
แฟ้มสะสมผลงานคืออะไร? แฟ้มสะสมผลงาน หรือ Portfolio คือ ที่เก็บเอกสารที่รวบรวม “หลักฐานบางส่วน” เพื่อใช้ “พิสูจน์ความจริง”
ลองพิจารณาจากตัวอย่างดังต่อไปนี ศิลปินคนหนึ่งมีแฟ้มสะสมผลงานศิลปะของเขา สิ่งที่ศิลปินคนนี้ต้องการพิสูจน์คือ “ฉันเป็นศิลปินที่ดี” แฟ้มสะสมผลงานจะปรากฎหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายของภาพวาด แผ่น DVDs แสดงการจัดวางงานศิลปะ และแหล่งอ้างอิงและคำรับรองหรือรางวัลต่าง ๆ จากผู้ที่ซื้อหรือรักในผลงานศิลปะของเขา ศิลปินอาจจะเขียนข้อความบรรยาย การวิเคราะห์ หรือการสะท้อนคิดสั้น ๆ เกี่ยวกับผลงานของเขา เช่น งานสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อไร ความสำคัญของแต่ละงาน หรืออะไรเป็นสิ่งที่น่าจะทำให้ดีขึ้นได้ หากตัวศิลปินมีโอกาสได้สร้างสรรค์งานอีกครั้ง
ในทำนองเดียวกัน นักแสดงที่พยายามที่จะให้ได้รับเลือกเพื่อแสดงในภาพยนตร์หนึ่งจะมีแฟ้มสะสมผลงานที่พิสูจน์ว่า เขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดของบทนี้ แฟ้มสะสมผลงานของเขาอาจจะมีหลักฐาน เช่น DVDs แสดงผลงานการแสดงที่ผ่านมา ภาพตัดจากหนังสือพิมพ์ที่แสดงคำวิจารณ์จากนักวิจารณ์ และการสะท้อนผลงานที่บรรยายเกี่ยวกับประเภทของบทบาทที่เขาแสดงได้ดีที่สุด
ผู้นำจำเป็นต้องมีแฟ้มสะสมผลงานหรือไม่ และเหตุผลการมีแฟ้มสะสมผลงานคืออะไร?
แน่นอนว่าคำตอบขึ้นอยู่กับตัวผู้นำ แต่ผู้นำหลายคนพบว่า การมีแฟ้มสะสมผลงานเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้และทบทวน ในการโชว์ผลงานเมื่ออยู่ในระหว่างหางาน ในการต่อสัญญาการทำงานหรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติงาน คำตอบของผู้เขียนคือ ผู้นำจำเป็นต้องมีแฟ้มสะสมผลงานอย่างแน่นอน และในบทนี้ เราจะพยายามอธิบายให้เห็นว่า เพราะเหตุใดท่านจึงต้องมีแฟ้มสะสมผลงาน เพื่อที่จะนำไปสู่การให้ท่านมีแฟ้มสะสมผลงาน
ประเภทของแฟ้มสะสมผลงานของผู้นำ
ท่านสามารถใส่หลายสิ่งหลายอย่างในแฟ้มสะสมผลงานของผู้นำได้ โดยทั่วไปสิ่งที่รวมอยู่ในแฟ้มสะสมผลงานจะขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่ท่านกำหนดขึ้น ลองพิจารณาองค์ประกอบ 3 ประการของแฟ้มสะสมผลงานของผู้นำ: กรอบภาวะผู้นำ (Leadership framework) การประเมินความสามารถ (Assessment of capability) และแฟ้มสะสมผลงานการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Portfolio)
กรอบภาวะผู้นำ (Leadership framework)
Brown and Irby (1997, p. 15) เสนอแนะว่าเป้าหมายหลักของการจัดทำแฟ้มสะสมผลงานของผู้อำนวยการโรงเรียน คือการช่วยให้ผู้อำนวยการโรงเรียนมีความชัดเจนเกี่ยวกับกรอบภาวะผู้นำของตน
การจัดทำแฟ้มสะสมผลงานจึงเป็นเหมือนการบังคับให้ผู้อำนวยการโรงเรียนสะท้อนคิดและวิเคราะห์ภาวะผู้นำของตน Brown and Irby (1997) แนะนำว่าแฟ้มสะสมผลงานภาวะผู้นำควรรวบรวมหลักฐานที่มีพื้นฐานมาจากองค์ประกอบ 7 ประการดังนี้
-บรรยากาศองค์การ (Climate)
-ชุมชน (Community)
-ความร่วมมือ (Collaboration)
-การสื่อสาร (Communication)
