สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M363_ขับเคลื่อนจัดการศึกษาเรียนรวมสำหรับผู้บริหารการศึกษา

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้ร่วมบรรยายในการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเรียนรวม รุ่นที่ 1 ประกอบด้วย ผู้บริหารการศึกษา (สพท.) 245 คน ผู้บริหารโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ 52 คน ผู้บริหารศูนย์การศึกษาพิเศษ 77 คน และทีมสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ รวมทั้งสิ้นเกือบ 400 คน ณ โรงแรมเลอบาหลี รีสอร์ทแอนด์สปา พัทยา จ.ชลบุรี.

สำหรับการอบรมครั้งนี้ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะการประเมินความสามารถพื้นฐาน การคัดกรองนักเรียนด้านการอ่าน การเขียน และคิดคำนวณ เพื่อร่วมกันจัดกระบวนการเรียนรวมให้มีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือของทุกฝ่าย เพื่อเอื้ออำนวยให้ครูสามารถดำเนินการจัดกระบวนการเรียนรู้ ได้ผลเชิงประจักษ์โดยไม่เป็นภาระ แต่มีหลายส่วนร่วมมือกัน ทั้งฝ่ายบริหารเขตพื้นที่ ศึกษานิเทศก์ ครูผู้สอน นักจิตวิทยาที่รับผิดชอบงานจัดการศึกษาเรียนรวม ศูนย์การศึกษาพิเศษ ผอ.รร. ครู ครูพี่เลี้ยง ตลอดจนผู้ปกครอง เครือข่ายอื่นๆ ให้สามารถจัดการศึกษาเรียนรวมตามบทบาทได้อย่างมีคุณภาพ เพิ่มสมรรถนะ ดึงศักยภาพนักเรียนได้ตามความสามารถของนักเรียน โดยให้ศูนย์การศึกษาพิเศษเป็นหน่วยสนับสนุนการจัดการเรียนรวม จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ระหว่างสถานศึกษาและ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการจัดการศึกษาเรียนรวมและมีการนำเสนอผลงานวิชาการ (symposium) ต่อสาธารณชน รวมทั้งพัฒนาแหล่งเรียนรู้ รวบรวมสื่อการจัดการเรียนรู้ในการจัดการเรียนรวม เพื่อให้โรงเรียนได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป.

โดยผลที่คาดหวังจะได้รับจากการอบรม คือ นักเรียน เรียนรวมที่มีแนวโน้มที่ต้องเติมประสบการณ์ทางการเรียนรู้จะได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพสอดคล้องความต้องการจำเป็นพิเศษบรรลุเป้าหมายของการเรียนรู้สามารถอ่านออกเขียนได้คิดคำนวณเป็น ดำเนินชีวิตในสังคม ได้อย่างมีความสุข มีส่วนในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ ทางด้านผู้บริหาร ครูผู้สอน ศึกษานิเทศ บุคลากร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือตามบทบาทหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาการจัดการศึกษาเรียนรวมอย่างเป็นรูปธรรม เกิดโรงเรียนคุณภาพการจัดการเรียนรวมต้นแบบสามารถสร้างและพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา เรียนรวมคุณภาพตามบริบทของพื้นที่และขยายความเข้มแข็ง โรงเรียนเครือข่าย ศูนย์การศึกษาพิเศษมีความพร้อมในการสนับสนุนการจัดการศึกษาเรียนรวมแบบบูรณาการทุกภาคส่วนในระดับจังหวัด มีระบบการนิเทศกำกับและติดตามให้สถนศึกษาจัดการศึกษาเรียนรวมที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพการศึกษาในภาพรวมของประเทศ.

รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในการยกระดับการศึกษาเรียนรวม อย่างแรกครูควรมีองค์ความรู้ มีความพร้อมในการจัดการเรียนรวม การแยกประเภทเด็กคัดกรอง การวัดผลประเมินผลที่แตกต่างกัน แผนบูรณาการ และการเติมเต็มที่หลากหลายให้กับนักเรียนอย่างที่สอง คือ เรื่องของกระบวนการที่เกี่ยวข้องในการจัดการเรียนรู้ที่ต้องเข้มแข็ง นั่นคือเรื่องของสื่ออุปกรณ์ต่างๆ เมื่อมีองค์ความรู้ก็ต้องมีบรรยากาศของการเรียนรู้ ที่พร้อมเอื้ออำนวยให้เกิดขึ้นเชิงประจักษ์กับนักเรียน และอย่างที่สามที่เราต้องดำเนินการ คือ คณะกรรมการขับเคลื่อนที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นโซ่คล้องโยงใยระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่ และเป็นตัวเชื่อมที่ชี้ให้เห็นว่า โรงเรียนแต่ละโรงขาดอะไร ควรเติมอะไร เป็นที่รวมของการพัฒนา การส่งเสริม การพูดคุยกัน การร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ แบ่งปันบุคลากร ความรู้ สื่อ และแก้ไขปัญหาของแต่ละพื้นที่ ขับเคลื่อนระดับจังหวัด ร่วมหาเครือข่าย การทำงานร่วมกัน และเอื้ออำนวยกันเพื่อส่งต่อคุณภาพให้กับนักเรียน โดยมีองค์ประกอบผู้รู้ ผู้ขับเคลื่อนและผู้ส่งต่อให้การศึกษาพิเศษ คณะกรรมการชุดนี้ก็จะคอยแก้ไขปัญหา ทั้งเรื่องอัตรากำลัง เรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ เรื่องขององค์ความรู้ และสนับสนุนส่งเสริมทำให้งานในระดับพื้นที่สามารถเดินไปต่อได้ โดยไม่โดดเดี่ยว

ดร.เกศทิพย์ กล่าวอีกว่า อีกส่วนที่สำคัญ คือ เครือข่ายต้องเข้มแข็ง เป็นเครือข่ายที่บอกว่า เราจะทำอย่างไรร่วมกับ อบจ. เทศบาล ศึกษาธิการจังหวัด หรือหน่วยงานต่างๆ พัฒนาให้เห็นเชิงประจักษ์ ตัวอย่างเช่นนครราชสีมา มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งที่มองว่ายากจะกลับเป็นง่าย และสิ่งที่จะร่วมภาคภูมิใจด้วยกันจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ จากการศึกษาเรียนรวมโดยไม่แบ่งแยกเด็กนักเรียนแต่ละคนมีโอกาสพัฒนา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของเลขาธิการ กพฐ. เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ศักยภาพต้องถูกดึงขึ้นมาในความแตกต่างของแต่ละคน และเติมสิ่งที่ขาดของเด็กทุกคน ขอให้มองว่า เด็กทุกคนสร้างความภาคภูมิใจให้กับ สพฐ.ได้โดยไม่เลือกประเภท และสิ่งสุดท้าย คือ Intensive ทำอย่างไรถึงจะมีการทำงานด้วยใจ ซึ่งการทำงานด้วยใจต้องเห็นภาพของคุณภาพ แล้วชูคุณภาพของนักเรียน และทำให้รู้สึกว่าทุกๆ เขตพื้นที่ ทุกๆ จังหวัด สามารถจัดการเรียนรวมจนทำให้เกิดคุณภาพเชิงประจักษ์กับนักเรียนได้ จากตัวอย่างที่ได้ดู จะเห็นเลยว่า ไม่ว่าเด็กจะมีต้นทุนมาอย่างไร เราต้องพัฒนาเขาให้ถึง ให้ตรงจุด ให้ตรงกับศักยภาพ แล้วเขาจะสร้างความภูมิใจให้เราอย่างไม่มีลืมเลือน จะเห็นได้จากตัวอย่างของโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ ที่ทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ ของทุกคนในโรงเรียน สร้างเด็กเรียนรวมที่ทำให้เกิดบรรยากาศของการช่วยเหลือ แบ่งปัน และเติมเต็มศักยภาพของนักเรียน จนทำให้เด็กที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ สามารถมีงานทำที่ดี นอกจากดูแลตัวเองได้ ยังสามารถดูแลครอบครัวตัวเองได้ด้วย ซึ่ง สพฐ. ต้องร่วมให้กำลังใจ นำมาเป็นต้นแบบโรงเรียนที่ทุ่มเทและเสียสละ สร้างนักเรียนคุณภาพในเชิงประจักษ์โดยไม่เลือกประเภทของนักเรียน ซึ่งคาดว่ายังมีอีกมากมาย.

