
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาเพื่อทรัพยากรมนุษย์มาโดยตลอด เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นายกรัฐมนตรีมุ่งมั่น ตั้งใจให้เห็นภาพความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้วางแนวทางด้านการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดการทำงาน
นายกรัฐมนตรีเน้นการพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อสร้างคนในชาติ ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง และพลวัตของโลก ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ได้เห็นชอบโครงการนำร่องของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ได้พัฒนาหลักสูตรการศึกษารูปแบบใหม่ “Higher Education Sandbox” ตอบสนองแนวทางการศึกษาในอนาคตที่ยืดหยุ่นและคล่องตัว มุ่งให้เกิดประสิทธิภาพการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ ให้ความสำคัญทั้งกับหลักการ และประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง รวมทั้ง เป็นการศึกษาที่มุ่งการสร้างอาชีพ เป็นการผลิต “กำลังคนขั้นสูง” ตอบโจทย์ความต้องการ ด้านเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่มากขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญของ “การปฏิรูปการศึกษา” ในระดับมหาวิทยาลัย สร้างทรัพยากรมนุษย์มารองรับการขับเคลื่อนประเทศชาติ
นายธนกร กล่าวว่า ในระดับ “การศึกษาขั้นพื้นฐาน” รัฐบาลได้ผลักดัน พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 ขับเคลื่อนการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทในแต่ละท้องถิ่น ทั้งอาชีพและความต้องการแรงงาน กำหนด “โรงเรียนนำร่อง” และสร้าง “เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง” เน้นการส่งเสริมความถนัดของผู้เรียน สนับสนุนการมีส่วนร่วมของ ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานโดยในการทำงานนั้น จะวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ และเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน ในส่วนของการพัฒนาบุคลากรมนุษย์ นายกรัฐมนตรีได้วางแนวทางให้ กระทรวงศึกษาธิการ และการทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็น “ต้นทาง” ฝ่ายผลิตกำลังคน มีกลางทาง และปลายทาง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงแรงงาน เป็นต้น มองความต้องการทั้งในประเทศ ตามการผลักดันนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โมเดล BCG ครอบคลุมอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งสร้างโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อว่า รัฐบาลต้องดำเนินการทุกมิติพร้อมๆ กัน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (Hardware) กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ พันธสัญญาต่างๆ กับประชาคมโลก (Software) และการเตรียมกำลังคนด้วยการปฏิรูปการศึกษา (Peopleware)
“เชื่อมั่นว่า การทำงานของนายกรัฐมนตรีซึ่งให้ความสำคัญตลอดมากับอนาคตของลูกหลานไทย ไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง และตั้งใจพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม กำหนดกรอบการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน บูรณาการทุกส่วนงาน และควบคุมในเชิงนโยบายอย่างรอบคอบ สุจริต โปร่งใส จะทำให้ระบบการศึกษาไทย เท่าทันการพัฒนาของโลก เด็กไทยจะมีอนาคตที่ดี มีอาชีพ มีรายได้ที่เป็นไปตามภาวะตลาดโลก และเป็นบุคลากรโลก ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงานโลก ” นายธนกร กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565
สรุปสาระสำคัญ
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาในฐานะกลไกหลักของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้ประเทศก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยนายกรัฐมนตรีได้วางแนวทางการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งระดับอุดมศึกษาและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในระดับอุดมศึกษา คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการนำร่อง “Higher Education Sandbox” ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัว เน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ควบคู่หลักการทางวิชาการ และมุ่งผลิตกำลังคนขั้นสูงที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่ ถือเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาในมหาวิทยาลัย
ขณะเดียวกัน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รัฐบาลผลักดัน พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 เพื่อเปิดโอกาสให้สถานศึกษาปรับการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ส่งเสริมความถนัดของผู้เรียน และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน นอกจากนี้ การพัฒนากำลังคนถูกออกแบบแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เชื่อมโยงกับนโยบายเศรษฐกิจ เช่น EEC และ BCG โดยดำเนินควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย และคน (Peopleware) เพื่อให้เด็กไทยมีอาชีพและสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานโลกได้
ข้อสอบ
ข้อ 1 แนวคิดหลักของโครงการ “Higher Education Sandbox” คือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนมหาวิทยาลัยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
ข. การจัดการศึกษาแบบยืดหยุ่น เน้นผลลัพธ์และการปฏิบัติจริง
ค. การควบคุมหลักสูตรอุดมศึกษาให้เป็นมาตรฐานเดียว
ง. การลดบทบาทภาคเอกชนในระบบอุดมศึกษา
ข้อ 2 พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 มีเป้าหมายสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. รวมศูนย์การจัดการศึกษาที่ส่วนกลาง
ข. ลดบทบาทโรงเรียนในท้องถิ่น
ค. เปิดพื้นที่ให้สถานศึกษาปรับการเรียนรู้ตามบริบทพื้นที่
ง. เพิ่มการแข่งขันด้านงบประมาณระหว่างโรงเรียน
ข้อ 3 การกำหนดบทบาท “ต้นทาง–กลางทาง–ปลายทาง” ในการผลิตกำลังคน สะท้อนหลักการใด
ก. การกระจายอำนาจทางการศึกษา
ข. การบริหารเชิงบูรณาการทั้งระบบ
ค. การแข่งขันระหว่างกระทรวง
ง. การเน้นเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข้อ 4 หากผู้บริหารสถานศึกษานำแนวคิด Peopleware ไปใช้ ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุด
ก. การลงทุนอาคารสถานที่
ข. การแก้ไขกฎหมายและระเบียบ
ค. การพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ตรงตลาดแรงงาน
ง. การเพิ่มชั่วโมงเรียนในห้องเรียน
ข้อ 5 บทเรียนเชิงนโยบายที่ครูและผู้บริหารควรนำไปใช้จากบทความนี้คือข้อใด
ก. การจัดการศึกษาแบบเหมือนกันทุกพื้นที่
ข. การมุ่งเนื้อหาวิชาการโดยไม่คำนึงถึงอาชีพ
ค. การบูรณาการการศึกษาเข้ากับบริบทเศรษฐกิจและสังคม
ง. การลดการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน
คลิกเฉลย >>>