การให้ความช่วยเหลือระหว่างการเปลี่ยนแปลง (Support during change)
การประเมินความสามารถ (Assessment of capability)
เหตุผลอีกประการในการจัดทำแฟ้มสะสมผลงานคือ การที่ผู้นำโรงเรียนจะใช้กระบวนการเป็นวิธีในการตัดสนใจว่าพวกเขามีความสามารถหรือสมรรถนะที่คาดหวังในฐานะผู้นำหรือไม่
ยกตัวอย่างเช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้อำนวยการสถานศึกษามีวิทยฐานะผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ ซึ่งจำเป็นต้องมีทักษะการวางแผนสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้เครื่องมือนวัตกรรมทางการบริหาร และผลลัพธ์ในการพัฒนาการบริหารสถานศึกษา โดยพิจารณาจาก ผลงานหรือผลการปฏิบัติของครู หรือผลการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ที่มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น หรือเป็นต้นแบบ และส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ระหว่างกระบวนการจัดทำแฟ้มสะสมผลงานของผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้นำโรงเรียนจะเรียนรู้และตัดสินใจว่าเขามีคุณสมบัติหรือผลงานเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่ กระบวนการในการรวบรวมหลักฐานและสะท้อนคิดจากหลักฐานแต่ละชิ้น ถือเป็นวิธีในการสร้างความยึดมั่นผูกพันในการประเมินทางวิชาชีพด้วยตนเองที่ดีเยี่ยม หากพูดอย่างตรงไปตรงมาแล้ว หากท่านไม่สามารถรวบรวมหลักฐานสำหรับคุณสมบัติที่สำคัญได้ ท่านก็ควรที่จะสอบสวนหาสาเหตุในเรื่องดังกล่าว
แฟ้มสะสมผลงานควรประกอบด้วยชุดหลักฐานพร้อมการสะท้อนคิด ตามมิติที่สำคัญ 6 ประการ:
แฟ้มสะสมผลงานการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Portfolio)
เป้าหมายของแฟ้มสะสมผลงานประเภทนี้คือการจัดเตรียมหลักฐานทางการเรียนรู้ของผู้อำนวยการโรงเรียนที่ผ่านมา กระบวนการในการจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน ที่ต้องมีการรวบรวมหลักฐานของการเรียนรู้ ถือเป็นการวางโครงสร้างของการสะท้อนคิดหรือการวิเคราะห์ความก้าวหน้าและการพัฒนาทางวิชาชีพของผู้อำนวยการโรงเรียน แฟ้มสะสมผลงานประเภทนี้จึงอาจจะมีโครงสร้างในลักษณะที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับทางเลือกในการเรียนรู้ของผู้อำนวยการโรงเรียน หลักฐานที่นำเสนออาจประกอบด้วย:
การจัดทำแฟ้มสะสมผลงานการเรียนรู้ทางวิชาชีพอีกแนวทางหนึ่ง คือ การใช้หลักสี่ประตูสู่การเรียนรู้ (four Gateways to learning) (Walker & Quong, 2005) ในกระบวนการของการจัดทำแฟ้มสะสมผลงานในแนวทางนี้ ผู้อำนวยการจะรวบรวมผลงานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อดังนี้:
หลักฐานในด้านนี้จะเกี่ยวกับ การสร้างความชัดเจนและอธิบายค่านิยมและความเชื่อ การระบุสถานการณ์ที่ยากลำบาก วิธีในการปฏิบัติงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และที่สำคัญที่สุดคือ การรักษาความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตของท่าน
