
บริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด (Globish) สตาร์ทอัพ EdTech ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียน Live English Classroom ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชี้หลังวิกฤต COVID-19 ทำให้ผู้คนได้เรียนรู้ว่าการเรียนแบบออฟไลน์ไม่ใช่รูปแบบการเรียนที่ดีที่สุดอีกต่อไป ชี้ไวรัสผลักดันให้ผู้คนเข้าสู่ระบบออนไลน์เพื่อปรับตัว การศึกษาไทยจะเกิด new normal ที่สอดรับกับวิถีชีวิตใหม่
“ธกานต์ อานันโทไทย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกเป็นเวลายาวนานกว่า 5 เดือน ได้ส่งผลให้ผู้คนได้เรียนรู้ว่า การเรียนออนไลน์ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของการศึกษาไทย และได้กลาย new normal ของศึกษาไทย
“สถิติล่าสุดช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้หลายโรงเรียนต้องปิดการสอนชั่วคราว ขณะเดียวกันด้านอัตราการเติบโตของห้องเรียนของ Globish เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 35% จากเดือนมีนาคม โดยเติบโตถึง 125% ซึ่งเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน และจำนวนของนักเรียนใหม่ยังเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 207% ทำให้ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงปัจจุบัน มีห้องเรียน one-on-one เกิดขึ้นมากกว่า 500 ห้องเรียนต่อวันและยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
ในมุมมองของ Globish รูปแบบการเรียนการสอนหลังโควิด-19 จะมี 4 รูปแบบ ที่สอดคล้องกับ New normal ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมรวมถึงความเหมาะสมกับขนาดของแต่ละโรงเรียน ได้แก่
1. การเรียนผ่านระบบออนไลน์ 100% เหมาะกับโรงเรียนที่มีความพร้อมทั้งด้านระบบการเรียนการสอนและหลักสูตรสำหรับการเรียนผ่านระบบออนไลน์ ผู้เรียนมีความพร้อมในการเรียนผ่านระบบออนไลน์ และผู้ปกครองต่างมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือสนับสนุน รวมทั้งมีเครื่องมือสนับสนุนการเรียน เช่น คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค แท็บแลต สมาร์ทโฟน และอินเทอร์เน็ต โดยการเรียนการสอนจำเป็นต้องพัฒนารูปแบบการเรียนให้มีความน่าสนใจ และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม
2. การเรียนในห้องเรียนเหมาะสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนจำนวนไม่มาก และพื้นที่มากพอให้สามารถปฏิบัติตามนโยบาย social distancing เพื่อรักษาระยะห่าง และการดูแลสุขอนามัยของนักเรียนได้อย่างเข้มข้นและเคร่งครัด ควบคู่กับการให้นักเรียนทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัย และหมั่นทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ ทางโรงเรียนต้องหมั่นฆ่าเชื้อโรคทุกจุดในโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดซ้ำ
3. การเรียนแบบผสมผสานออนไลน์และออฟไลน์เหมาะสำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีจำนวนนักเรียนมาก และไม่มีประสบการณ์จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์มาก่อน ในมุมของ Globish แนะนำให้แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อสลับวันให้นักเรียนมาเรียนที่โรงเรียน กลุ่มละ 2 วันต่อสัปดาห์ ในขณะที่ 3 วันที่เหลือให้นักเรียนเข้าเรียนผ่านระบบออนไลน์จากที่บ้าน เพื่อให้วันที่นักเรียนมาเรียนที่โรงเรียน ทางโรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนแบบรักษาระยะห่างได้ รวมทั้งสามารถดูแลสุขอนามัยของนักเรียนอย่างเข้มข้น และเพื่อการเรียนรู้ที่ได้ประสิทธิผล แนะนำให้โรงเรียนเลือกวิชาที่มีการปฏิบัติหรือต้องทำงานร่วมกันมาจัดการเรียนในห้องเรียน ในขณะที่วิชาอื่นให้จัดการเรียนการสอนผ่านออนไลน์
4. การเรียน home school คาดว่าการเรียนการสอนในรูปแบบนี้จะมีเพิ่มขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากผู้ปกครองอาจจะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของบุตรหลานจากโรคภัยไข้เจ็บ มลพิษมลภาวะ และภัยคุกคามอื่น โดยผู้ปกครองจะมีบทบาทเป็นผู้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบที่เหมาะสมกับผู้เรียน ซึ่งอาจจะเป็นการเรียนคอร์สออนไลน์ควบคู่กับการจัดครูเฉพาะวิชาเข้ามาสอนบ้านที่ตอบโจทย์รูปแบบการเรียนรู้ของลูกมาประยุกต์กับหลักสูตรของกระทรวงการศึกษา ทั้งนี้ เหมาะกับกลุ่มเด็กมีความต้องการพิเศษ และเด็กที่มีปัญหาโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงหากต้องออกไปเรียนที่โรงเรียน
สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการพัฒนาการเรียนออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพโดยการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบอินเทอร์แอ็คทีฟ ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับผู้สอนเสมือนหรือดีกว่าการเรียนในชั้นเรียน
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 16 มิถุนายน 2563
สรุปสาระสำคัญ
บริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด (Globish) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้าน EdTech มองว่าวิกฤต COVID-19 เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ระบบการศึกษาทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบการเรียนออนไลน์มากขึ้น โดยชี้ว่าการเรียนแบบออฟไลน์เพียงอย่างเดียวไม่เหมาะสมอีกต่อไป และการเรียนออนไลน์ได้กลายเป็น “ทางรอด” และ “New Normal” ของการศึกษาไทย
ช่วงการแพร่ระบาด โรงเรียนจำนวนมากต้องปิดชั่วคราว ส่งผลให้การเรียนออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งจำนวนห้องเรียนออนไลน์ นักเรียนใหม่ และการใช้งานแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Globish เสนอรูปแบบการเรียนหลังโควิด-19 จำนวน 4 รูปแบบ ได้แก่ (1) การเรียนออนไลน์ 100% สำหรับโรงเรียนที่มีความพร้อม (2) การเรียนในห้องเรียนภายใต้มาตรการความปลอดภัยและ Social Distancing (3) การเรียนแบบผสมผสาน (Hybrid) ระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ โดยแบ่งกลุ่มนักเรียนสลับวันเรียน และ (4) การเรียนแบบ Home School ที่ผู้ปกครองมีบทบาทหลักในการจัดการเรียนรู้ร่วมกับครู
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงคือการพัฒนาการเรียนออนไลน์ให้มีคุณภาพสูง เน้นการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive Learning) เพื่อให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและเกิดประสิทธิผลเทียบเท่าหรือดีกว่าการเรียนในห้องเรียนปกติ ซึ่งจะเป็นทิศทางสำคัญของการศึกษาไทยในอนาคต
ข้อ 1 แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การยกเลิกการเรียนในห้องเรียนทั้งหมด
ข. การใช้เทคโนโลยีแทนการศึกษาแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง
ค. การปรับระบบการศึกษาเข้าสู่ New Normal ด้วยการเรียนออนไลน์และผสมผสาน
ง. การเพิ่มจำนวนครูในระบบการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นการปรับตัวสู่ New Normal ด้วยหลายรูปแบบ ไม่ใช่ยกเลิกห้องเรียนทั้งหมด
ข้อ 2 COVID-19 มีผลต่อการศึกษาตามบทความอย่างไร
ก. ทำให้การเรียนออฟไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น
ข. ทำให้การเรียนออนไลน์เป็นทางเลือกเดียว
ค. ทำให้เกิดการปิดโรงเรียนและเร่งการเรียนออนไลน์
ง. ทำให้การเรียนลดคุณภาพลงทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: โรงเรียนปิดชั่วคราวและเกิดการเร่งใช้ระบบออนไลน์
ข้อ 3 เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Globish มองว่าออนไลน์เป็น “ทางรอด” คือข้อใด
ก. ลดค่าใช้จ่ายของผู้เรียนเท่านั้น
ข. รองรับสถานการณ์ที่โรงเรียนปิดและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้เรียน
ค. ลดจำนวนครูในระบบ
ง. ทำให้ไม่ต้องมีหลักสูตร
เฉลย: ข
เหตุผล: ออนไลน์ช่วยให้การเรียนต่อเนื่องแม้โรงเรียนปิด
ข้อ 4 รูปแบบการเรียน 100% ออนไลน์ เหมาะกับเงื่อนไขใด
ก. โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต
ข. โรงเรียนมีความพร้อมด้านระบบและผู้เรียนมีอุปกรณ์ครบ
ค. โรงเรียนขนาดเล็กเท่านั้น
ง. โรงเรียนที่ไม่มีครูประจำ
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องมีความพร้อมทั้งระบบและอุปกรณ์
ข้อ 5 ข้อใดเป็นลักษณะของ Hybrid Learning
ก. เรียนเฉพาะในบ้าน
ข. เรียนเฉพาะในห้องเรียน
ค. สลับเรียนออนไลน์และออฟไลน์
ง. เรียนผ่านโทรทัศน์เท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: Hybrid คือผสมออนไลน์และออฟไลน์
ข้อ 6 จุดเด่นของการเรียนในห้องเรียนตามบทความคืออะไร
ก. ไม่ต้องใช้เทคโนโลยี
ข. เน้น Social Distancing และสุขอนามัย
ค. ลดจำนวนวิชาเรียน
ง. ไม่ต้องมีครู
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องมีมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด
ข้อ 7 Home School ตามบทความเหมาะกับกลุ่มใดมากที่สุด
ก. นักเรียนทั่วไปทุกคน
ข. นักเรียนที่ต้องการเรียนเร็ว
ค. เด็กมีความต้องการพิเศษหรือมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ
ง. นักเรียนที่ไม่ชอบเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นเด็กพิเศษหรือมีความเสี่ยง
ข้อ 8 บทบาทสำคัญของผู้ปกครองใน Home School คืออะไร
ก. เป็นผู้สอบแทนครู
ข. เป็นผู้จัดการเรียนรู้ร่วมกับครู
ค. เป็นผู้กำหนดนโยบายโรงเรียน
ง. เป็นผู้ประเมินผลระดับชาติ
เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้ปกครองมีบทบาทจัดการเรียนรู้ร่วม
ข้อ 9 แนวทางพัฒนาการเรียนออนไลน์ที่สำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนแบบฝึกหัด
ข. ลดจำนวนผู้เรียน
ค. เพิ่มการเรียนแบบ Interactive
ง. ตัดการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการมีปฏิสัมพันธ์เพื่อประสิทธิภาพการเรียน
ข้อ 10 การจัดการเรียนแบบผสมในโรงเรียนขนาดใหญ่ควรทำอย่างไร
ก. ให้เรียนออนไลน์ทั้งหมด
ข. แบ่งนักเรียนสลับวันเรียนและเรียนออนไลน์
ค. ปิดโรงเรียนถาวร
ง. ให้ครูสอนพิเศษทุกคน
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้ระบบสลับวันเพื่อความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