ทั้งนี้ งานที่เราทำในส่วนนี้จะเป็นประเด็นท้าทาย เป็นการดำเนินการนำคุณภาพลงสู่ผู้เรียนในเชิงประจักษ์ ที่สามารถนำไปสู่ PA หรือ วิทยฐานะของคุณครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ได้ วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกๆ คนที่ร่วมใจกันทำงานเชิงประจักษ์ เชิงคุณภาพ เชิงรุก รวมทั้งแลกเปลี่ยนกันได้อย่าง Smart Leader มาร่วมกันสร้างโอกาสให้กับเด็กทั้งประเทศในทุกๆ ที่ พร้อมกันค่ะ” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ที่มา ; เดลินิวส์ออนไลน์ 12 ธันวาคม 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อนสถานการณ์การขับเคลื่อน “การศึกษาเรียนรวม” ของ สพฐ. ในเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อรองรับความหลากหลายของผู้เรียน โดยมีหลักการสำคัญคือ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และการดึงศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคนตามความแตกต่าง แนวคิดเน้นการเรียนรู้ที่มีคุณภาพเชิงประจักษ์ ไม่เพิ่มภาระครู แต่ใช้การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เช่น เขตพื้นที่ ศึกษานิเทศก์ ศูนย์การศึกษาพิเศษ นักจิตวิทยา ผู้ปกครอง และเครือข่ายในพื้นที่ 

แนวปฏิบัติสำคัญ ได้แก่ การคัดกรองและประเมินผู้เรียนรายบุคคล การจัดการเรียนรู้และการวัดผลที่แตกต่าง การใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสม การจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนที่เข้มแข็งเป็นกลไกเชื่อมส่วนกลางกับพื้นที่ และการสร้างเครือข่ายระดับจังหวัดเพื่อสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายคือพัฒนาผู้เรียนเรียนรวมให้มีทักษะพื้นฐาน อ่านออกเขียนได้ คิดคำนวณเป็น ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข พร้อมยกระดับโรงเรียนต้นแบบ ระบบนิเทศติดตาม และคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 สาระสำคัญที่สุดของการอบรมการศึกษาเรียนรวมครั้งนี้คือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนนักเรียนการศึกษาพิเศษ
ข. การลดภาระงานครูโดยใช้เทคโนโลยี
ค. การสร้างความร่วมมือเชิงระบบเพื่อพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
ง. การจัดหลักสูตรเฉพาะสำหรับเด็กพิเศษเท่านั้น

ข้อ 2 บทบาทของศูนย์การศึกษาพิเศษในการจัดการศึกษาเรียนรวมควรเป็นอย่างไร
ก. จัดการเรียนการสอนแทนโรงเรียนทั่วไป
ข. เป็นหน่วยสนับสนุนและเสริมพลังการจัดการเรียนรวม
ค. คัดแยกนักเรียนออกจากระบบเรียนรวม
ง. ทำหน้าที่ประเมินผลเพียงอย่างเดียว

ข้อ 3 หากโรงเรียนต้องการยกระดับการศึกษาเรียนรวมอย่างยั่งยืน ควรให้ความสำคัญกับสิ่งใดเป็นลำดับแรก
ก. การจัดซื้ออุปกรณ์ราคาแพง
ข. การมีองค์ความรู้และความพร้อมของครู
ค. การเพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียน
ง. การแข่งขันทางวิชาการ

ข้อ 4 “คณะกรรมการขับเคลื่อนที่เข้มแข็ง” มีความสำคัญต่อการศึกษาเรียนรวมเพราะเหตุใด
ก. เป็นกลไกควบคุมโรงเรียน
ข. เป็นผู้สั่งการจากส่วนกลาง
ค. เป็นตัวเชื่อม แก้ปัญหา และสนับสนุนพื้นที่ไม่ให้โดดเดี่ยว
ง. ทำหน้าที่แทนครูผู้สอน

ข้อ 5 ตัวอย่างโรงเรียนต้นแบบที่กล่าวถึง สะท้อนแนวคิดใดทางการศึกษาได้ชัดเจนที่สุด
ก. การคัดเลือกเด็กที่มีศักยภาพสูง
ข. การพัฒนาเด็กทุกคนตามความแตกต่างด้วยหัวใจของครู
ค. การจัดการศึกษาแบบเร่งรัด
ง. การเน้นผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการเพียงอย่างเดียว

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น