ความสำคัญของการเก็บรวบรวมข้อมูล มุมมองความคิด และหลักฐานเกี่ยวกับภาวะผู้นำของท่าน จากสมาชิกในชุมชนโรงเรียน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้อื่น เช่นที่ได้จากการสแกนแบบ 360 องศาหรือการสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครอง
การระบุประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในโรงเรียน เช่น หลักฐานที่เก็บรวบรวมมาจากระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานและการโค้ช หรือการระบุความกลัว ความต้องการ และความกังวล ของสมาชิกภายในชุมชมโรงเรียน ตัวอย่างหลักฐานของแฟ้มสะสมผลงานประเภทนี้อาจรวมถึงเอกสารต่าง ๆ จากการประชุมวางแผนกลยุทธ์
หลักฐานที่ผู้อำนวยการโรงเรียนได้รับจากการสืบค้นและอ่านงานเขียนต่าง ๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอื่น ๆ แนวคิดจากเพื่อนร่วมงาน กลุ่มผู้บริหารโรงเรียน และผู้อื่น ที่กระตุ้นให้เกิดความใคร่รู้ทางวิชาชีพ และ “วิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพกว่า” ในโรงเรียนของท่าน ตัวอย่างหลักฐานของแฟ้มสะสมผลงานประเภทนี้อาจรวมถึงเอกสารต่าง ๆ ที่ได้จากระบบพี่เลี้ยง (mentoring) และโปรแกรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (peer action learning)
แฟ้มสะสมผลงานของผู้นำ
ถึงแม้ว่าแฟ้มสะสมผลงานของผู้นำทั้ง 3 ประเภทที่ผ่านมามีประโยชน์เป็นอย่างมาก ผู้นำอาจพบว่าแนวทางที่มีการจัดรูปแบบมากขึ้นก็มีประโยชน์เช่นเดียวกัน เป้าหมายของแฟ้มสะสมผลงานประเภทนี้คือกระบวนการเก็บรวบรวมหลักฐานของแต่ละด้านจะเอื้อให้ผู้อำนวยการได้ประเมินตนเองว่าพวกเขาจะสร้างขีดความสามารถภาวะผู้นำอย่างไร
|
แนวการจัดทำแฟ้มสะสมผลงานของผู้นำ |
หลักฐาน |
การประเมิน/การสะท้อนคิด |
|
|
เป้าหมายที่โรงเรียนบรรลุคืออะไร? |
|||
|
การวางแผนกลยุทธ์ / แผนปฏิบัติการ |
|||
|
ชุมชนการเรียนรู้ |
|||
|
หลักฐานของการเรียนรู้ |
|||
|
ผังโครงสร้างองค์การของโรงเรียน |
|||
|
สินทรัพย์ |
|||
|
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย |
|||
|
การจัดการพฤติกรรม |
|||
|
ทักษะการไกล่เกลี่ย |
|||
|
การตรวจสอบขีดความสามารถ |
|||
|
การบริหารผลการปฏิบัติงาน |
|||
|
การเรียนรู้ทางวิชาชีพ |
|||
|
การพัฒนานโยบายและการตัดสินใจ |
|||
|
การมองไปข้างหน้า |
|||
|
การสร้างเครือข่าย |
|||
|
การดูแลตนเอง |
|
||
การจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน
ในการรวบรวมผลงานเข้าสู่แฟ้มสะสมผลงาน ท่านอาจใช้แฟ้มใบหลวม (loose leaf folder) หรือที่คล้ายคลึง ที่มีซองพลาสติก ให้ซองพลาสติด 1 ใบสำหรับใส่รายการตามแต่ระบุด้านล่าง ในแต่ละซองพลาสติก ให้ใส่วัตถุหรือชิ้นงานที่เป็นหลักฐานที่แสดง (ดังเช่นท่านจะแสดงให้เพื่อนร่วมงานดู) ว่าท่านได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเกี่ยวกับภาวะผู้นำ แน่นอนว่า ท่านสามารถสแกนเอกสารต่าง ๆ เพื่อสร้างเป็นแฟ้มสะสมผลงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
