตุผล: ประเด็นหลักคือความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครอบครัว

 

ข้อ 3

ข้อใดสะท้อนปัญหาที่ “ทั้งครูและนักเรียน” ต้องการร่วมกันแก้ไข
ก. การสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ข. ห้องน้ำและห้องเรียน ✔
ค. หลักสูตรใหม่
ง. การใช้แท็บเล็ต

เฉลย: ข
เหตุผล: ทั้งสองกลุ่มระบุว่าควรปรับปรุงสภาพแวดล้อมพื้นฐานในโรงเรียน

 

ข้อ 4

ครูไม่พอใจเรื่องใดมากที่สุดในระบบโรงเรียน
ก. การบ้านนักเรียน
ข. กฎการแต่งกาย ✔
ค. การประชุมผู้ปกครอง
ง. การเรียนออนไลน์

เฉลย: ข
เหตุผล: กฎระเบียบด้านการแต่งกายเป็นประเด็นที่ครูสะท้อนมากที่สุด

 

ข้อ 5

พฤติกรรมที่ครูไม่พึงประสงค์จากนักเรียนมากที่สุดคือ
ก. ไม่ส่งการบ้าน
ข. ใช้โทรศัพท์ในห้องเรียน ✔
ค. มาสาย
ง. ไม่ใส่เครื่องแบบ

เฉลย: ข
เหตุผล: การใช้โทรศัพท์ระหว่างเรียนรบกวนการเรียนการสอน

 

ข้อ 6

ครูต้องการยกเลิกวิชาใดมากที่สุด
ก. ภาษาไทย
ข. คณิตศาสตร์
ค. ลูกเสือ ✔
ง. วิทยาศาสตร์

เฉลย: ค
เหตุผล: วิชากิจกรรมลูกเสือถูกมองว่าไม่สอดคล้องกับภาระงานปัจจุบัน

 

ข้อ 7

นโยบายใดที่ครูต้องการให้ยกเลิกมากที่สุด
ก. ประกันคุณภาพ
ข. ประกันเกรด ✔
ค. การสอบกลาง
ง. การบ้าน

เฉลย: ข
เหตุผล: ครูเห็นว่าระบบประกันเกรดสร้างภาระและไม่สะท้อนคุณภาพจริง

 

ข้อ 8

สิ่งที่ครูต้องการจากกระทรวงศึกษาธิการมากที่สุดคือ
ก. เพิ่มวันหยุด
ข. ลดงานเอกสาร ✔
ค. เพิ่มนักเรียน
ง. เพิ่มชั่วโมงสอน

เฉลย: ข
เหตุผล: งานเอกสารเป็นภาระหลักที่ครูต้องการลด

 

ข้อ 9

ความต้องการสูงสุดของครูด้านสวัสดิการคือข้อใด
ก. รถประจำตำแหน่ง
ข. เพิ่มเงินเดือน ✔
ค. ค่าอาหารกลางวัน
ง. โบนัสพิเศษ

เฉลย: ข
เหตุผล: เงินเดือนและวิทยฐานะเป็นประเด็นหลักที่ครูต้องการ

 

ข้อ 10

ข้อใดเป็นข้อสรุปเชิงนโยบายที่เหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มกฎระเบียบโรงเรียน
ข. ลดบทบาทครู
ค. ปรับสมดุลภาระงานและคุณภาพชีวิต ✔
ง. เพิ่มการสอบมาตรฐาน

เฉลย: ค
เหตุผล: ปัญหาหลักคือความไม่สมดุลระหว่างภาระงานและคุณภาพชีวิตครูและผู้เรียน

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น