กระบวนการนี้มักจะไม่ใช้เวลานานมากในการจัดทำ ปกติแล้วท่านสามารถใช้ช่วงเวลาสุดสัปดาห์หนึ่ง และท่านสามารถให้ผู้นำระดับสูงของโรงเรียนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบหลักฐาน ไม่ว่าจะอย่างไร แฟ้มสะสมผลงานมีส่วนในการรวบรวมข้อมูลโรงเรียนที่มีคุณค่าให้กับโรงเรียน
เกณฑ์หลักฐาน
การประเมินและการสะท้อนคิด
ในขณะที่ท่านกำลังเก็บรวบรวมหลักฐานและจัดเรียงเข้าในแฟ้มสะสมผลงานของท่าน ขอให้ท่านระลึกว่าแฟ้มสะสมผลงานของผู้นำไม่ใช่เป็นเพียงแค่การโอ้อวดผลงาน
แฟ้มสะสมผลงานควรเปรียบเสมือนเครื่องมือหรือเค้าโครงที่ท่านใช้ในการสะท้อนคิดในสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่ในฐานะผู้นำของโรงเรียน ในแง่นี้ การสะท้อนคิดคือการคิดอย่างไตร่ตรองเกี่ยวกับสิ่งที่ท่านทำอยู่ ทำไมท่านกำลังทำสิ่งนั้น และท่านทำอย่างไร การสะท้อนคิดเกี่ยวข้องกับการตั้งความคาดหวังบนพื้นฐานของความเป็นจริงในการประเมินผลการปฏิบัติงานของท่านในฐานะผู้อำนวยการมือใหม่
ด้วยเหตุนี้ แฟ้มสะสมผลงานถือเป็นที่ที่ท่านสามารถใช้ในการให้ข้อสังเกตในสิ่งที่ท่านได้ทำมา สิ่งที่ท่านได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นผู้นำโรงเรียน และสิ่งที่ท่านอาจจะทำให้ดียิ่งขึ้น (หากมีความเหมาะสม)
การสะท้อนคิดจะนำท่านให้ก้าวข้ามสิ่งที่ท่านทำเป็นกิจวัตรประจำวัน ไปสู่คุณค่า ความเชื่อ และเป้าหมายที่รากฐานของการกระทำของท่าน
ยกตัวอย่างเช่น ท่านอาจจะนำคณะทำงานในการพิจารณาและปรับเปลี่ยนวิธีการจัดตารางการทำงานในโรงเรียน หรือดำเนินการตามแผนส่งเสริมการพัฒนาบทเรียนร่วมกันในโรงเรียน หรือท่านอาจะช่วยโรงเรียนในเครือข่ายจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการจัดการพฤติกรรม กิจกรรมแบบร่วมมือรวมพลังเหล่านั้นสามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในแฟ้มสะสมผลงานของท่านได้ แฟ้มสะสมผลงานอาจมีข้อมูลป้อนกลับ (feedback) ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการจากผู้อื่นเกี่ยวกับสิ่งที่ท่านทำอยู่ ทั้งนี้ ผู้นำที่แตกต่างกันอาจจะใช้แนวทางการจัดทำแฟ้มสะสมผลงานที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการจะใส่ข้อมูลป้อนกลับไปในแฟ้มสะสมผลงาน ก็ต่อเมื่อมันช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ชัดเจน
ลำดับต่อไป จะเป็นการนำเสนอแนวปฏิบัติทั่วไปเกี่ยวกับการจัดหมวดหมู่และรายการที่ควรรวมอยู่ในแฟ้มสะสมผลงานของผู้นำ สิ่งสำคัญที่ท่านควรระลึกไว้คือ แฟ้มสะสมผลงานของท่านควรสะท้อนความเป็นตัวตนของท่านมากกว่าความสามารถของท่านในการทำตาม “สูตร” ของการทำแฟ้มสะสมผลงาน
แนวปฏิบัติทั่วไปของการจัดทำแฟ้มสะสมผลงานของผู้นำ
เนื้อหาของแฟ้มสะสมผลงาน
1.คัดสรรตัวอย่างที่ดีที่สุดของแต่ละสมรรถนะ
2.การแสดงหลักฐานแต่ละด้านควรมีบทสะท้อนคิด รวมทั้ง ประสบการณ์จากการลงพื้นที่ ตลอดจนการลงเรียนรายวิชาและการเรียนรู้เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง
3.ในส่วนแรกของแฟ้มสะสมผลงาน
แฟ้มสะสมใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและแบบประเมิน
-สารบัญ
-ประวัติย่อ (resume)
-บทสรุปเกี่ยวกับความเชื่อและเจตคติของท่านในฐานะผู้บริหาร
4.ในส่วนเนื้อหาของแฟ้มสะสมผลงาน ควรมีวัตถุหลักฐานและบทสะท้อนคิดสำหรับแต่ละวัตถุหลักฐานนั้น
5.ประวัติโดยละเอียด (vita)
ความยาวของแฟ้มสะสมผลงาน:
ท่านควรใส่ข้อมูลให้ครบถ้วน แต่เรียบเรียงให้กระชับ หากแฟ้มสะสมผลงานมีความยาวมากเกินไป ผู้พิจารณาอาจไม่สามารถอ่านอย่างถี่ถ้วนได้
ทำไมท่านจึงควรใส่ถ้อยแถลงสั้น ๆ และควรเขียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง
ถ้อยแถลงอาจเริ่มจากการชี้แจงความเชื่อของท่าน เนื่องจากการสะท้อนคิดจากประสบการณ์ต่าง ๆ ที่รวมอยู่ในแฟ้มสะสมผลงานของท่านจะมีรากฐานมาจากความเชื่อนั้น ท่านสามารถเปรียบเทียบความเชื่อของท่านกับขององค์การ เขตพื้นที่การศึกษา หรือของต้นสังกัดของท่าน เพื่อตัดสินใจว่าท่านมีความเหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ในหน่วยงานนั้นหรือไม่ ข้อนี้มีความสำคัญต่อความพอใจในวิชาชีพของท่าน
ความแตกต่างระหว่างประวัติย่อและประวัติโดยละเอียด
ประวัติย่อ (resume) อาจประกอบด้วย เป้าหมายส่วนตัว (หากใช้ในใบสมัครสำหรับการเลื่อนตำแหน่ง) ประกาศนีบัตร วุฒิบัตร การศึกษา ประสบการณ์ และด้านที่ท่านมีความเชี่ยวชาญ ส่วนประวัติโดยละเอียด (vita) จะนำเสนอข้อมูลประวัติการทำงานของท่านอย่างละเอียด
ข้อสรุปปิดท้ายเกี่ยวกับแฟ้มสะสมผลงานของผู้นำ
การนำแฟ้มสะสมผลงานการเรียนรู้มาใช้เป็นวิธีหนึ่งในการวางแผนเส้นทางวิชาชีพกำลังกลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการพัฒนาทางวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาทั่วโลก
เป็นที่คาดการณ์ว่า แฟ้มสะสมผลงาน ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมหลักฐาน จะถูกปรับรูปแบบเข้าสู่ลักษณะที่จะใช้เป็นฐานของการสนทนาระหว่างกลุ่มบุคคลที่จะมีส่วนร่วมในการพิจารณาประสิทธิผลของผู้อำนวยการโรงเรียน
รากฐานของแนวคิดแฟ้มสะสมผลงาน คือข้อตกลงเบื้องต้นที่ว่า ธรรมชาติของการสอนและการนำชุมชนทางการศึกษาที่มีความซับซ้อนและขึ้นกับบริบทนั้น สามารถสื่อสารให้ผู้คนเข้าใจ ผ่านการเล่าเรื่องที่มีหลักฐานสนับสนุน ยิ่งไปกว่านั้น มีข้อสนับสนุนที่ว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนที่แบ่งปันการสะท้อนคิดเชิงวิพากษ์นี้กับผู้ร่วมวิชาชีพอื่น ๆ น่าจะปรับเปลี่ยนการปฏิบัติของตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียนได้ดียิ่งขึ้น ชุมชนโรงเรียนต้องการความมั่นใจว่า ผู้นำโรงเรียนเรียนรู้และประสบผลสำเร็จในงานที่ทำ หากจะพิจารณาอย่างง่าย แฟ้มสะสมผลงานก็คือ เอกสารที่รวบรวมไว้นำเสนอตัวอย่างของทักษะภาวะผู้นำของผู้อำนวยการโรงเรียนที่กำลังเรียนรู้ เมื่อนำไปพิจารณาร่วมกับการสะท้อนคิดจากการปฏิบัติ แฟ้มสะสมผลงานจะเป็นกระบวนการที่มีประสิทธิผลของการพัฒนาและการแสดงความก้าวหน้าทางวิชาชีพ แฟ้มสะสมผลงานจึงเป็นเครื่องมือที่มีพลังในการส่งเสริมการวิเคราะห์ตนเองและความก้าวหน้าทางวิชาชีพ ที่มุ่งไปสู่การยกระดับการปฏิบัติงาน ที่จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในโรงเรียนที่ท่านเป็นผู้นำอยู่
รายการอ้างอิง
ที่มา ; Thailandleadership